
คาด SET แกว่งพักตัว ตลาดยังไร้ปัจจัยหนุนใหม่ โดยนักลงทุนยังเลือกลงทุนและเก็งกำไรไปตามการรายงานผลประกอบการ 2Q26 อย่างไรก็ตาม วันพรุ่งนี้ตลาดหุ้นไทยปิดทำการ ทำให้ต้องระวังแรงขายลดความเสี่ยงในช่วงท้ายตลาด อาจส่งผลให้ดัชนีมีความผันผวนมากขึ้น โดยพรุ่งนี้จะมีการรายงานดัชนี CPI ก.ค. ของสหรัฐฯ ตามด้วยเช้าวันที่ 13 ส.ค. MSCI Rebalance รอบย่อย ส.ค. ทางเทคนิคดัชนีดีดตัวขึ้น แต่มูลค่าซื้อขายชะลอลง อาจทำให้การปรับขึ้นยังอยู่ในกรอบจำกัด
ประเด็นสำคัญ
• ราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับขึ้น 5%DoD สู่ $87.72/bbl หลังกังวลความไม่แน่นอนของการบรรลุข้อตกลงเพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ประกอบกับ ปริมาณสำรองน้ำมันในคลังสำรอง SPR ของสหรัฐฯ ลดต่ำกว่า 300 ล้านบาร์เรล ต่ำสุดรอบ 43 ปี นับตั้งแต่ ม.ค. 1983 ระยะสั้นมองบวกต่อกลุ่มพลังงาน (PTTEP TOP SPRC BCP)
• รมว. ท่องเที่ยวฯ เตรียมเสนอ "ไทยเที่ยวไทยพลัส" ต่อ ครม. พิจารณาภายใน ส.ค. นี้ ภายใต้ระบบ Co-payment 5 แสนสิทธิ (3,000 บาทต่อสิทธิ) คาดเริ่มใช้สิทธิ ต.ค. นี้ ผสานจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติสัปดาห์ก่อนโต 12%WoW แตะ 6.36 แสนคน อานิสงส์ปิดเทอมในจีน และวันหยุดยาวในญี่ปุ่นและอินเดีย มองบวกต่อกลุ่มท่องเที่ยว (AOT BA ERW CENTEL AWC)
• นายกรัฐมนตรีเปิดโครงการ "ไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง" จัดสรรงบประมาณ 4,452 ลบ. ให้กองทุนหมู่บ้าน เพื่อเติมสภาพคล่องและตัดวงจรหนี้นอกระบบรายย่อย ช่วยบรรเทาความเสี่ยง NPL และหนุนคุณภาพสินทรัพย์ระยะสั้น มองบวกต่อกลุ่มไฟแนนซ์ (MTC SAWAD TIDLOR)
• กฟผ. เผยโครงการ Data Center ยื่นขอ BOI พุ่งเกิน 50 โครงการ สะท้อนดีมานด์ไฟฟ้าก้าวกระโดด โดยตัวเลขความต้องการไฟฟ้าจากกลุ่มนี้ที่ใช้เป็นสมมติฐานในร่างแผน PDP อยู่ที่ราว 8,000 MW ใน 10 ปีข้างหน้า ทั้งนี้แม้ค่าไฟไทย 5-6 บาท/หน่วย แต่ยังแข่งขันได้ มองบวกต่อกลุ่มโรงไฟฟ้า (GULF GUNKUL GPSC BGRIM)
• อุณหภูมิผิวน้ำเฉลี่ยทั่วโลกใน ก.ค. ที่ 21°C ทำสถิติสูงสุดใหม่ โดยยุโรปตะวันตกกำลังเผชิญคลื่นความร้อนรุนแรง สะท้อน El Nino ที่กำลังก่อตัว ด้าน NOAA คาดจะเกิด El Nino ขั้นรุนแรงในช่วง ต.ค.-ธ.ค. 2026 และอาจยาวนานถึง มี.ค. 2027 ทั้งนี้สภาพอากาศร้อนแล้งยาวนานจะเป็นปัจจัยกระตุ้นยอดขายเครื่องดื่ม มองเป็น Sentiment บวกต่อกลุ่มเครื่องดื่ม (ICHI HTC CBG OSP)
กลยุทธ์การลงทุน
ระยะสั้นมอง SET จะแกว่งตัวผันผวน โดยเริ่มเห็นสัญญาณ Sector Rotation ที่มีเม็ดเงินหมุนออกจากกลุ่มพลังงานตามความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ผ่อนคลายลง เพื่อเข้าสะสมในกลุ่มที่ราคายัง Laggard หรือมีสัดส่วนถือครองของต่างชาติอยู่ในระดับต่ำ อย่างไรก็ดี คาดตลาดยังจับตาตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่จะรายงานในสัปดาห์นี้ (12 ส.ค.) ซึ่งหากชะลอตัวลงจะช่วยหนุนความคาดหวังการผ่อนคลายนโยบายการเงินของเฟด ลดแรงกดดันต่อตลาดสินทรัพย์เสี่ยง รวมทั้งติดตามโค้งสุดท้ายประกาศผลประกอบการ 2Q26 ของ บจ. ไทย ซึ่งอาจมีแรงเก็งกำไรสลับแรงขาย Sell on Fact เป็นรายตัว กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำให้ "Selective Buy”
ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์
มอง SET จะแกว่งตัวผันผวน โดยเริ่มเห็นสัญญาณ Sector Rotation ที่เม็ดเงินหมุนออกจากกลุ่มพลังงาน เพื่อเข้ากลุ่มที่ Laggard อย่างไรก็ดี มีปัจจัยติดตาม คือ ตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่จะรายงานในสัปดาห์นี้ (12 ส.ค.) และการเข้าสู่โค้งสุดท้ายรายงานผลประกอบการ 2Q26 ของ บจ. ไทย กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy” ผ่าน 3 ธีมหลัก และ 4 ธีมเทรดดิ้ง ที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ดังนี้
1. New Normal Play ซึ่งได้ประโยชน์จากแผนเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด การย้ายฐานการผลิต และการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจระยะยาวตามเมกะเทรนด์โลก ได้แก่ GULF GPSC BGRIM GUNKUL WHA AMATA
2. High Dividend Play เพื่อเป็นหลุมหลบภัยในช่วงตลาดผันผวน และสร้างกระแสเงินสดกลับเข้าพอร์ตได้อย่างสม่ำเสมอ แบ่งเป็น 1) ดักปันผลระหว่างกาลโดยคาดให้ Div. Interim Yield >2% (ประกาศจ่ายช่วง ส.ค.-ก.ย.) ได้แก่ ADVANC OR PTT PTTEP SCCC SIRI TQM TU และ 2) ดักปันผลระยะยาวเพื่อสร้างผลตอบแทนยั่งยืน โดยคาดให้ Div. Yield >5% ต่อปี ได้แก่ AP BBL FTREIT LHSC PTT
3. Domestic Play เน้นหุ้นบิ๊กแคปที่ได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ อีกทั้งราคาหุ้นยัง Laggard ได้แก่ CPALL CPN GLOBAL ADVANC TRUE MTC BEM ERW
Trading Idea: 1) Earnings Play ซึ่งคาดจะประกาศกำไร 2Q26 เติบโตดี YoY อีกทั้งยังมีฐานะการเงินแข็งแกร่ง และแนะนำ Outperform ได้แก่ CPN KCE MTC PR9 AMATA AP BEM CPALL ERW PRM TIDLOR GUNKUL HANA LHSC 2) Foreign Underowned Play เน้นหุ้น SET50 ที่ราคาหุ้นยัง Laggard และมีสัดส่วนถือครองจากต่างชาติยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยหลัง 5 ปี อีกทั้งมีโมเมนตัมกำไร 2Q-4Q26 ที่คาดจะเติบโตได้ YoY ได้แก่ BEM CPALL HMPRO MTC OR TRUE TU 3) Anti-Oil Play ที่ได้ประโยชน์โดยตรงจากราคาน้ำมันปรับลงหากสถานการณ์ในตะวันออกกลางคลี่คลาย อย่างสายการบิน (AAV BA) โรงไฟฟ้า (GPSC BGRIM) วัสดุก่อสร้าง (SCC SCCC) และ 4) Declining Bond Yield Play ที่ได้อานิสงส์หากเงินเฟ้อสหรัฐออกมาชะลอตัวลงหรือต่ำกว่าตลาดคาด ได้แก่ MTC SAWAD TIDLOR
Daily Top Picks
BCP: ปัจจัยสนับสนุนจากภาวะห่วงโซ่อุปทานที่คงตึงตัวสูง โดยเฉพาะกลุ่ม Middle Distillate (ดีเซลและน้ำมันอากาศยาน) ตามกำลังการกลั่นใหม่ที่จำกัด คาดผลประกอบการ 3Q26 เติบโตต่อเนื่อง โดยมี Upside จากธุรกิจก๊าซฯ OKEA และจะรับรู้การดำเนินงานธุรกิจ SAF เต็มไตรมาสเป็นครั้งแรก เป้าหมายระยะสั้นที่ 48.50 บาท
CENTEL: ปัจจัยสนับสนุนระยะสั้นจากกำไรสุทธิ 2Q26 ที่ 166 ลบ. (+51%YoY) สูงกว่าที่ตลาดคาดมาก จากธุรกิจอาหารที่แข็งแกร่งและการลดลงของดอกเบี้ยจ่าย และแนวโน้มผลประกอบการ 2H26 คาดจะดีต่อเนื่องตามการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยวตามฤดูกาลและมี Upside จาก “ไทยเที่ยวไทยพลัส” เป้าหมายระยะสั้นที่ 40.00 บาท
ข่าวเด่น