.jpg)
ในวันที่เศรษฐกิจเปราะบางและปัจจัยแวดล้อมผันผวนสูง ผู้บริโภคมีกำลังซื้อจำกัดส่งผลกระทบต่อตลาดที่อยู่อาศัยไม่สามารถฟื้นตัวได้เร็ววันเหมือนเช่นที่ผ่านมา แนวคิดหลักของ ORIGIN GROUP คือ ขับเคลื่อนธุรกิจด้วยความรัดกุมภายใต้กลยุทธ์ "ORIGIN Portfolio Evolution 2026" ผ่าน 5 Key Drivers (5 ธุรกิจหลัก) สร้างการเติบโตยั่งยืนรับมือทุกวัฏจักร ซึ่งครอบคลุมอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจร ได้แก่ กลุ่มธุรกิจคอนโดมิเนียม ภายใต้ บริษัท ออริจิ้น เวอร์ติเคิล คอร์ปอเรชั่น จํากัด หรือ ORIGIN VERTICAL, กลุ่มธุรกิจบ้านจัดสรร ภายใต้ บริษัท บริทาเนีย จำกัด (มหาชน) หรือ BRI, กลุ่มธุรกิจการให้บริการเกี่ยวเนื่องกับอสังหาริมทรัพย์สมัยใหม่ ภายใต้ บริษัท พรีโม เซอร์วิส โซลูชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ PRI , กลุ่มธุรกิจที่สร้างรายได้ประจำต่อเนื่อง (Recurring Income) ทั้งโรงแรม เซอร์วิสอพาร์ทเมนท์ ออฟฟิศ และพื้นที่เชิงพาณิชย์ ภายใต้ บริษัท ออริจิ้น โฮเทล จํากัด (มหาชน) หรือ ORIGIN HOTEL และ กลุ่มธุรกิจ Logistics และ Warehouse ภายใต้ บริษัท แอลฟา อินดัสเทรียล โซลูชั่น จำกัด หรือ ALPHA
นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI ผู้พัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร เปิดเผยถึงการดำเนินธุรกิจของ ออริจิ้น ที่ปีนี้ก้าวขึ้นสู่ปีที่ 17 บริษัทฯมีวิวัฒนาการมาตลอด ขนาดของพอร์ตธุรกิจที่ใหญ่มูลค่ากว่า 280,000 ล้านบาท ผ่าน 5 ธุรกิจหลัก Key Drivers ที่วันนี้ปรับตัวค่อนข้างจะสมบูรณ์แล้ว ออริจิ้น ลุยสร้างธุรกิจน่านน้ำใหม่ค่อนข้างเป็นปึกแผ่น และรองรับต่อการเปลี่ยนแปลง ขณะเดียวกันก็เลี่ยงไม่ได้กับการเปลี่ยนแปลงของโลก ที่ทำให้ ออริจิ้น ต้องมีความพร้อมรองรับเสมอในทุกสถานการณ์
ผ่านมาครึ่งแรกของปี 2569 บริษัทฯ มียอดขายบ้าน-คอนโดฯ รวม 10,627 ล้านบาท โดย ณ สิ้นไตรมาส 1/2569 มียอดโอนกรรมสิทธิ์รวมกว่า 2,830 ล้านบาท ยอดขายที่รอรับรู้รายได้ (Backlog) อยู่ที่ 34,681 ล้านบาท ทยอยรับรู้รายได้ต่อเนื่อง 4 ปี ตั้งแต่ปี 2569 จนถึงปี 2572 และยังคงเดินหน้าตามแผนในช่วงครึ่งหลังของปี เปิดโครงการใหม่ จำนวน 6 โครงการ มูลค่า 7,400 ล้านบาท
การแบ่งแพลตฟอร์มการทำงานผ่านทั้ง 5 Key Drivers เป็นกลยุทธ์ที่ช่วยเสริมความยืดหยุ่น และสร้างรายได้ที่หลากหลาย เป็นเสมือนเกราะป้องกันความเสี่ยงที่เกิดจากความผันผวนของเศรษฐกิจ และทั้ง 5 Key Drivers เดินเกมทำงานหนัก-เบา ปรับตัวไปตามสถานการณ์
