
(+) ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนท์ปรับเพิ่มขึ้น หลังตลาดกังวลว่าสหรัฐฯ และอิหร่านอาจกลับเข้าสู่ภาวะสงครามเต็มรูปแบบอีกครั้ง ซึ่งเสี่ยงกระทบต่อการขนส่งน้ำมันดิบผ่านช่องแคบฮอร์มุซ หลังอิหร่านยกระดับการตอบโต้ผ่านการโจมตีโรงงานผลิตน้ำและโรงไฟฟ้าในคูเวต ซึ่งถือเป็นการกลับมาโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่มีการหยุดยิงระหว่างทั้งสองฝ่าย นอกจากนี้ สำนักข่าว Axios ได้เผยว่าอิหร่านได้มีการโจมตีไปยังฐานทัพของสหรัฐฯ ซึ่งตั้งอยู่ในซาอุดิอาระเบีย นอกจากนี้ สัญญาณของการยกระดับของความขัดแย้งได้ปรับเพิ่มขึ้น หลังสำนักข่าว Axios เผยว่าสหรัฐฯ ได้ส่งเครื่องบินเติมเชื้อเพลิงทางอากาศจำนวนหลายสิบลำไปยังอิสราเอล ซึ่งเป็นสัญญาณว่าสหรัฐฯ เตรียมยกระดับการโจมตีต่ออิหร่านเพิ่มขึ้น
(+) Rystad Energy เผยว่าสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่มีความตึงเครียดเพิ่มขึ้นอาจส่งให้มีส่วนเพิ่มจากความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ (Risk Premium) อยู่ที่ประมาณ 15-20 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล โดย Rystad Energy ได้ปรับเพิ่มความน่าจะเป็นของการสู้รบที่ยืดเยื้อเป็น 20% ขณะที่ความเป็นไปได้ที่ทั้งสองฝ่ายจะ ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงที่มีนัยสำคัญใด ๆ เพิ่มขึ้นเป็น 55%
(-) Baker Hughes เผยจํานวนแท่นขุดเจาะนํ้ามันดิบสหรัฐฯ ประจำสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 16 ก.ค. 69 ปรับเพิ่ม 7 แท่นจากสัปดาห์ก่อน มาอยู่ที่ระดับ 452 แท่น โดยจำนวนแท่นที่ปรับเพิ่มขึ้นนี้ถือเป็นการปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องติดต่อกันมากที่สุดนับตั้งแต่เดือน ม.ค. 65 ขณะที่แท่นขุดเจาะก๊าซธรรมชาติทรงตัวอยู่ที่ระดับ 126 แท่น
ข่าวเด่น