หุ้นทอง
บล.อินโนเวสท์วิเคราะห์ "คาด SET ย่อตัว สถานการณ์ตึงเครียดมากขึ้น"


คาด SET แกว่งย่อตัว ราคาน้ำมันขึ้นต่อ และ Bond Yield พุ่ง หลังสหรัฐฯ กลับมาปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่าน พร้อมควบคุม-เก็บค่าธรรมเนียมช่องแคบฮอร์มุซ คาดตลาดยัง sector rotation ไปหุ้นพลังงานต้นน้ำ-หุ้น Value Play ประเด็นติดตามในประเทศวันนี้ ประชุม ครม. พิจารณาหลักเกณฑ์ใหม่บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ส่วน ต่างประเทศคืนนี้จับตาตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ มิ.ย. และ ปธ. Fed กล่าวแถลงการณ์รอบครึ่งปีต่อคณะกรรมการเงินสภาผู้แทนฯ ทางเทคนิคดัชนีทำจุดสูงใหม่ แต่เริ่มเห็น Bearish Divergence ต้องระวังพักตัว

ประเด็นสำคัญ

• ราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับขึ้นกว่า 9% DoD สู่ระดับ US$83.3/bbl สูงสุดในรอบกว่า 1 เดือน หลัง ปธน. ทรัมป์ประกาศสหรัฐฯ จะกลับมาใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่าน และจะเก็บค่าผ่านช่องแคบฮอร์มุซ 20% สร้างความกังวลต่ออุปทานพลังงาน มองบวกต่อกลุ่มพลังงานต้นน้ำ (PTTEP) แต่ลบต่อกลุ่ม Anti-Oil

• นักลงทุนเพิ่มน้ำหนัก Fed อาจขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุม 29 ก.ค. นี้ จาก 34% เป็น 46.5% หลังสงครามอิหร่านกลับมาปะทุหนุนเงินเฟ้อ ทั้งนี้คืนนี้จับตารายงาน CPI สหรัฐฯ หากชะลอตัวและต่ำกว่าคาดจะช่วยคลายกังวลจะเป็นบวกต่อกลุ่มไฟแนนซ์และโรงไฟฟ้า แต่หากสูงจะเป็นลบต่อตลาดรวม

• คมนาคมเปิดแผนปี 2570 ลงทุน 262 โครงการ วงเงิน 2.29 แสน ลบ. ชูระบบรางผ่าน PPP และมอเตอร์เวย์ M5 พร้อมดันนโยบายตั๋วร่วมรถไฟฟ้า 17-45 บาท เริ่ม 1 ม.ค. 70 หนุนความเชื่อมั่นต่องานประมูลรัฐระยะยาว มองบวกต่อกลุ่มรับเหมาและกลุ่มขนส่งทางบก (CK STECON BEM BTS)

• นายกฯ เตรียมเยือนจีนพบ ปธน. สี จิ้นผิง 16-20 ก.ค. 69 หารือความร่วมมือเชิงลึกด้านการลงทุน เศรษฐกิจดิจิทัล และเทคโนโลยีการบินอวกาศ คาดหนุนเม็ดเงินลงทุนโดยตรงจากจีนเข้าไทยต่อเนื่อง มองบวกต่อกลุ่มนิคมและหุ้นที่มีส่วนร่วมกับซัพพลายเชนจีน (WHA AMATA SCC SCGP)

• กกพ. เปิดประชาพิจารณ์เสนอค่าไฟฟ้างวด ก.ย.-ธ.ค. 69 ที่ 3.95-4.73 บาท/หน่วย มองบวกต่อกลุ่มโรงไฟฟ้า SPP (GPSC, BGRIM)  หลังมีกรณีฐานคงเดิม 3.95 บาท ช่วยรักษาเสถียรภาพรายได้โรงไฟฟ้า และหากได้ค่าไฟที่สูงขึ้นจะช่วยลดผลกระทบต้นทุนก๊าซที่คาดจะสูงขึ้นได้ระดับหนึ่ง

กลยุทธ์การลงทุน

ช่วงสั้นมอง SET ผันผวนในกรอบ โดยแม้มีปัจจัยกดดันจากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และกำแพงภาษีสหรัฐฯ แต่คาดตลาดจะหันมาให้น้ำหนักกับปัจจัยในประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะนโยบายการคลังเชิงรุกหลังศาลฯ วินิจฉัยว่า พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนลบ. ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ช่วยปลดล็อกให้รัฐเดินหน้านโยบายเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานหมุนเวียน หนุนความเชื่อมั่นนักลงทุน อีกทั้งยังเข้าสู่ช่วงประกาศงบ 2Q69 ของกลุ่มธนาคาร ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศแนะนำจับตาถ้อยแถลงประธานเฟดต่อสภาคองเกรส และตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ มิ.ย. (14 ก.ค.) ซึ่งหากชะลอตัวลงจะเป็นอีกปัจจัยหนุนต่อบรรยากาศการลงทุน กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy”

ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์

มอง SET ผันผวนในกรอบ แม้มีปัจจัยกดดันจากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และภาษีสหรัฐฯ  แต่คาดตลาดจะยังให้น้ำหนักปัจจัยในประเทศ อาทิ นโยบายการคลังเชิงรุกและการเข้าสู่ช่วงประกาศงบ 2Q69 กลุ่มธนาคาร ด้านปัจจัยต่างประเทศจับตาถ้อยแถลงประธานเฟดต่อสภาคองเกรสและเงินเฟ้อสหรัฐฯ กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy” ใน 3 ธีมหลัก และ 4 ธีมเทรดดิ้ง ดังนี้

1. Domestic Play เน้นหุ้นบิ๊กแคปที่ได้ประโยชน์จากมาตรการรัฐ อีกทั้งราคาหุ้นยัง Laggard   ได้แก่ CPALL CPN GLOBAL ADVANC TRUE MTC BEM

2. New Normal Play ซึ่งได้ประโยชน์จากแผนเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด การย้ายฐานการผลิต และการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจระยะยาวตามเมกะเทรนด์โลก ได้แก่ GULF GPSC BGRIM WHA AMATA

3. High Dividend Play เพื่อเป็นหลุมหลบภัยในช่วงตลาดผันผวน และสร้างกระแสเงินสดกลับเข้าพอร์ตได้อย่างสม่ำเสมอ แบ่งเป็น 1) ดักปันผลระหว่างกาลโดยคาดให้ Div. Interim Yield >2% (ประกาศจ่ายช่วง ส.ค.-ก.ย.) ได้แก่ ADVANC OR PTT PTTEP SCCC SIRI TQM TU และ  2) ดักปันผลระยะยาวเพื่อสร้างผลตอบแทนยั่งยืน โดยคาดให้ Div. Yield >5% ต่อปี ได้แก่ AP BBL FTREIT LHSC PTT

Trading Idea: 1) Oil Hedging Play เพื่อป้องกันความเสี่ยงราคาน้ำมันดิบขาขึ้น ได้แก่ PTTEP โดยเน้นตั้งรับเมื่อย่อตัวและตั้งจุด Stop Loss เคร่งครัด 2) หุ้น Earning Play ซึ่งคาดกำไร 2Q69 จะเติบโตดีทั้ง YoY และ QoQ อีกทั้งฐานะการเงินแข็งแกร่ง และแนะนำ Outperform ได้แก่ PTTEP GULF SCGP IVL MTC SAWAD TIDLOR 3) Yield Play ซึ่งคาดได้อานิสงส์จบรอบดอกเบี้ยขาลงและ Bond Yield ยังทรงตัวสูง ได้แก่ กลุ่มธนาคาร (BBL KBANK KTB) กลุ่มประกันชีวิต (BLA TLI) และ 4) Laggard Play ที่ราคาหุ้น YTD ยัง Underperform SET โดยเน้นหุ้น Big-cap ที่คาดได้อานิสงส์จาก Sector Rotation และพื้นฐานแกร่ง ได้แก่ BDMS MINT CPALL MTC OR

Daily Top Picks

MTC: คาดจะได้ Sentiment บวกจากนโยบายการเงินที่มีแนวโน้มตึงตัวลดลง หาก CPI สหรัฐฯ ใน มิ.ย. ชะลอลงจากเดือนก่อน กำไรใน 2Q69 คาดจะทำจุดสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง จาก NIM ดีขึ้นตามฤดูกาล สินเชื่อเติบโตต่อเนื่อง และ “ไทยช่วยไทยพลัส” สนับสนุนคุณภาพสินทรัพย์ เป้าหมายระยะสั้นที่ 34.25 บาท

PTTEP: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ตึงเครียดและราคาน้ำมันดิบที่ได้ปรับขึ้นเหนือระดับ US$80 ต่อบาร์เรล กำไรสุทธิ 2Q69 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเท่าตัว QoQ จากปริมาณขายและราคาที่สูงขึ้นตามอุปสงค์ที่สูงในช่วงสงครามและกำไรจากการป้องกันความเสี่ยง (Hedging) เป้าหมายระยะสั้นที่ 145.00 บาท
 
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 14 ก.ค. 2569 เวลา : 12:42:44
14-07-2026
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ July 14, 2026, 5:48 pm