
(+) ราคาน้ำมันดิบเบรนท์และเวสต์เท็กซัสปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย หลังตลาดกังวลว่าการเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่านอาจไม่สามารถบรรลุข้อตกลงหยุดยิงได้ในเร็ว ๆ นี้ หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อ้างว่าสหรัฐฯ สามารถควบคุมช่องแคบฮอร์มุซและอาจรักษาการควบคุมช่องแคบดังกล่าว ขณะที่อิหร่านยืนยันว่าช่องแคบจะยังคงปิดต่อไปจนกว่าสหรัฐฯ จะยุติสงคราม และยอมรับเงื่อนไขอื่น ๆ ของอิหร่าน ส่งผลให้ทั้งสองฝ่ายยังคงมีจุดยืนที่แตกต่างกันอย่างมาก และเพิ่มความยากลำบากในการบรรลุข้อตกลงหยุดยิงในระยะใกล้
(+) ตลาดยังคงกังวลต่อความไม่สงบในตะวันออกกลางที่ยังยืดเยื้อ หลังเมื่อวันอังคารที่ผ่านมากระทรวงคมนาคมเยเมนรายงานว่า กลุ่มฮูตีโจมตีเรือสินค้าในช่องแคบบับเอลมันเดบ (Bab el-Mandeb) ส่งผลให้ลูกเรือเสียชีวิต 4 ราย ซึ่งถือเป็นการเสียชีวิตของลูกเรือจากการโจมตีทางทะเลโดยกลุ่มฮูตีครั้งแรกนับตั้งแต่สงครามอิหร่านเริ่มขึ้น ขณะที่กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (U.S. Central Command) ระบุว่า กองทัพสหรัฐฯ มีการโจมตีเรือสินค้าอีกลำในอ่าวโอมาน หลังเรือลำดังกล่าวเพิกเฉยต่อคำเตือนหลายครั้งและฝ่าฝืนมาตรการปิดกั้นทางทะเลบริเวณท่าเรือของอิหร่าน
(-) สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐฯ (EIA) เปิดเผยตัวเลขน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ประจำสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 7 ส.ค. 69 ปรับเพิ่มขึ้น 17.4 ล้านบาร์เรล แตะระดับ 424.4 ล้านบาร์เรล ซึ่งถือเป็นการปรับเพิ่มขึ้นมากที่สุดในรอบหนึ่งสัปดาห์นับตั้งแต่เดือน ม.ค. 66 หลังการส่งออกน้ำมันดิบลดลงอย่างมาก ในสัปดาห์ที่ผ่านมา
(-) OPEC ปรับลดการคาดการณ์การเติบโตของอุปสงค์น้ำมันดิบโลกในปี 2026 จาก 780,000 บาร์เรล/วันในเดือนก่อนหน้า สู่ระดับ 580,000 บาร์เรล/วัน ซึ่งถือเป็นการปรับลดคาดการณ์ติดต่อกันเป็นครั้งที่ 4
ข่าวเด่น