กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เดินหน้ายกระดับศักยภาพผู้ประกอบการไทยสู่เศรษฐกิจยุคดิจิทัล จัดพิธีมอบวุฒิบัตรผู้สำเร็จหลักสูตร "นักการค้ามืออาชีพยุคใหม่ (Smart Professional Entrepreneur : DBD-SPE รุ่นที่ 14)" จำนวน 55 ราย ชูผลสำเร็จจากการประยุกต์ใช้ AI, Data Analytics และการตลาดดิจิทัล ดันยอดขายเพิ่มรวมทะลุ 104 ล้านบาท พร้อมมอบรางวัล "3 นักธุรกิจต้นแบบแห่งปี" ที่สามารถนำความรู้ไปต่อยอดธุรกิจจนเห็นผลเป็นรูปธรรม
นายสถาพร ร่วมนาพะยา รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานมอบโล่รางวัลและวุฒิบัตรหลักสูตร DBD-SPE รุ่นที่ 14 (20 กรกฎาคม 2569) ณ ศูนย์ประชุมกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ชั้น 6 ว่า โลกธุรกิจปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งพฤติกรรมผู้บริโภคและเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำ และการแข่งขันที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น ผู้ประกอบการจึงจำเป็นต้องปรับตัวและติดอาวุธแนวคิดหรือรูปแบบการดำเนินธุรกิจใหม่ๆ เพื่อให้ก้าวทันบริบทของเศรษฐกิจยุคดิจิทัล

กรมฯ พิสูจน์ผลงานความสำเร็จจากการพัฒนาหลักสูตร DBD-SPE กว่า 12 ปี ให้เป็นหลักสูตรที่ตอบโจทย์การดำเนินธุรกิจในยุคดิจิทัลอย่างรอบด้าน โดยมุ่งสร้าง Growth Mindset ให้ผู้ประกอบการ พร้อมเติมเต็มองค์ความรู้ด้านการบริหารองค์กร การบริหารทรัพยากรบุคคล การสร้างแบรนด์ การตลาดดิจิทัล การใช้เทคโนโลยี AI การวิเคราะห์ข้อมูล ตลอดจนการแก้ไข Pain Point ที่ผู้ประกอบการ SME ต้องเผชิญ เพื่อให้สามารถนำองค์ความรู้ไปต่อยอดธุรกิจและสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันได้จริงนอกจากการเรียนรู้ในห้องอบรมแล้ว หลักสูตรยังให้ความสำคัญกับการให้คำปรึกษาเชิงลึก ทั้งในรูปแบบ Group Coaching และ One-on-One Coaching โดยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านจะร่วมวิเคราะห์ปัญหาวางกลยุทธ์ และออกแบบแนวทางพัฒนาธุรกิจให้เหมาะสมกับแต่ละกิจการ พร้อมติดตามผลการเปลี่ยนแปลงตลอดหลักสูตร เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถนำความรู้ไปใช้ได้อย่างเป็นรูปธรรมและเห็นผลลัพธ์ทางธุรกิจอย่างชัดเจน โดยในปีนี้มีผู้สำเร็จหลักสูตร นักการค้ามืออาชีพยุคใหม่ (DBD-SPE14) จำนวน 55 ราย

ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลากว่า 12 ปี นับตั้งแต่เริ่มดำเนินโครงการในปี 2557 หลักสูตร DBD-SPE ได้พัฒนาผู้ประกอบการไทยแล้วกว่า 1,088 ราย และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 2,000 ล้านบาท (ช่วงปี 2562-2568) สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการไทยให้สามารถแข่งขันได้ทั้งในประเทศและตลาดโลกผ่านการผสานองค์ความรู้ เทคโนโลยี และการสร้างเครือข่ายธุรกิจที่เข้มแข็ง
สำหรับปี 2569 นี้ ความสำเร็จของ DBD-SPE รุ่นที่ 14 ถือเป็นปีที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง โดยผู้สำเร็จหลักสูตรทั้ง 55 ราย สามารถสร้างมูลค่าการค้ารวมกันได้ถึง 104 ล้านบาท และไฮไลต์สำคัญคือการประกาศผลคัดเลือก "นักธุรกิจต้นแบบ" จำนวน 3 ราย ที่มีความโดดเด่นด้านการพัฒนาศักยภาพและผลลัพธ์ทางธุรกิจ ดังนี้
1. บริษัท ปาจารา จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายเสื้อผ้าและชุดนอนสตรีภายใต้แนวคิด "ความสุขในเวลาค่ำคืน" นำองค์ความรู้จากหลักสูตรมาปรับระบบการบริหารธุรกิจ ยกระดับการสร้างแบรนด์ พัฒนากลยุทธ์การตลาด และขยายช่องทางจำหน่าย ส่งผลให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคง ภายใต้แนวคิด “กำไรที่แท้จริง คือการสร้างคุณค่า”
2. บริษัท เวิร์คแบรนด์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ Personal Care ที่สามารถสร้างความแตกต่างในตลาดที่มีการแข่งขันสูง ด้วยการพัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์ Pain Point ของผู้บริโภค ควบคู่กับการใช้กลยุทธ์การตลาดออนไลน์ การสร้างคอนเทนต์ และการพัฒนาแบรนด์ ทำให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่และสร้างการเติบโตทั้งช่องทางออนไลน์และออฟไลน์
3. บริษัท แก้มแดง จำกัด ผู้ให้บริการจัดหานักแสดงนายแบบและนางแบบ ที่นำเทคโนโลยีดิจิทัล ระบบ Automation และการบริหารจัดการข้อมูลมาประยุกต์ใช้ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ลดต้นทุน ขยายฐานลูกค้า จนสามารถสร้างการเติบโตของธุรกิจได้อย่างโดดเด่น
สำหรับนักธุรกิจต้นแบบทั้ง 3 ราย จะได้รับสิทธิพิเศษในการต่อยอดทางการตลาด ผ่านการนำเสนอเรื่องราวธุรกิจบนช่อง YouTube: Thairath News เพื่อสร้างการรับรู้ในวงกว้าง ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกรมฯ ที่ไม่เพียงแต่มอบความรู้ แต่ยังสร้าง Ecosystem และเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจที่แข็งแกร่ง เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ เรียนรู้ซึ่งกันและกัน และต่อยอดความร่วมมือทางธุรกิจในระยะยาว ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ SME ไทยเติบโตได้อย่างยั่งยืนในโลกธุรกิจยุคใหม่

“SME เป็นรากฐานสำคัญของระบบเศรษฐกิจไทย การพัฒนาผู้ประกอบการให้มีความพร้อมด้านดิจิทัลจึงเป็นภารกิจสำคัญของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เพราะในโลกธุรกิจปัจจุบันการแข่งขันไม่ได้วัดกันที่ขนาดของธุรกิจ แต่ขึ้นอยู่กับความสามารถในการเรียนรู้ ปรับตัว และใช้เทคโนโลยีสร้างความได้เปรียบ กรมฯ จะเดินหน้าพัฒนาหลักสูตรและระบบสนับสนุนผู้ประกอบการอย่างต่อเนื่อง เพื่อผลักดันให้ SME ไทยก้าวสู่การเป็นธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม (Innovation-driven Enterprise) ใช้ AI และข้อมูลเป็นเครื่องมือเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน สร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าและบริการ และเติบโตได้อย่างมั่นคงในเศรษฐกิจดิจิทัล ทั้งในประเทศและตลาดโลก” รองอธิบดีสถาพรฯ กล่าวสรุป
ผู้ประกอบการที่สนใจเข้าร่วมหลักสูตร DBD-SPE รุ่นต่อไป สามารถติดตามรายละเอียดการเปิดรับสมัครได้ทางเว็บไซต์กรมพัฒนาธุรกิจการค้า www.dbd.go.th,? Call Center 1570 หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ส่วนพัฒนาเครือข่ายธุรกิจบริการ กองธุรกิจบริการ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ โทรศัพท์ 0 2547 5985
#SuperDBD #กรมพัฒนาธุรกิจการค้า #กระทรวงพาณิชย์
ข่าวเด่น