
คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๙ อนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่...) พ.ศ....เพื่อปรับปรุงมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนวิสาหกิจเพื่อสังคม
นายสมศักดิ์ อนันทวัฒน์ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า “กระทรวงการคลังโดยกรมสรรพากรตระหนักถึงบทบาทของวิสาหกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise) ในการแก้ไขปัญหาและการพัฒนาสังคม เพื่อให้ประเทศไทยสามารถบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ [Sustainable Development Goals (SDGs)] จึงได้เสนอร่างพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... แก้ไขเพิ่มเติมพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ ๗๓๕) พ.ศ. ๒๕๖๔ เพื่อปรับปรุงมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนวิสาหกิจเพื่อสังคม ซึ่งจะทำให้การส่งเสริมและการสนับสนุนวิสาหกิจเพื่อสังคมเป็นไปอย่างต่อเนื่องและครอบคลุมมากขึ้น โดยมีรายละเอียดดังนี้
๑. ขยายระยะเวลาของสิทธิประโยชน์ทางภาษีซึ่งให้ผู้สนับสนุนที่เป็นนิติบุคคลที่ให้เงินหรือทรัพย์สินเพื่อสนับสนุนวิสาหกิจเพื่อสังคมสามารถหักรายจ่ายได้ ๑ เท่า จากสิ้นสุดวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๖ เป็นไม่กำหนดเวลาสิ้นสุด
๒. เพิ่มเติมสิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับบุคคลธรรมดาที่ให้เงินเพื่อสนับสนุนวิสาหกิจเพื่อสังคม ให้สามารถหักลดหย่อนได้ ๑ เท่า โดยไม่กำหนดเวลาสิ้นสุดเช่นกัน
๓. เพิ่มเติมสิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับการบริจาคเงินหรือทรัพย์สินให้แก่กองทุนส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม จากหักลดหย่อนหรือหักรายจ่ายได้ ๑ เท่า เป็น ๒ เท่า ตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม๒๕๖๗ ถึงวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๗๑
ทั้งนี้ สิทธิประโยชน์ทางภาษีตามข้อ ๑ ถึงข้อ ๓ ต้องเป็นการสนับสนุนหรือการบริจาคผ่านระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์ของกรมสรรพากร (e-Donation)
๔. ขยายระยะเวลาการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ให้แก่บุคคลธรรมดาและบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล สำหรับการให้ทรัพย์สินแก่วิสาหกิจเพื่อสังคมหรือการบริจาคทรัพย์สินให้แก่กองทุนส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคมผ่านระบบ e-Donation จากสิ้นสุดวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๖ เป็นไม่กำหนดเวลาสิ้นสุด
๕. ผ่อนปรนการจดแจ้งความประสงค์จะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีต่ออธิบดีกรมสรรพากร ให้วิสาหกิจเพื่อสังคมสามารถจดแจ้งความประสงค์จะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีได้แม้เกินกำหนดเวลาที่กฎหมายกำหนด แต่วิสาหกิจเพื่อสังคมและผู้สนับสนุนจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีตั้งแต่รอบระยะเวลาบัญชีหรือปีภาษีถัดจากรอบระยะเวลาบัญชีหรือปีภาษีที่ได้จดแจ้งความประสงค์นั้น
อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวเพิ่มเติมว่า “เมื่อพระราชกฤษฎีกามีผลใช้บังคับแล้ว จะมีการแก้ไขเพิ่มเติมประกาศอธิบดีกรมสรรพากร (ฉบับที่ ๓๘) เพื่อผ่อนปรนหลักเกณฑ์การหักลดหย่อนและการหักรายจ่ายเพื่อการลงทุนในหุ้นหรือการเป็นหุ้นส่วนเพื่อการจัดตั้งหรือการเพิ่มทุนของวิสาหกิจ เพื่อสังคม โดยกำหนดให้ผู้ลงทุนต้องถือหุ้นหรือเป็นหุ้นส่วนในวิสาหกิจเพื่อสังคมนั้นไม่น้อยกว่า ๑๐ ปีนับตั้งแต่วันที่ลงทุน แทนที่จะต้องถือหุ้นหรือเป็นหุ้นส่วนในวิสาหกิจเพื่อสังคมนั้นตลอดไป ซึ่งจะมีผลสำหรับการลงทุนก่อนวันที่พระราชกฤษฎีกาฉบับใหม่นี้มีผลใช้บังคับด้วย”
หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานสรรพากรทุกแห่งทั่วประเทศ หรือศูนย์สารนิเทศสรรพากร (RD Intelligence Center) โทร. ๑๑๖๑
ข่าวเด่น