
คาด SET แกว่งในกรอบ ราคาน้ำมันร่วงลงหลังสหรัฐฯ-อิหร่านประกาศยุติการโจมตีชั่วคราว หนุน Sentiment ลงทุน อย่างไรก็ตาม ต้องระวังความผันผวนจากแรงขายทำกำไรลดความเสี่ยงก่อนช่วงวันหยุดยาว นอกจากนี้อาจถูกกดดันจากแรงขายหุ้น DELTA ที่รายงานงบ 2Q69 ต่ำกว่าตลาดคาด วันนี้ติดตามการประชุม ครม. พิจารณาแก้ไข-ขยายสิทธิบัตรสวัสดิการฯ ส่วนสัปดาห์นี้ติดตามการประชุมธนาคารกลางหลายแห่ง FOMC, BoE และ BoJ ทางเทคนิคดัชนีฟื้นขึ้นยืนเหนือเส้น 10 วัน แต่มองกรอบบนจำกัด
ประเด็นสำคัญ
• การสั่งระงับการโจมตีทางอากาศชั่วคราวแบบไม่มีกำหนดของสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 24 ก.ค. ส่งผลให้อิหร่านประกาศหยุดการโจมตีชั่วคราวด้วยเช่นกัน ซึ่งช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ คลายความกังวลและลดความเสี่ยงต่อภาวะอุปทานน้ำมันตึงตัวลงได้ในระยะสั้น ซึ่งช่วยหนุนบรรยากาศการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงโดยรวม และส่งผลเชิงบวกโดยตรงต่อกลุ่ม Anti-Oil
• รัสเซียจะขยายเวลาห้ามส่งออกน้ำมันเบนซินจากเดิมที่มีกำหนดสิ้นสุดลงในวันที่ 31 ก.ค. นี้ไปเป็นสิ้นปี 2569 เพื่อรักษาเสถียรภาพของปริมาณเชื้อเพลิงภายในประเทศหลังโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานได้รับความเสียหายจากการโจมตีโดยฝีมือของยูเครน หนุนค่าการกลั่นและอุปทานตึงตัว มองบวกต่อโรงกลั่น (SPRC BCP)
• กระทรวงการคลังปรับเพิ่มประมาณการ GDP ไทยปี 2569 ขึ้นมาอยู่ที่ 2.5% (จากเดิม 1.6%) แรงหนุนหลักจากการส่งออกที่ขยายตัวได้ดีต่อเนื่อง การเร่งลงทุนของภาคเอกชนที่เติบโตสูง และการบริโภคภาคเอกชนที่ได้รับปัจจัยบวกจากนโยบายเศรษฐกิจ มองบวกต่อบรรยากาศลงทุนของตลาดหุ้นไทย โดยเฉพาะกลุ่มธนาคาร (KBANK BBL KTB) และค้าปลีก (CPALL CPN)
• ส.อ.ท. ได้ปรับประมาณการผลิตรถยนต์ของไทยในปี 2569 ลงจากเดิม 1.5 ล้านคัน เหลือ 1.45 ล้านคัน ลดลง 3.33% โดยลดประมาณการผลิตเพื่อส่งออกจาก 9.5 แสนคัน เหลือ 9.0 แสนคัน ลดลง 5.26% ขณะที่ประมาณการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศยังคงไว้ที่ 5.5 แสนคันเท่าเดิม ระยะสั้นมองลบต่อกลุ่มยานยนต์ (AH SAT STANLY)
• รมว. คลัง แถลงผลการศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์ สรุปว่ามีความเป็นไปได้ในการลงทุนอยู่ในระดับต่ำ มีความเสี่ยงต่อภาระงบประมาณสูง ไม่คุ้มค่าต่อการลงทุน และอาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมรุนแรง ระยะสั้นมองเป็นลบต่อบรรยากาศการเก็งกำไรในกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง (CK STECON)
กลยุทธ์การลงทุน
ช่วงสั้นมอง SET มีแนวโน้มแกว่งตัวพักฐาน หลัง Valuation เริ่มตึงตัว โดยมีปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่หนุนราคาน้ำมันและอาจปลุกความกังวลด้านเงินเฟ้อระลอกใหม่ ซึ่งต้องจับตาการส่งสัญญาณทิศทางดอกเบี้ยในระยะถัดไปของเฟด (30 ก.ค.) แม้การประชุมนโยบายการเงินรอบนี้คาดจะยังคงดอกเบี้ยที่ 3.75% ก็ตาม, ความผันผวนของหุ้นเทคโนโลยีโลก และการเข้าสู่ฤดูกาลประกาศงบ 2Q26 ของกลุ่ม Real Sector ซึ่งแม้จะหนุนการเก็งกำไรได้บ้าง แต่ต้องระวังแรงขาย Sell on Fact ในช่วง 2-3 สัปดาห์นี้ กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy”
ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์
มอง SET มีแนวโน้มแกว่งตัวพักฐาน โดยมีปัจจัยติดตาม อาทิ ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง การส่งสัญญาณทิศทางดอกเบี้ยในระยะถัดไปของเฟด, ความผันผวนของหุ้นเทคโนโลยีโลก และการประกาศงบ 2Q26 ของกลุ่ม Real Sector กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy” ใน 3 ธีมหลัก และ 4 ธีมเทรดดิ้ง ที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ดังนี้
1. New Normal Play ซึ่งได้ประโยชน์จากแผนเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด การย้ายฐานการผลิต และการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจระยะยาวตามเมกะเทรนด์โลก ได้แก่ GULF GPSC BGRIM GUNKUL WHA AMATA
2. High Dividend Play เพื่อเป็นหลุมหลบภัยในช่วงตลาดผันผวน และสร้างกระแสเงินสดกลับเข้าพอร์ตได้อย่างสม่ำเสมอ แบ่งเป็น 1) ดักปันผลระหว่างกาลโดยคาดให้ Div. Interim Yield >2% (ประกาศจ่ายช่วง ส.ค.-ก.ย.) ได้แก่ ADVANC OR PTT PTTEP SCCC SIRI TQM TU และ 2) ดักปันผลระยะยาวเพื่อสร้างผลตอบแทนยั่งยืน โดยคาดให้ Div. Yield >5% ต่อปี ได้แก่ AP BBL FTREIT LHSC PTT
3. Domestic Play เน้นหุ้นบิ๊กแคปที่ได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ อีกทั้งราคาหุ้นยัง Laggard ได้แก่ CPALL CPN GLOBAL ADVANC TRUE MTC BEM ERW
Trading Idea: 1) Earning Play ซึ่งคาดใน 2 สัปดาห์ข้างหน้านี้จะประกาศกำไร 2Q26 เติบโตดี YoY อีกทั้งยังมีฐานะการเงินแข็งแกร่ง และแนะนำ Outperform ได้แก่ HMPRO PTTEP GLOBAL TRUE ADVANC GULF PTTGC 2) Foreign Underowned Play เน้นหุ้น SET50 ที่ราคาหุ้นยัง Laggard และมีสัดส่วนถือครองจากต่างชาติยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี อีกทั้งมีโมเมนตัมกำไร 2Q-4Q26 ที่คาดจะเติบโตได้ YoY ได้แก่ BEM CPALL HMPRO MTC OR TRUE TU 3) Geopolitical Play ซึ่งได้อานิสงส์จากสถานการณ์ตะวันออกกลางกลับมาปะทุ อย่างพลังงานต้นน้ำ (PTTEP) โดยเน้นตั้งรับเมื่อย่อตัวและตั้งจุด Stop Loss เคร่งครัด และ 4) Bond Yield Play รับอานิสงส์หากเฟดเริ่มส่งสัญญาณดำเนินนโยบายการเงินตึงตัวขึ้นจากกังวลเงินเฟ้อรอบใหม่ ได้แก่ BLA TLI KBANK KTB
Daily Top Picks
ERW: ระยะสั้นได้ Sentiment บวกจากสหรัฐฯ-อิหร่านยุติการโจมตีชั่วคราว โครงการ “ไทยเที่ยวไทยพลัส” และ Event ระดับโลกที่จะจัดขึ้นในไทยในช่วง 4Q69 คาดกำไรสุทธิ 2Q69 ที่ 75 ลบ. เติบโต 21%YoY โดยเติบโตมากที่สุดในกลุ่ม จาก RevPAR ที่แข็งแกร่งและค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยที่ลดลง เป้าหมายระยะสั้นที่ 3.30 บาท
GPSC: ระยะสั้นได้อานิสงส์ราคาพลังงานโลกและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ลดลงตามสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ผ่อนคลายชั่วคราว มี Upside จากธุรกิจ Data Center ผ่านการให้เช่าพื้นที่และสาธารณูปโภค, แผน IPO ของ AEPL ในอินเดีย และแผน PDP2026 ซึ่งเปิดโอกาสเพิ่มกำลังการผลิตใหม่ เป้าหมายระยะสั้นที่ 56.25 บาท
ข่าวเด่น