“เราไม่ได้จำกัดตัวเองอยู่แค่คำว่า คนสร้างบ้าน หรือ คอนโดฯ อีกต่อไป แต่วันนี้เราคือผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ครบวงจรพร้อมสร้างรายได้จาก Asset ทุกรูปแบบในมือ การกระจายความเสี่ยง (Diversify) ของ ออริจิ้น ผ่านธุรกิจหลักทั้ง 5 Key Drivers วันนี้เราได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ศักยภาพของเราครอบคลุมอสังหาริมทรัพย์ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็น บ้าน คอนโด โรงแรม คลังสินค้า หรือที่ดินเปล่า ทุกอย่างสามารถเปลี่ยนเป็นโอกาสทางธุรกิจและแหล่งรายได้ที่แข็งแกร่ง กลยุทธ์ของเรา คือ การขายและสร้างมูลค่าจากอสังหาฯ ทุกโมเดล เพื่อเข้ามาเติมเต็มและชดเชยในช่วงที่ตลาดที่อยู่อาศัยชะลอตัว ทำให้โครงสร้างรายได้ของบริษัทฯ มีความสมดุลและพร้อมเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว” นายพีระพงศ์ กล่าว
ออริจิ้น มีการ Diversify พอร์ตโครงการใหม่ บ้าน-คอนโดฯ-โรงแรม-คลังสินค้า สำหรับปี 2569 มูลค่ารวมทั้งสิ้น 19,400 ล้านบาท ดังนี้
กลุ่มธุรกิจคอนโดมิเนียม ORIGIN VERTICAL เน้นพัฒนาโครงการใกล้แนวรถไฟฟ้า และทำเลศักยภาพ รองรับกลุ่มลูกค้า เรียลดีมานด์ และนักลงทุนรวมถึงมุ่งเน้นตลาดเฉพาะกลุ่ม เช่น คอนโดมิเนียมเลี้ยงสัตว์ได้ (Pet Friendly) และคอนโดเพื่อการลงทุน (Investment Property) มีการบริหารจัดการปล่อยเช่าแบบครบวงจรโดยทีมงานมืออาชีพจาก Hampton พร้อมเจาะลูกค้าชาวต่างชาติ ปีนี้เปิดตัว 3 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 4,200 ล้านบาท
กลุ่มธุรกิจบ้านจัดสรร BRITANIA เน้นโครงการบ้านเดี่ยว และบ้านแฝด ที่มีดีไซน์และฟังก์ชันตอบโจทย์การใช้ชีวิตทุกช่วงวัย โดยจุดแข็งสำคัญของ BRITANIA ไม่ได้เป็นเพียงแค่การขายบ้านแต่ สร้าง Community สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่และครอบครัวขยาย โดยมีโครงการเปิดใหม่ 3 โครงการ มูลค่ารวม 3,200 ล้านบาท
“ช่วงต้นปี’69 เราประเมินตลาดอสังหาฯ ปีนี้ทั้งปียังทรงๆ หรือหากเติบโตก็เพียงเล็กน้อย ซึ่งคาดหวัง ในครึ่งหลังของปี ตลาดจะคึกคักมากขึ้นจากการต่ออายุมาตรการลดค่าโอน-จดจำนองเหลือ 0.01% สำหรับบ้าน คอนโดฯ และอาคารพาณิชย์ ราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท มีผลถึง 30 มิถุนายน 2570 ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุนและแรงผลักดันให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัย เนื่องจากลดภาระค่าใช้จ่ายลงได้เป็นจำนวนมาก อีกทั้งยังทำให้มีเงินก้อนเหลือเพิ่มขึ้น” นายพีระพงศ์ กล่าวให้ความเห็นต่อภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัย
นายพีระพงศ์ กล่าวอีกว่า เมื่อภาพโดยรวมเศรษฐกิจไม่เอื้อต่อการเติบโต ที่ส่งผลต่อธุรกิจใดธุรกิจหนึ่งได้อย่างเต็มที่ ออริจิ้น จึงมีการปรับพอร์ตใหม่ทันที เพื่อรองรับต่อความผันผวน โดยเฉพาะ กลุ่มธุรกิจสร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) ผ่าน Origin Hotel ซึ่งมีโมเดลธุรกิจชัดเจนตั้งแต่ Build - Operate - Exit - Re Investment ที่ ออริจิ้น ยึดกระบวนการจัดการทรัพย์สินเป็น Cycle