หุ้นทอง
บล.อินโนเวสท์วิเคราะห์ "คาด SET แกว่งลง สถานการณ์ไม่สู้ดีนัก"


คาด SET แกว่งผันผวนลง สถานการณ์ตะวันออกกลางรุนแรงขึ้น สหรัฐฯ โจมตีต่อเนื่อง ส่วนอิหร่านประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลราคาน้ำมันดีดตัวขึ้น แม้จะหนุนหุ้นพลังงานต้นน้ำแต่กดดันต่อ sentiment โดยรวม ขณะที่ปัจจัยติดตามต่างประเทศสัปดาห์นี้ อาทิ ตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ มิ.ย., ถ้อยแถลง ปธ. Fed ต่อคองเกรส, GDP จีน 2Q69 ส่วนในประเทศติดตามการประกาศงบฯ 2Q69 ของกลุ่มธนาคาร ทางเทคนิคดัชนีรีบาวด์แรงทดสอบโซนจุดสูงเดิม แต่กรอบบนเริ่มจำกัดอาจมีย่อพักตัว

ประเด็นสำคัญ

• สหรัฐฯ-อิหร่านปะทะเดือดหลังข้อตกลงหยุดยิงสิ้นสุด อิหร่านสั่งปิดช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมัน 1 ใน 5 ของโลก พร้อมยิงขีปนาวุธถล่มฐานทัพและท่าเรือทหารสหรัฐฯ ทั่วตะวันออกกลาง ดันความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์สูงขึ้นและราคาน้ำมันโลกผันผวน ระยะสั้นมองบวกต่อกลุ่มพลังงานต้นน้ำ แต่ลบต่อกลุ่ม Anti-Oil

• IEA เตือนการปะทะระลอกใหม่ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน อาจส่งผลให้วิกฤตพลังงานโลกต้องยืดเยื้อออกไป บั่นทอนความหวังฟื้นตัวอย่างรวดเร็วของตลาดน้ำมันดิบ แม้นานาชาติจะเร่งเจรจาทางการทูตเพื่อควบคุมสถานการณ์ คาดต้นทุนพลังงานทรงตัวสูงนานขึ้น ระยะกลางมองบวกต่อกลุ่มพลังงานทดแทน

• IMF จัดไทยติดกลุ่ม 4 ประเทศผู้ส่งออกฮาร์ดแวร์เกี่ยวข้องกับ AI รายใหญ่สุดของโลก ร่วมกับไต้หวัน มาเลเซีย และเกาหลีใต้ พร้อมประเมิน GDP ไทยจะขยายตัวดีกว่าคาด รับแรงหนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล และการลงทุนที่แข็งแกร่งในภาคเทคโนโลยี มองบวกต่อกลุ่มนิคมและอิเล็กทรอนิกส์

• กระทรวงพาณิชย์จีนประกาศห้ามส่งออกก๊าซฮีเลียมเป็นการชั่วคราว มีผลทันที หวังปกป้องซัพพลายก๊าซอุตสาหกรรมที่จำเป็นต่อการผลิตขั้นสูง ทั้งเซมิคอนดักเตอร์ ควอนตัมคอมพิวติง และเส้นใยนำแสง คาดดันราคาฮีเลียมโลกพุ่งแรง มองลบต่อกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ไทยจากแรงกดดันด้านต้นทุนห่วงโซ่อุปทาน

• รมว. พาณิชย์เตรียมบินสหรัฐฯ ช่วงวันที่ 15-17 ก.ค. 69 เพื่อเจรจาภาษีศุลกากรกับสหรัฐฯ ในกรณีที่ไทยถูกไต่สวนตามมาตรา 301 หลังอัตราภาษี 10% ภายใต้มาตรา 122 จะหมดอายุลง 24 ก.ค.นี้  มองกระทบต่อตลาดจำกัดหลังสะท้อนความกังวลไปมากแล้วตั้งแต่ต้นปี อย่างไรก็ดี หากยังไม่มีข้อสรุปจะยังเป็น Overhang ต่อกลุ่มส่งออก

กลยุทธ์การลงทุน

ช่วงสั้นมอง SET ผันผวนในกรอบ โดยแม้มีปัจจัยกดดันจากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และกำแพงภาษีสหรัฐฯ แต่คาดตลาดจะหันมาให้น้ำหนักกับปัจจัยในประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะนโยบายการคลังเชิงรุกหลังศาลฯ วินิจฉัยว่า พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนลบ. ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ช่วยปลดล็อกให้รัฐเดินหน้านโยบายเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานหมุนเวียน หนุนความเชื่อมั่นนักลงทุน อีกทั้งยังเข้าสู่ช่วงประกาศงบ 2Q69 ของกลุ่มธนาคาร ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศแนะนำจับตาถ้อยแถลงประธานเฟดต่อสภาคองเกรส และตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ มิ.ย. (14 ก.ค.) ซึ่งหากชะลอตัวลงจะเป็นอีกปัจจัยหนุนต่อบรรยากาศการลงทุน กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy”

ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์

มอง SET ผันผวนในกรอบ แม้มีปัจจัยกดดันจากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และภาษีสหรัฐฯ แต่คาดตลาดจะยังให้น้ำหนักปัจจัยในประเทศ อาทิ นโยบายการคลังเชิงรุกและการเข้าสู่ช่วงประกาศงบ 2Q69 กลุ่มธนาคาร ด้านปัจจัยต่างประเทศจับตาถ้อยแถลงประธานเฟดต่อสภาคองเกรสและเงินเฟ้อสหรัฐฯ กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy” ใน 3 ธีมหลัก และ 4 ธีมเทรดดิ้ง ดังนี้

1. Domestic Play เน้นหุ้นบิ๊กแคปที่ได้ประโยชน์จากมาตรการรัฐ อีกทั้งราคาหุ้นยัง Laggard   ได้แก่ CPALL CPN GLOBAL ADVANC TRUE MTC BEM

2. New Normal Play ซึ่งได้ประโยชน์จากแผนเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด การย้ายฐานการผลิต และการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจระยะยาวตามเมกะเทรนด์โลก ได้แก่ GULF GPSC BGRIM WHA AMATA

3. High Dividend Play เพื่อเป็นหลุมหลบภัยในช่วงตลาดผันผวน และสร้างกระแสเงินสดกลับเข้าพอร์ตได้อย่างสม่ำเสมอ แบ่งเป็น 1) ดักปันผลระหว่างกาลโดยคาดให้ Div. Interim Yield >2% (ประกาศจ่ายช่วง ส.ค.-ก.ย.) ได้แก่ ADVANC OR PTT PTTEP SCCC SIRI TQM TU และ             2) ดักปันผลระยะยาวเพื่อสร้างผลตอบแทนยั่งยืน โดยคาดให้ Div. Yield >5% ต่อปี ได้แก่ AP BBL FTREIT LHSC PTT

Trading Idea: 1) Oil Hedging Play เพื่อป้องกันความเสี่ยงราคาน้ำมันดิบขาขึ้น ได้แก่ PTTEP โดยเน้นตั้งรับเมื่อย่อตัวและตั้งจุด Stop Loss เคร่งครัด 2) หุ้น Earning Play ซึ่งคาดกำไร 2Q69 จะเติบโตดีทั้ง YoY และ QoQ อีกทั้งฐานะการเงินแข็งแกร่ง และแนะนำ Outperform ได้แก่ PTTEP GULF SCGP IVL MTC SAWAD TIDLOR 3) Yield Play ซึ่งคาดได้อานิสงส์จบรอบดอกเบี้ยขาลงและ Bond Yield ยังทรงตัวสูง ได้แก่ กลุ่มธนาคาร (BBL KBANK KTB) กลุ่มประกันชีวิต (BLA TLI) และ 4) Laggard Play ที่ราคาหุ้น YTD ยัง Underperform SET โดยเน้นหุ้น Big-cap ที่คาดได้อานิสงส์จาก Sector Rotation และพื้นฐานแกร่ง ได้แก่ BDMS MINT CPALL MTC OR

Daily Top Picks

ADVANC: มองเป็นหุ้นปลอดภัยท่ามกลางความตึงเครียดตะวันออกกลางที่กลับมา ผลประกอบการได้รับผลกระทบจากภายนอกจำกัด ขณะที่มองว่ามีแนวโน้มเติบโตตาม ARPU, ยอดขาย Smartphone และอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง และการควบคุมต้นทุนที่ดี เป้าหมายระยะสั้นที่ 378.00 บาท

PTTEP: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่กลับมาตึงเครียดและราคาน้ำมันดิบที่ปรับขึ้น กำไรสุทธิ 2Q69 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเท่าตัว QoQ จากปริมาณขายและราคาที่สูงขึ้นตามอุปสงค์ที่สูงในช่วงสงครามและกำไรจากการป้องกันความเสี่ยง (Hedging) เป้าหมายระยะสั้นที่ 143.00 บาท
 
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 13 ก.ค. 2569 เวลา : 13:05:15
13-07-2026
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ July 13, 2026, 4:41 pm