
คาด SET แกว่งขึ้นต่อ คาดหุ้นกลุ่มอิเล็กฯ ได้แรงหนุนจากหุ้น Tech สหรัฐฯ ที่ปรับขึ้น รวมทั้งแรงเก็งกำไรงบฯ บจ. 2Q69 หนุนภาพตลาดโดยรวม อย่างไรก็ตาม ต้องจับตามาตรการภาษีสหรัฐฯ ชุดใหม่ที่จะมาแทนมาตรการ 122 ที่จะหมดอายุในวันที่ 24 ก.ค. นี้ รวมทั้งสถานการณ์ในตะวันออกกลาง หลังปธน. ทรัมป์ขู่จะโจมตีโรงงานนิวเคลียร์ใต้ดินของอิหร่าน อาจสร้างความผันผวนให้กับตลาดเป็นระยะ ทางเทคนิคดัชนีสร้างจุดสูงใหม่ มูลค่าซื้อขายหนุน โดยรวม Momentum ยังดีอยู่
ประเด็นสำคัญ
• USTR เผย ปธน. ทรัมป์เตรียมประกาศมาตรการภาษีศุลกากรรอบใหม่ภายในสัปดาห์นี้ เพื่อทดแทนอัตรา 10% ภายใต้ Section 122 ต่อ 60 เขตเศรษฐกิจที่ระหว่าง 10-12.5% ซึ่งสอดคล้องกับผลการตรวจสอบตาม Section 301 ในก่อนหน้านี้ มองเป็นปัจจัย Overhang แต่คาดผลกระทบจะยังจำกัดต่อกลุ่มส่งออก (TU ITC DELTA HANA KCE)
• สหรัฐฯ เดินหน้าโจมตีอิหร่านต่อเนื่องเป็นคืนที่ 10 โดย ปธน. ทรัมป์ขู่จะโจมตีโรงงานนิวเคลียร์ใต้ดินของอิหร่านเร็ว ๆ นี้ ด้านอิหร่านได้โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันและโครงสร้างพื้นฐานของคูเวต ส่วนกลุ่มฮูตีในเยเมนประกาศใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเลต่อซาอุฯ ผลักดันให้ราคา Brent ปรับขึ้นมายืนแถว US$91/bbl. ระยะสั้นมองบวกต่อพลังงานต้นน้ำ (PTTEP) และโรงกลั่น (BCP TOP SPRC)
• รมว. คลังเผยความคืบหน้าโครงการ TISA อยู่ระหว่างพิจารณายกเลิกเงื่อนไขตัวคูณสิทธิประโยชน์ภาษี หนุนลดหย่อนแบบเท่าเทียม พร้อมกำหนดกรอบวงเงินลดหย่อนซึ่งเคยวางกรอบที่ 8 แสนบาท/ราย ขณะที่เปิดกว้างต่อทุกสินทรัพย์ คาดรายละเอียดชัดเจนภายใน ก.ย. นี้ มองบวกต่อตลาดหุ้นไทย โดยเฉพาะหุ้นกลุ่ม High Dividend
• รมว.คลังเผยรัฐบาลเตรียมผลักดันโครงการ "BOI to IPO" จูงใจบริษัทเทคโนโลยีต่างชาติทำ Dual Listing ในตลาดหุ้นไทย โดยบริษัทเป้าหมายแรก คือ ผู้ผลิต Optical Transceiver จากจีนที่ลงทุนขยายโรงงานในไทยกว่า 5 หมื่นลบ. ซึ่งมอบหมายให้ ตลท. และ BOI เร่งจัดทำ Fast Track รองรับ พร้อมสั่ง ตลท.ป้องกันปัญหาทุนเทา ระยะยาวมองบวกต่อตลาดหุ้นไทย โดยเฉพาะกลุ่มนิคม (WHA AMATA)
• สกพอ. เตรียมเปิดประมูล PPP ระยะเวลา 50 ปี ดึงเงินลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภค 7.2 หมื่น ลบ. สร้างเมืองอัจฉริยะเฟสแรก 6,000 ไร่ ชง ครม. ปีนี้ และประกาศเชิญชวนลงทุนปีหน้า เร่งตอกเสาเข็มเริ่มก่อสร้างในปี 2571 มองบวกต่อกลุ่มนิคม (WHA AMATA) และรับเหมา (STECON CK)
กลยุทธ์การลงทุน
ช่วงสั้นมอง SET มีโอกาสพักตัว โดยแม้มีแรงหนุนจากคลายกังวลการใช้นโยบายการเงินตึงตัวของธนาคารกลางหลัก หลังเงินเฟ้อทั่วโลก มิ.ย. ชะลอตัวลงต่ำกว่าคาด รวมทั้งอานิสงส์จากนโยบายการคลังเชิงรุกของไทยและการเก็งกำไรในช่วงประกาศงบ 2Q69 ของ บจ. แต่ยังมีปัจจัย Overhang ที่ต้องติดตามทั้งความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ที่ยืดเยื้อซึ่งกดดันให้เกิดปัญหา Supply Shortage, ความผันผวนของกลุ่มเทคโนโลยีโลก รวมทั้งการเจรจาภาษีศุลกากรสหรัฐฯ ภายใต้ Section 301 หลังอัตราภาษี 10% ตาม Section 122 จะสิ้นสุดลงในวันที่ 24 ก.ค. นี้ กลยุทธ์การลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy”
ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์
มอง SET มีโอกาสพักตัว แม้มีแรงหนุนจากเงินเฟ้อโลกชะลอตัว นโยบายการคลังไทย และเก็งกำไรงบ 2Q69 แต่ยังมีปัจจัยกดดันจากความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ ความผันผวนกลุ่มเทคโนโลยีโลก และการเจรจาภาษีสหรัฐฯ (Section 301) หลังมาตรการเดิมจะสิ้นสุด 24 ก.ค. นี้ กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy” ใน 3 ธีมหลัก และ 4 ธีมเทรดดิ้ง ดังนี้
1. Domestic Play เน้นหุ้นบิ๊กแคปที่ได้ประโยชน์จากมาตรการรัฐ อีกทั้งราคาหุ้นยัง Laggard ได้แก่ CPALL CPN GLOBAL ADVANC TRUE MTC BEM
2. New Normal Play ซึ่งได้ประโยชน์จากแผนเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด การย้ายฐานการผลิต และการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจระยะยาวตามเมกะเทรนด์โลก ได้แก่ GULF GPSC BGRIM WHA AMATA
3. High Dividend Play เพื่อเป็นหลุมหลบภัยในช่วงตลาดผันผวน และสร้างกระแสเงินสดกลับเข้าพอร์ตได้อย่างสม่ำเสมอ แบ่งเป็น 1) ดักปันผลระหว่างกาลโดยคาดให้ Div. Interim Yield >2% (ประกาศจ่ายช่วง ส.ค.-ก.ย.) ได้แก่ ADVANC OR PTT PTTEP SCCC SIRI TQM TU และ 2) ดักปันผลระยะยาวเพื่อสร้างผลตอบแทนยั่งยืน โดยคาดให้ Div. Yield >5% ต่อปี ได้แก่ AP BBL FTREIT LHSC PTT
Trading Idea: 1) Geopolitical Play ซึ่งได้อานิสงส์จากสถานการณ์ตะวันออกกลางกลับมาปะทุ อย่างพลังงานต้นน้ำ (PTTEP) และโรงกลั่น (TOP SPRC BCP) โดยเน้นตั้งรับเมื่อย่อตัวและตั้งจุด Stop Loss เคร่งครัด 2) Earning Play ซึ่งคาดใน 2 สัปดาห์ข้างหน้านี้จะประกาศกำไร 2Q69 เติบโตดีทั้ง YoY และ QoQ อีกทั้งยังมีฐานะการเงินแข็งแกร่ง และแนะนำ Outperform ได้แก่ SCGP HMPRO 3) Laggard Play ที่ราคาหุ้น YTD ยัง Underperform SET โดยเน้นหุ้น Big-cap ที่คาดได้อานิสงส์จาก Sector Rotation และมีพื้นฐานแกร่ง ได้แก่ TU MINT HMPRO BDMS MTC CPALL และ 4) Export Play ซึ่งคาดได้โมเมนตัมบวก หากอัตราภาษีศุลกากรสหรัฐใหม่ไม่ได้สูงกว่าระดับสูงสุดในอดีตที่ 19% ได้แก่ TU ITC DELTA HANA KCE
Daily Top Picks
HANA: ปัจจัยสนับสนุนระยะสั้นจากโมเมนตัมบวกจากการฟื้นตัวของหุ้นเทคฯ โลก และบาทอ่อนค่าหนุนรายได้ส่งออก การผลิต AI Solid-state Cooling Device คาดจะเริ่มใน ก.ค. 2569 และจะเร่งการผลิตใน 1Q70 และได้คำสั่งซื้อใหม่ผลิตภัณฑ์ AI-related อีก 2 รายการ คาดจะเริ่มผลิตได้ใน 2Q-4Q70 เป้าหมายระยะสั้นที่ 39.50 บาท
PR9: คาดกำไรสุทธิ 2Q69 ที่ 188 ลบ. เพิ่มขึ้น 3%YoY และ 2%QoQ แม้เป็น Low Season จากการควบคุมต้นทุน และคาดจะปรับขึ้นต่อใน 2H69 เริ่มเห็นผู้ป่วยตะวันออกกลางกลับมาใน ก.ค. และการขยายบริการการแพทย์มาร์จินสูง Valuation น่าสนใจเมื่อเทียบกับกลุ่ม ด้วย PE 2569F ที่ 17.4x เป้าหมายระยะสั้นที่ 18.40 บาท
ข่าวเด่น