การค้า-อุตสาหกรรม
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เตรียมขีดชื่อนิติบุคคลกว่าหมื่นรายสู่สถานะ 'ร้าง' เหตุไม่ประกอบการค้าแล้ว / เลิกแต่ไม่เสร็จการชำระบัญชี เตือนประชาชนหากจะติดต่อทำธุรกิจ ต้องเช็คให้ชัวร์ก่อนว่าคู่ค้ารายนั้นยังมีสถานะ "คงอยู่" หรือไม่


กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เตรียมขีดชื่อนิติบุคคลออกจากทะเบียนจำนวน 11,234 ราย เพื่อให้มีสถานะ ‘ร้าง’ สาเหตุหลักคือมิได้ทำการค้าขายหรือประกอบการงานแล้ว มียอดสูงถึง 8,446 ราย และสาเหตุรองลงมาคือจดทะเบียนเลิกแล้ว แต่ไม่จดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชี รวม 2,788 ราย เป็นเหตุให้นายทะเบียนดำเนินการตามกฎหมายเพื่อปรับปรุงฐานข้อมูลนิติบุคคลให้เป็นปัจจุบัน และปิดกั้นมิจฉาชีพนำข้อมูลเท็จไปหลอกลวงหรือหาประโยชน์จากประชาชน

 
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเตรียมออกประกาศสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานคร 2 ฉบับ เรื่อง จะขีดชื่อห้างหุ้นส่วนบริษัทออกจากทะเบียนจำนวน 11,234 ราย ซึ่งทั้งหมดเป็นนิติบุคคลที่มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร 2 กรณี คือ 1) ไม่ส่งงบการเงินติดต่อกันนาน 3 ปี นับจากปีปัจจุบันย้อนหลังลงไป ซึ่งเป็นเหตุให้เชื่อว่าไม่ได้ทำการค้าขายหรือประกอบการงานแล้ว จำนวน 8,446 ราย 2) จดทะเบียนเลิกห้างหุ้นส่วนบริษัทแล้ว แต่ไม่มีตัวผู้ชำระบัญชีทำการอยู่ หรือไม่ได้จัดทำรายงานการชำระบัญชี หรือไม่ยื่นจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีต่อนายทะเบียนภายในระยะเวลา 3 ปี นับแต่วันรับจดทะเบียนเลิกห้างหุ้นส่วนบริษัท มีอยู่จำนวน 2,788 ราย สำหรับนิติบุคคลที่ตั้งอยู่ในต่างจังหวัด กรมฯ ได้ประสานสำนักงานพาณิชย์จังหวัดให้เร่งตรวจสอบ ก่อนดำเนินการแบบเดียวกัน

โดยวันที่ 19 สิงหาคม 2569 นี้ กรมฯ จะประกาศรายชื่อนิติบุคคลที่จะทำการขีดชื่อผ่านทางเว็บไซต์กรมพัฒนาธุรกิจการค้า www.dbd.go.th หัวข้อ คู่มือการทำธุรกิจ เลือกบริการข้อมูล เลือกจดทะเบียนธุรกิจ และเลือกประกาศถอนทะเบียนร้างและคืนสู่ทะเบียน ทั้งนี้ นิติบุคคลที่มีรายชื่อตามประกาศสามารถยื่นคำชี้แจงต่อนายทะเบียนได้ภายใน 90 วันนับแต่วันที่ออกประกาศ หากพ้นระยะเวลาที่กำหนด จะถูกขีดชื่อออกจากทะเบียนและสิ้นสภาพนิติบุคคลทันที เว้นแต่จะแสดงเหตุให้เห็นเป็นอย่างอื่น เมื่อนิติบุคคลถูกเปลี่ยนเป็นสถานะร้างแล้ว จะไม่สามารถทำนิติกรรมใดๆ ได้อีกต่อไป แต่ความรับผิดของหุ้นส่วนผู้จัดการ ผู้เป็นหุ้นส่วน กรรมการ ผู้จัดการ และผู้ถือหุ้นยังคงมีอยู่และพึงเรียกบังคับได้ อย่างไรก็ตาม นิติบุคคลอาจคืนสู่ทะเบียนได้โดยการร้องขอต่อศาลภายใน 10 ปี นับแต่วันที่นายทะเบียนขีดชื่อออกจากทะเบียน ดังนั้น กรมฯ ขอกำชับให้ปฏิบัติอย่างถูกต้องตามกฎหมายเพื่อร่วมสร้างธุรกิจไทยให้มีความน่าเชื่อถือและมีข้อมูลทางการเงินที่ถูกต้องครบถ้วนเพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศ

อธิบดีพูนพงษ์ฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอเตือนนิติบุคคลให้ปฏิบัติอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อลดภาระในการดำเนินธุรกิจทั้งการเสียเวลา ค่าใช้จ่าย และค่าปรับต่างๆ เพื่อสร้างบรรทัดฐานที่ดีด้านความโปร่งใสในการทำธุรกิจของประเทศไทย รวมถึงการปรับปรุงฐานข้อมูลนิติบุคคลที่ไม่มีสถานะในการทำธุรกิจแล้วให้เป็นปัจจุบันทุกปี ซึ่งจะช่วยตัดวงจรของการนำข้อมูลนิติบุคคลที่ไม่มีความเคลื่อนไหวทางธุรกิจ หรือนำชื่อไปแอบอ้างหลอกลวงประชาชนของกลุ่มมิจฉาชีพ ซึ่งประชาชนสามารถตรวจสอบข้อมูลหรือสถานะของนิติบุคคลด้วยตนเองได้ตลอด 24 ชั่วโมงทางเว็บไซต์กรมพัฒนาธุรกิจการค้า www.dbd.go.th เลือกหัวข้อบริการออนไลน์ และเลือก DBD Datawarehouse+ หรือตรวจสอบผ่านแอปพลิเคชัน DBD e-Service ผ่านโทรศัพท์มือถือก็ได้เช่นเดียวกัน การันตีความง่าย สะดวก รวดเร็ว รู้ผลทันทีและไม่มีค่าใช้จ่าย

#SuperDBD #กรมพัฒนาธุรกิจการค้า #กระทรวงพาณิชย์

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 05 ส.ค. 2569 เวลา : 13:40:50
06-08-2026
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ August 6, 2026, 12:43 pm