หุ้นทอง
บล.อินโนเวสท์วิเคราะห์ "คาด SET แกว่งผันผวน สถานการณ์ตึงเครียดมากขึ้น"


คาด SET แกว่งผันผวน ราคาน้ำมันทรงตัวในระดับสูงหลังดีดขึ้นแรง จากการที่ปธน. ทรัมป์ขู่จะถล่มอิหร่านอย่างหนัก ตอบโต้อิหร่านที่โจมตีกองกำลังสหรัฐฯ ในจอร์แดน ยุติช่วงสงบศึก 4 วัน และเพิ่มความเสี่ยงสถานการณ์ตึงเครียดมากขึ้น ขณะที่การประชุม Fed มีมติไม่เป็นเอกฉันท์คงดอกเบี้ยท่ามกลางความกังวลเงินเฟ้อ ส่งผล Bond Yield ดีดตัวขึ้น คาดตลาดอยู่ในภาวะระมัดระวังเพื่อรอดูความชัดเจน วันนี้ติดตามประชุม BOE ทางเทคนิคดัชนีหลุดเส้นค่าเฉลี่ย 10 วัน เป็นสัญญาณที่ไม่ดีนัก ต้องระวังการไหลลงต่อ

ประเด็นสำคัญ

• เฟดมีมติ 9-3 คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 3.50-3.75% ต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 5 และภายหลังมีมติดังกล่าวอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ระยะ 10 ปี พุ่งสู่ระดับ 4.69% เป็น Sentiment บวกต่อกลุ่มประกัน (TLI BLA) และธนาคาร (KTB BBL KBANK KKP)

• ภาวะ Tech Sell-off ยังมีต่อเนื่อง บนความกังวลเกี่ยวกับมูลค่าหุ้นที่อยู่ในระดับสูง ดัชนี KOSPI ได้หยุดการซื้อขายชั่วคราวเป็นวันที่สองติดต่อกัน และปรับลงรวม 16% เป็น Sentiment ลบ กดดันต่อราคาหุ้นชิ้นส่วนอิเล็กฯ (DELTA, HANA, KCE)

• ราคาน้ำมันดีดตัวอีกครั้ง โดยราคา Brent ปรับขึ้นทดสอบระดับ US$90/bbl หลังอิหร่านกลับมาโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในจอร์แดนและโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันที่กำลังผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ในระยะสั้นเป็น Sentiment บวกต่อพลังงานต้นน้ำ (PTTEP), โรงกลั่น (BCP, TOP, SPRC) และปิโตรฯ (PTTGC)

• BOI เสนอมาตรการภาษี QRTC นำเม็ดเงิน R&D, พัฒนาบุคลากร, การลงทุนสีเขียวแลกเป็นเครดิตภาษี เพื่อรับคลื่นการลงทุนลูกใหม่ (เทคฯ, EV, AI) ตั้งเป้า GDP ไทย เติบโตสูงกว่า 3% และเป็นประเทศรายได้สูงภายใน 12 ปี เป็นบวกต่อนิคมฯ (AMATA, WHA) และโรงไฟฟ้า (GULF, GPSC, GUNKUL)

• ครม. ขยายเวลาลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ไว้ที่ 7% อีก 1 ปี ถึงวันที่ 30 ก.ย. 2570 เพื่อลดภาระค่าครองชีพและกระตุ้นการบริโภคในประเทศ เป็น Sentiment บวกต่อกลุ่มค้าปลีก (CPALL) และบวกทางอ้อมต่อไฟแนนซ์ (MTC, SAWAD, TIDLOR)

กลยุทธ์การลงทุน

ช่วงสั้นมอง SET มีแนวโน้มแกว่งตัวพักฐาน หลัง Valuation เริ่มตึงตัว โดยมีปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่หนุนราคาน้ำมันและอาจปลุกความกังวลด้านเงินเฟ้อระลอกใหม่, ความผันผวนของหุ้นเทคโนโลยีโลก และการเข้าสู่ฤดูกาลประกาศงบ 2Q26 ของกลุ่ม Real Sector ซึ่งแม้จะหนุนการเก็งกำไรได้บ้าง แต่ต้องระวังแรงขาย Sell on Fact ในช่วง 2-3 สัปดาห์นี้ ขณะที่เฟดมีมติ 9-3 คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 3.50-3.75% ต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 5 กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy”

ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์

มอง SET มีแนวโน้มแกว่งตัวพักฐาน โดยมีปัจจัยติดตาม อาทิ ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง การส่งสัญญาณทิศทางดอกเบี้ยในระยะถัดไปของเฟด, ความผันผวนของหุ้นเทคโนโลยีโลก และการประกาศงบ 2Q26 ของกลุ่ม Real Sector กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy” ใน 3 ธีมหลัก และ 4 ธีมเทรดดิ้ง ที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ดังนี้

1. New Normal Play ซึ่งได้ประโยชน์จากแผนเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด การย้ายฐานการผลิต และการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจระยะยาวตามเมกะเทรนด์โลก ได้แก่ GULF GPSC BGRIM GUNKUL WHA AMATA

2. High Dividend Play เพื่อเป็นหลุมหลบภัยในช่วงตลาดผันผวน และสร้างกระแสเงินสดกลับเข้าพอร์ตได้อย่างสม่ำเสมอ แบ่งเป็น 1) ดักปันผลระหว่างกาลโดยคาดให้ Div. Interim Yield >2% (ประกาศจ่ายช่วง ส.ค.-ก.ย.) ได้แก่ ADVANC OR PTT PTTEP SCCC SIRI TQM TU และ 2) ดักปันผลระยะยาวเพื่อสร้างผลตอบแทนยั่งยืน โดยคาดให้ Div. Yield >5% ต่อปี ได้แก่ AP BBL FTREIT LHSC PTT
3. Domestic Play เน้นหุ้นบิ๊กแคปที่ได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ อีกทั้งราคาหุ้นยัง Laggard ได้แก่ CPALL CPN GLOBAL ADVANC TRUE MTC BEM ERW

Trading Idea: 1) Earning Play ซึ่งคาดใน 2 สัปดาห์ข้างหน้านี้จะประกาศกำไร 2Q26 เติบโตดี YoY อีกทั้งยังมีฐานะการเงินแข็งแกร่ง และแนะนำ Outperform ได้แก่  HMPRO PTTEP GLOBAL TRUE ADVANC GULF PTTGC 2) Foreign Underowned Play เน้นหุ้น SET50 ที่ราคาหุ้นยัง Laggard และมีสัดส่วนถือครองจากต่างชาติยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี อีกทั้งมีโมเมนตัมกำไร 2Q-4Q26 ที่คาดจะเติบโตได้ YoY ได้แก่ BEM CPALL HMPRO MTC OR TRUE TU 3) Geopolitical Play ซึ่งได้อานิสงส์จากสถานการณ์ตะวันออกกลางกลับมาปะทุ อย่างพลังงานต้นน้ำ (PTTEP) โดยเน้นตั้งรับเมื่อย่อตัวและตั้งจุด Stop Loss เคร่งครัด และ 4) Bond Yield Play รับอานิสงส์หากเฟดเริ่มส่งสัญญาณดำเนินนโยบายการเงินตึงตัวขึ้นจากกังวลเงินเฟ้อรอบใหม่ ได้แก่ BLA TLI KBANK KTB

Daily Top Picks

CPN: คาดผลประกอบการมีแนวโน้มแข็งแกร่งท่ามกลางความผันผวน คาดกำไรปกติ 2Q69 ที่ 4.7 พันลบ. เติบโต 22%YoY จากยอดขายและจำนวนผู้ใช้บริการที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับอัตรากำไรขั้นต้นที่แข็งแกร่ง โดยในปี 2569 มีแนวโน้มเติบโตตามเป้าจากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการ Dusit Residences เป้าหมายระยะสั้นที่ 70.00 บาท

KKP: มีแนวโน้มเติบโตโดดเด่นและจ่ายเงินปันผลเพิ่มขึ้น โดยคาดกำไรสุทธิปี 2569 จะเติบโต 37% ตามสินเชื่อที่เติบโต, Non-NII ที่เพิ่มขึ้น และ Credit Cost ที่ลดลง ขณะที่มี “Dime!” ที่พลิกมีกำไรสุทธิและคาดจะเป็น New S-curve สนับสนุนการเติบโต ส่วน DPS ปี 2569 คาดจะเพิ่มขึ้นเป็น 7 บาท/หุ้น หรือ 5.8% เป้าหมายระยะสั้นที่ 124.00 บาท
 
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 30 ก.ค. 2569 เวลา : 12:30:01
31-07-2026
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ July 31, 2026, 6:18 am