
กรมสรรพากร ร่วมกับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ได้เข้าตรวจค้นสถานที่ ที่เกี่ยวข้องกับการออกและใช้ใบกำกับภาษีที่ออกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย จำนวน 10 แห่ง มีมูลค่าความเสียหายกว่า 360 ล้านบาท โดยเจ้าหน้าที่ชุดตรวจค้น ได้ยึดเอกสารใบกำกับภาษีที่ออกโดยไม่มีสิทธิที่จะออกตามกฎหมาย และจับกุมผู้กระทำความผิดได้ ณ สถานที่ตรวจค้นในความผิดฐาน “ร่วมกันมีเจตนาออกใบกำกับภาษีโดยไม่มีสิทธิที่จะออก” อันเป็นความผิดตามมาตรา 90/4 (3) แห่งประมวลรัษฎากร สำหรับพฤติการณ์ สืบเนื่องมาจากการตรวจสอบของกรมสรรพากร พบว่า กลุ่มผู้กระทำความผิดได้จัดตั้งบริษัทเพื่อประกอบกิจการซึ่งมีทั้งที่ประกอบกิจการจริง และตั้งขึ้นมาเพื่อขายใบกำกับภาษี โดยมีการแบ่งหน้าที่กันทำในลักษณะขบวนการ มีตัวกลางเป็นนายหน้าหาลูกค้าเพื่อขายใบกำกับภาษี และมีการสร้างบัญชีม้าเพื่อรับเงิน โดยกรมสรรพากร ร่วมกับ บก.ปอศ. จัดแถลงข่าวความร่วมมือดังกล่าว ในวันที่ 17 สิงหาคม 2569 ณ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.)
.jpg)

ทั้งนี้ การปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการบูรณาการกำลังของเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ปอศ. และเจ้าหน้าที่กรมสรรพากร จำนวนรวมกว่า 100 นาย เปิดปฏิบัติการ “ทลายเครือข่ายบิลผี ทวงคืนภาษีชาติ หรือ Operation Anti Ghost Bill” เข้าจับกุมกลุ่มเครือข่ายที่ได้ร่วมกระทำความผิดดังกล่าว โดยเข้าดำเนินการตรวจค้นจับกุมผู้ต้องหา ตามหมายจับของศาลอาญา จำนวน 3 หมาย (ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และนครราชสีมา) และตรวจค้นเพื่อหาพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องตามหมายค้นอีก จำนวน 9 หมาย (พื้นที่กรุงเทพมหานคร นนทบุรี สมุทรปราการ และชัยภูมิ) โดยเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้นทั้ง 10 จุด ในเวลาพร้อมเพรียงกันทุกจุด”

.jpg)
อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวว่า “จากการตรวจค้นทั้ง 10 แห่ง พบใบกำกับภาษีและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดจำนวนมาก ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นการทำลายระบบภาษีมูลค่าเพิ่มและสร้างความเสียหายให้แก่รัฐเป็นอย่างมาก โดยผู้ที่ออกและใช้ใบกำกับภาษีโดยไม่มีการซื้อขายสินค้าระหว่างกันจริง ต้องรับผิดทางแพ่งและมีโทษทางอาญา โดยกรณีการออกใบกำกับภาษี โดยไม่มีมีสิทธิที่จะออกตามมาตรา ๘๖/๑๓ แห่งประมวลรัษฎากร เป็นความผิดอาญาตามมาตรา ๙๐/๔ (๓) แห่งประมวลรัษฎากร และกรณีนำใบกำกับภาษีที่ออกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายไปใช้ในการเครดิตภาษี เป็นความผิดอาญาตามมาตรา ๙๐/๔ (๗) แห่งประมวลรัษฎากร ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามเดือน ถึงเจ็ดปี และปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสองแสนบาท”
ข่าวเด่น