สร้างพอร์ตเติบโตต่อเนื่องทั้ง ธุรกิจโรงแรม 8 แห่ง จำนวนห้องพัก 2,003 keys และอาคารสำนักงานให้เช่าพื้นที่รวม 6,829 ตารางเมตร และในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 นี้ ได้มีการปิดดีล Exit สินทรัพย์ไปแล้วกว่า 5,000 ล้านบาท เป็นไปตามแผนธุรกิจที่วางไว้ ในขณะเดียวกันก็มีการเติมเต็มพอร์ต Origin Hotel เตรียมเปิด 4 โรงแรมใหม่ ล่าสุด ออริจิ้น ประกาศร่วมทุน Hotel101 (HBNB) บริษัทจดทะเบียนใน Nasdaq ตั้งบริษัทร่วมทุน พัฒนาโครงการ Hotel 101 Bangkok บนทำเลยุทธศาสตร์ใหม่ย่านดอนเมือง พร้อมรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและการเดินทางที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง
กลุ่มธุรกิจ Logistics และ Warehouse ที่ดำเนินธุรกิจภายใต้ ALPHA เดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจสู่การเติบโต ปัจจุบันเปิดดำเนินการแล้ว 360,000 ตารางเมตร มีอัตราการเช่าพื้นที่ 100% มีแผนนำ Warehouse เข้ากอง REIT 3 แห่ง ขนาดพื้นที่ 175,107 ตารางเมตร ภายใต้ชื่อ ALPHA REIT มูลค่าราว 3,300 ล้านบาท รองรับแผนขยายการลงทุนในอนาคต ทั้งนี้ในปี 2569 กลุ่มธุรกิจ Logistics และ Warehouse มีแผนขยายการลงทุนเพิ่ม 5 โครงการพื้นที่รวมกว่า 150,000 ตารางเมตร มูลค่ารวม 3,000 ล้านบาท
กลุ่มธุรกิจการให้บริการเกี่ยวเนื่องกับอสังหาริมทรัพย์สมัยใหม่ ภายใต้การดำเนินงานของ PRIMO อีกเครื่องยนต์ของ ORIGIN GROUP ให้บริการบริหารจัดการนิติบุคคลอาคารชุด, ตัวแทนซื้อขาย-ปล่อยเช่าอสังหาฯ, และบริการดูแลลูกบ้าน บริการครบแบบ All-in-One Service ตอบโจทย์ลูกค้าตั้งแต่ต้นน้ำ-กลางน้ำ-ปลายน้ำ ที่กำหนดกลยุทธ์ธุรกิจภายใต้ธีม "PRIMO TRANSFORMATION ERA ก้าวสู่ศักราชใหม่แห่งการเปลี่ยนผ่านอย่างยั่งยืน” พร้อมขยายบริการใหม่แบบ Selective สร้างความหลากหลาย กระจายแหล่งรายได้ เดินหน้าขยายฐานลูกค้าระดับ Premium และโครงการ High-end
วันนี้ ออริจิ้น เดินหน้าเครือข่าย Business Ecosystem ช่วยกระจายความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจ เป็นจุดแข็งของ ORI ที่ไม่ได้มองตัวเองเป็นแค่ Developer สร้างบ้านและคอนโดฯขาย แต่ Transform สู่การเป็น Holding Company ที่มีพอร์ตโฟลิโอครอบคลุมครบทุกวงจร มีบริษัทในเครือถึง 3 บริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งจะเป็นแรงผลักดันและส่งเสริมให้ ออริจิ้น เติบโตแบบ New Growth Engine ผ่าน 5 Key Drivers กลุ่มธุรกิจเสาหลัก เสริมความแข็งแกร่งของโครงสร้างรายได้ และเมื่อโอกาสเหมาะอาจเห็นบริษัทฯ ในเครือ หนึ่งในกลุ่มธุรกิจทำการ Spin-off และนำหุ้นเข้าจดทะเบียนซื้อ-ขาย ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยต่อไปในอนาคต เพื่อรองรับการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาวอีกครั้ง
ข่าวเด่น