หุ้นทอง
บล.อินโนเวสท์วิเคราะห์ "คาด SET รีบาวด์ ตามหุ้น Tech โลก"


คาด SET รีบาวด์ หนุนจากกลุ่มอิเล็กฯ ที่น่าจะฟื้นตัวตามการปรับขึ้นของหุ้น Tech สหรัฐฯ รวมทั้งคาดมีแรงซื้อกลับในหุ้นขนาดใหญ่ที่ลงแรงวานนี้ ขณะที่สถานการณ์โจมตีตอบโต้กันระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน อาจสร้างความผันผวนให้กับตลาดได้บ้าง วันนี้ติดตามการรายงานงบฯ 2Q69 ของ PTTEP ส่วนสุดสัปดาห์นี้จับตาการประชุม OPEC+ วันที่ 2 ส.ค. คาดเพิ่มกำลังผลิตอีก 1.88 แสนบาร์เรลต่อวันในเดือน ก.ย. ทางเทคนิคดัชนีลงทดสอบกรอบล่าง uptrend แต่ไม่หลุด 1590 มองรีบาวด์ช่วงสั้น

ประเด็นสำคัญ

• กลุ่มฮูตีประกาศจะไม่ขัดขวางและโจมตีเรือพาณิชย์สัญชาติอื่นบริเวณช่องแคบบับ อัล-มันเดบ เว้นแต่มีความเชื่อมโยงกับซาอุฯ ส่วนการประชุม OPEC+ สุดสัปดาห์นี้ตลาดคาดจะมีการเพิ่มโควตาผลิตน้ำมันอีกครั้งใน ก.ย. กดดันราคาน้ำมันในระยะสั้น เป็นบวกระยะสั้นต่อหุ้นกลุ่ม Anti-oil

• GDP สหรัฐฯ 2Q69 (ครั้งแรก) +1.5%QoQ ต่ำกว่าที่ตลาดคาด กดดันจากการส่งออกสุทธิที่ลดลง ขณะที่อุปสงค์ในประเทศคงแข็งแกร่ง ส่วนดัชนี Core PCE ใน มิ.ย. +3.3%YoY ชะลอจากเดือนก่อนที่ +3.4%YoY ผ่อนคลายนโยบายการเงินตึงตัวในระยะสั้น เป็น Sentiment บวกต่อไฟแนนซ์ (MTC, SAWAD, TIDLOR)

• จีนเตรียมออกมาตรการกระตุ้นอุปสงค์ในประเทศ-เร่งการใช้จ่ายการคลังใน 2H69 หลัง 2Q69 GDP เติบโต 4.3% ต่ำที่สุดในรอบ 3 ปี เป็น Sentiment บวกต่อหุ้น China Play (SCC และ SCGP)

• IEA คาดพลังงานหมุนเวียนจะเป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในโลกแซงถ่านหินในปี 2569 ขณะที่ความต้องการไฟฟ้าทั่วโลกจะเติบโตต่อเนื่อง ท่ามกลางปัญหาต้นทุนก๊าซฯ-LNG สูง จากภาวะอุปทานชะงักจากตะวันออกกลาง มองกลุ่มโรงไฟฟ้า (GULF, GPSC, GUNKUL, WHAUP) ยังน่าสนใจในการลงทุนระยะยาว

• ในวันนี้ สบน. เตรียมเปิดขายพันธบัตรรัฐบาลรุ่น “ออมพลัส” ผ่านแอปฯ “เป๋าตัง” 2 รุ่น คือ 3 ปีและ 10 ปี วงเงินรวม 2 พันลบ. เสนอขายต่อประชาชนทั่วไป เริ่มต้นที่ 100 บาท มองไม่มีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ ต่อกระแสเงินไหลเข้าตลาดหุ้นไทย

กลยุทธ์การลงทุน

ช่วงสั้นมอง SET มีแนวโน้มแกว่งตัวพักฐาน หลัง Valuation เริ่มตึงตัว โดยมีปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่หนุนราคาน้ำมันและอาจปลุกความกังวลด้านเงินเฟ้อระลอกใหม่, ความผันผวนของหุ้นเทคโนโลยีโลก และการเข้าสู่ฤดูกาลประกาศงบ 2Q26 ของกลุ่ม Real Sector ซึ่งแม้จะหนุนการเก็งกำไรได้บ้าง แต่ต้องระวังแรงขาย Sell on Fact ในช่วง 2-3 สัปดาห์นี้ ขณะที่เฟดมีมติ 9-3 คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 3.50-3.75% ต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 5 กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy”

ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์

มอง SET มีแนวโน้มแกว่งตัวพักฐาน โดยมีปัจจัยติดตาม อาทิ ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง การส่งสัญญาณทิศทางดอกเบี้ยในระยะถัดไปของเฟด, ความผันผวนของหุ้นเทคโนโลยีโลก และการประกาศงบ 2Q26 ของกลุ่ม Real Sector กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy” ใน 3 ธีมหลัก และ 4 ธีมเทรดดิ้ง ที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ดังนี้

1. New Normal Play ซึ่งได้ประโยชน์จากแผนเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด การย้ายฐานการผลิต และการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจระยะยาวตามเมกะเทรนด์โลก ได้แก่ GULF GPSC BGRIM GUNKUL WHA AMATA

2. High Dividend Play เพื่อเป็นหลุมหลบภัยในช่วงตลาดผันผวน และสร้างกระแสเงินสดกลับเข้าพอร์ตได้อย่างสม่ำเสมอ แบ่งเป็น 1) ดักปันผลระหว่างกาลโดยคาดให้ Div. Interim Yield >2% (ประกาศจ่ายช่วง ส.ค.-ก.ย.) ได้แก่ ADVANC OR PTT PTTEP SCCC SIRI TQM TU และ 2) ดักปันผลระยะยาวเพื่อสร้างผลตอบแทนยั่งยืน โดยคาดให้ Div. Yield >5% ต่อปี ได้แก่ AP BBL FTREIT LHSC PTT

3. Domestic Play เน้นหุ้นบิ๊กแคปที่ได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ อีกทั้งราคาหุ้นยัง Laggard ได้แก่ CPALL CPN GLOBAL ADVANC TRUE MTC BEM ERW

Trading Idea: 1) Earning Play ซึ่งคาดใน 2 สัปดาห์ข้างหน้านี้จะประกาศกำไร 2Q26 เติบโตดี YoY อีกทั้งยังมีฐานะการเงินแข็งแกร่ง และแนะนำ Outperform ได้แก่  HMPRO PTTEP GLOBAL TRUE ADVANC GULF PTTGC 2) Foreign Underowned Play เน้นหุ้น SET50 ที่ราคาหุ้นยัง Laggard และมีสัดส่วนถือครองจากต่างชาติยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี อีกทั้งมีโมเมนตัมกำไร 2Q-4Q26 ที่คาดจะเติบโตได้ YoY ได้แก่ BEM CPALL HMPRO MTC OR TRUE TU 3) Geopolitical Play ซึ่งได้อานิสงส์จากสถานการณ์ตะวันออกกลางกลับมาปะทุ อย่างพลังงานต้นน้ำ (PTTEP) โดยเน้นตั้งรับเมื่อย่อตัวและตั้งจุด Stop Loss เคร่งครัด และ 4) Bond Yield Play รับอานิสงส์หากเฟดเริ่มส่งสัญญาณดำเนินนโยบายการเงินตึงตัวขึ้นจากกังวลเงินเฟ้อรอบใหม่ ได้แก่ BLA TLI KBANK KTB

Daily Top Picks

HANA: ระยะสั้นคาดได้ Sentiment บวกตามการฟื้นตัวที่โดดเด่นของหุ้นเทคฯ โลก การผลิต AI Solid-state Cooling Device คาดจะเริ่มใน ก.ค. 2569 เป็นปัจจัยหนุนผลประกอบการเติบโตอย่างก้าวกระโดดใน 2H69 ขณะที่แนวโน้มผลประกอบการ 2Q69 คาดฟื้นตัว ตามอุปสงค์ผลิตภัณฑ์ในภาพรวม เป้าหมายระยะสั้นที่ 34.75 บาท

TRUE: คาดผลประกอบการ 2Q69 มีแนวโน้มเติบโตแข็งแกร่ง โดยเห็นการเติบโตในทุกธุรกิจ (โทรศัพท์เคลื่อนที่, FBB, PayTV) คาดกำไรปกติ 2Q69 จะเติบโต 62%YoY และ 3%QoQ และอาจจ่ายปันผลระหว่างกาลที่ 0.15 บาท/หุ้น (Div. Yield 1.0%) เป้าหมายระยะสั้นที่ 14.90 บาท
 
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 31 ก.ค. 2569 เวลา : 11:50:09
01-08-2026
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ August 1, 2026, 6:19 am