หุ้นทอง
บล.อินโนเวสท์วิเคราะห์ "คาด SET ผันผวน มีประเด็นติดตามตลอดสัปดาห์"


คาด SET แกว่งผันผวน โดยมีประเด็นที่มีผลต่อภาวะการลงทุนหลายเรื่อง ทั้งความขัดแย้งสหรัฐฯ-อิหร่านที่รุนแรงขึ้น การรายงานงบ 2Q69 หุ้นกลุ่มธนาคารในวันนี้และพรุ่งนี้ รวมทั้งหุ้น Real Sector ขนาดใหญ่อย่าง SCC และ DELTA ในช่วงกลางและปลายสัปดาห์ นอกจากนี้ยังต้องจับตาการเจรจาภาษีศุลกากรสหรัฐฯ ภายใต้ Section 301 หลังอัตราภาษี 10% ตาม Section 122 จะสิ้นสุดลงในวันที่ 24 ก.ค. นี้ ทางเทคนิคดัชนีปรับขึ้นแต่ยังไม่ผ่านจุดสูงเดิม หากยังไม่ Breakout ขึ้นไปอาจเห็นการย่อพักตัวช่วงสั้น

ประเด็นสำคัญ

• ล่าสุดราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับขึ้นสู่ระดับ US$90.76/bbl หลังความขัดแย้งสหรัฐฯ-อิหร่านทวีความรุนแรงขึ้น สร้างความกังวลต่ออุปทานน้ำมันโลกและกดดันเงินเฟ้อโลกเสี่ยงพุ่งขึ้น บีบให้ธนาคารกลางต้องดำเนินนโยบายการเงินตึงตัว ระยะสั้นมองลบต่อตลาดสินทรัพย์เสี่ยง โดยเฉพาะกลุ่ม Anti-Oil แต่บวกต่อพลังงานต้นน้ำ (PTTEP) และโรงกลั่น (BCP TOP SPRC)

• นายกฯ หารือ 4 ยักษ์ใหญ่จีน (Xiaomi, ChangAn, InnoLight, Eoptolink) เดินหน้าแผนลงทุนในไทยมูลค่ารวมกว่า 7 หมื่น ลบ. ภายในปีนี้ เน้นอุตสาหกรรม Precision Tech, Data Center, Semiconductor และ EV ตอกย้ำไทยเป็นฐานผลิตไฮเทคของภูมิภาค ระยะยาวมองบวกต่อกลุ่มนิคม (WHA AMATA) ยานยนต์ (AH SAT STANLY) และอิเล็กทรอนิกส์ (KCE HANA DELTA)

• กบน. เคาะปรับเงินอุดหนุนดีเซลขึ้นเป็น 7.39 บาท/ลิตร และ B20 เป็น 12.11 บาท/ลิตร เพื่อพยุงค่าครองชีพหลังราคาน้ำมันพุ่งจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง แต่ส่งผลโดยตรงต่อค่าการตลาดน้ำมันที่อาจถูกกดดันหนักในระยะสั้น มองลบต่อกลุ่มค้าปลีกน้ำมัน (PTG OR) 

• รมว.พาณิชย์หารือทวิภาคีกับสหรัฐฯ เดินหน้าข้อตกลงการค้าต่างตอบแทน (ART) และติดตามผลไต่สวนมาตรา 301 ไทยเร่งแสดงความยืดหยุ่นผ่านการเพิ่มลงทุนและนำเข้าสินค้าสหรัฐฯ หวังลดแรงกดดันทางการค้าและรักษาตลาดส่งออกหลัก มองเป็นกลางต่อกลุ่มส่งออกอาหาร (TU ITC) และอิเล็กทรอนิกส์ (KCE HANA DELTA)

• คมนาคมอนุมัติแผนก่อสร้าง Cruise Terminal เกาะสมุย มูลค่าลงทุน 1.2 หมื่น ลบ. รูปแบบร่วมทุนรัฐและเอกชน (PPP) ตั้งเป้ารองรับนักท่องเที่ยวได้สูงสุด 4 แสนคน/ปี ช่วยเสริมศักยภาพท่องเที่ยวไทย ระยะยาวมองบวกต่อกลุ่มท่องเที่ยว (AOT BA CENTEL MINT ERW)

กลยุทธ์การลงทุน

ช่วงสั้นมอง SET มีโอกาสพักตัว โดยแม้มีแรงหนุนจากคลายกังวลการใช้นโยบายการเงินตึงตัวของธนาคารกลางหลัก หลังเงินเฟ้อทั่วโลก มิ.ย. ชะลอตัวลงต่ำกว่าคาด รวมทั้งอานิสงส์จากนโยบายการคลังเชิงรุกของไทยและการเก็งกำไรในช่วงประกาศงบ 2Q69 ของ บจ. แต่ยังมีปัจจัย Overhang ที่ต้องติดตามทั้งความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ที่ยืดเยื้อซึ่งกดดันให้เกิดปัญหา Supply Shortage, ความผันผวนของกลุ่มเทคโนโลยีโลก รวมทั้งการเจรจาภาษีศุลกากรสหรัฐฯ ภายใต้ Section 301 หลังอัตราภาษี 10% ตาม Section 122 จะสิ้นสุดลงในวันที่ 24 ก.ค. นี้ กลยุทธ์การลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy”

ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์

มอง SET มีโอกาสพักตัว แม้มีแรงหนุนจากเงินเฟ้อโลกชะลอตัว นโยบายการคลังไทย และเก็งกำไรงบ 2Q69 แต่ยังมีปัจจัยกดดันจากความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ ความผันผวนกลุ่มเทคโนโลยีโลก และการเจรจาภาษีสหรัฐฯ (Section 301) หลังมาตรการเดิมจะสิ้นสุด 24 ก.ค. นี้ กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy” ใน 3 ธีมหลัก และ 4 ธีมเทรดดิ้ง  ดังนี้

1. Domestic Play เน้นหุ้นบิ๊กแคปที่ได้ประโยชน์จากมาตรการรัฐ อีกทั้งราคาหุ้นยัง Laggard ได้แก่ CPALL CPN GLOBAL ADVANC TRUE MTC BEM

2. New Normal Play ซึ่งได้ประโยชน์จากแผนเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด การย้ายฐานการผลิต และการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจระยะยาวตามเมกะเทรนด์โลก ได้แก่ GULF GPSC BGRIM WHA AMATA

3. High Dividend Play เพื่อเป็นหลุมหลบภัยในช่วงตลาดผันผวน และสร้างกระแสเงินสดกลับเข้าพอร์ตได้อย่างสม่ำเสมอ แบ่งเป็น 1) ดักปันผลระหว่างกาลโดยคาดให้ Div. Interim Yield >2% (ประกาศจ่ายช่วง ส.ค.-ก.ย.) ได้แก่ ADVANC OR PTT PTTEP SCCC SIRI TQM TU และ 2) ดักปันผลระยะยาวเพื่อสร้างผลตอบแทนยั่งยืน โดยคาดให้ Div. Yield >5% ต่อปี ได้แก่ AP BBL FTREIT LHSC PTT

Trading Idea: 1) Geopolitical Play ซึ่งได้อานิสงส์จากสถานการณ์ตะวันออกกลางกลับมาปะทุ อย่างพลังงานต้นน้ำ (PTTEP) และโรงกลั่น (TOP SPRC BCP) โดยเน้นตั้งรับเมื่อย่อตัวและตั้งจุด Stop Loss เคร่งครัด 2) Earning Play ซึ่งคาดใน 2 สัปดาห์ข้างหน้านี้จะประกาศกำไร 2Q69 เติบโตดีทั้ง YoY และ QoQ อีกทั้งยังมีฐานะการเงินแข็งแกร่ง และแนะนำ Outperform ได้แก่ SCGP HMPRO 3) Laggard Play ที่ราคาหุ้น YTD ยัง Underperform SET โดยเน้นหุ้น Big-cap ที่คาดได้อานิสงส์จาก Sector Rotation และมีพื้นฐานแกร่ง ได้แก่ TU MINT HMPRO BDMS MTC CPALL และ 4) Export Play ซึ่งคาดได้โมเมนตัมบวก หากอัตราภาษีศุลกากรสหรัฐใหม่ไม่ได้สูงกว่าระดับสูงสุดในอดีตที่ 19% ได้แก่ TU ITC DELTA HANA KCE

Daily Top Picks

PTTEP: ปัจจัยสนับสนุนจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่มีต่อเนื่องและราคาน้ำมันดิบที่ได้ปรับขึ้นใกล้ระดับ US$90 ต่อบาร์เรล กำไรสุทธิ 2Q69 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเท่าตัว QoQ จากปริมาณขายและราคาที่สูงขึ้นตามอุปสงค์ที่สูงในช่วงสงครามและกำไรจากการ Hedging เป้าหมายระยะสั้นที่ 147.50 บาท

WHA: ปัจจัยสนับสนุนระยะสั้นจาก 4 บริษัทเทคฯ จีนประกาศแผนลงทุน 7 หมื่นลบ. ภายในปีนี้ คาดยอดขายที่ดินปีนี้จะเป็นไปตามเป้าที่ 2,500 ไร่ ส่วนธุรกิจอื่น เช่น โลจิส ติกส์และสาธารณูปโภคคาดจะเติบโตต่อเนื่อง คาดกำไรสุทธิปี 2569 จะทำจุดสูงสุดใหม่ที่ 5.5 พันลบ. เติบโต 7.7% เป้าหมายระยะสั้นที่ 5.65 บาท
 
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 20 ก.ค. 2569 เวลา : 11:57:56
21-07-2026
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ July 21, 2026, 10:46 am