คาด SET แกว่งในกรอบ หลัง Bond Yield - ราคาน้ำมันขยับขึ้นจากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ตลาดจับตาท่าทีทั้ง 2 ฝ่ายหลัง MOU หยุดยิง 60 วันสิ้นสุดลงวานนี้แต่ยังไร้ความคืบหน้าเจรจา คาดหุ้นกลุ่มพลังงานต้นน้ำ - โรงกลั่น น่าจะช่วยประคองตลาด รวมทั้งน่าจะมีการสลับกลุ่มลงทุนมายังหุ้น Laggard และมีแนวโน้มผลการดำเนินงานโตต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามความชัดเจนของกระแส Fund Flow ทางเทคนิคดัชนีดีดตัวฟื้นขึ้นแต่ภาพรวมยังแกว่งผันผวนในกรอบ
ประเด็นสำคัญ
• สศช. ประกาศ GDP 2Q26 ขยายตัว 1.9% YoY ชะลอลงจาก 2.8% YoY ใน 1Q26 แต่สูงกว่าตลาดคาดที่ 1.8% จากการลงทุนภาคเอกชนขยายตัวถึง 13.4% สูงสุดในรอบ 11 ปี แรงหนุนจากมาตรการ Thailand Fast Pass ส่วนปี 2026 ปรับเพิ่มเป้า GDP คาดเติบโต 2.2% จากเดิม 2.0%YoY สะท้อนเศรษฐกิจประคองตัวฟื้น มองบวกต่อกลุ่มธนาคาร (KTB BBL KBANK) ค้าปลีก (CPALL CPN CRC) และไฟแนนซ์ (TIDLOR SAWAD MTC)
• ราคาน้ำมันดิบ Brent เพิ่มขึ้น 2.7%DoD ปิดที่ $90.87/bbl หลังสหรัฐฯ-อิหร่านปัดต่อ MOU ยุติขัดแย้ง ผสาน ปธน. ทรัมป์ขู่โจมตีโอมานหากขวางการคุมช่องแคบฮอร์มุซ มองบวกระยะสั้นต่อกลุ่มพลังงานและโรงกลั่น (PTTEP TOP SPRC BCP)
• รมว.คมนาคม เผยกำลังพิจารณาความเหมาะสมการนำพื้นที่ขาเข้ากลับมาทำร้านดิวตี้ฟรีอีกครั้ง หลัง AOT นำพื้นที่คืนจากเอกชนไปพัฒนากิจกรรมอื่นแล้ว ชี้หากจะฟื้นโครงการต้องชี้แจงเหตุผลและนำเสนอ ครม. เพื่อทบทวนมติเดิมใหม่ มองบวกต่อ AOT หาก ครม. อนุมัติ จากโอกาสเพิ่มช่องทางหารายได้เชิงพาณิชย์ของสนามบิน
• จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทยสัปดาห์ก่อนชะลอ 3.8%WoW สู่ 612,643 คน หลังเข้าสู่ช่วงปลายของการภาคเรียนฤดูร้อนของจีนและยุโรป อย่างไรก็ดี นักท่องเที่ยวไทยสะสมตั้งแต่ 1 ม.ค.-15 ส.ค. 26 อยู่ที่ 19.75 ล้านคน ลดลง 2.91%YoY หดตัวน้อยกว่าเป้าที่ สศช. คาด โดยคาดการฟื้นตัวภาคท่องเที่ยวจะมีต่อเนื่องและชัดเจนขึ้นใน 4Q26 มองบวกต่อกลุ่มท่องเที่ยว (ERW CENTEL AOT)
• บีโอไอเผย กกพ. ร่างแผน PDP 2026 รวมดีมานด์ไฟ Data Center 6,800-8,800 MW เตรียมกลไก Direct PPA และ UGT รองรับ ด้าน สทนช. คาดปี 2037 พื้นที่ EEC ต้องการน้ำ 3,615 ลบ.ม. โต 22% จากปี 24 สะท้อนดีมานด์สาธารณูปโภคขยายตัวสูง มองบวกต่อกลุ่มโรงไฟฟ้าและจัดการน้ำ (GULF GUNKUL GPSC WHAUP)
กลยุทธ์การลงทุน
ช่วงสั้นมอง SET มีโอกาสแกว่งขึ้น หนุนจากภาพรวมกำไร 2Q26 ของ บจ. ที่ดีกว่าตลาดคาด ทำให้เริ่มเห็นการปรับเพิ่มประมาณการกำไรของตลาดหุ้นไทยปี 2026-27 ซึ่งช่วยให้ Valuation ของ SET ยังน่าสนใจเมื่อเทียบภูมิภาค นอกจากนี้ยังมีปัจจัยหนุนจาก GDP 2Q26 ของไทยที่ออกมาดีกว่าตลาดคาด ควบคู่กับ ความชัดเจนจากผลการประชุมบอร์ดอนุฯ PDP2026 ที่เป็น Sentiment บวกต่อกลุ่มพลังงงานสะอาด ขณะที่ระยะถัดไปยังมีประเด็นบวกที่ต้องติดตามคือ การพิจารณามาตรการไทยเที่ยวไทยพลัส อย่างไรก็ดี ยังต้องระวังความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ที่ยืดเยื้อ กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy”
ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์
มอง SET มีโอกาสแกว่งตัวขึ้น รับกำไร บจ. 2Q26 และ GDP ไทยที่ดีกว่าคาด หนุนการปรับเพิ่มประมาณการกำไร ทำให้ Valuation น่าสนใจ ผสานความชัดเจนบอร์ดอนุฯ PDP2026 ที่เป็นบวกต่อกลุ่มพลังงานสะอาด ระยะถัดไปติดตามมาตรการไทยเที่ยวไทยพลัส ท่ามกลางความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ที่ต้องระวัง กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy” ผ่าน 4 ธีมเทรดดิ้งที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ดังนี้
1. Laggard Play ซึ่งราคาหุ้นยังปรับขึ้นช้ากว่า SET สวนทางโมเมนตัมกำไร 2H26 ที่คาดจะเติบโตได้ดีทั้ง YoY และ HoH ทำให้คาดจะเป็นเป้าหมายของเม็ดเงินลงทุนที่จะหมุนเข้ามาเก็งกำไร ได้แก่ AP PR9 SAWAD HMPRO BDMS TU BCH BCPG MTC TIDLOR
2. GDP Play ซึ่งคาดจะเกิดแรงซื้อเก็งกำไร หลังตัวเลข GDP 2Q26 ออกมายังเติบโตแข็งแกร่งต่อเนื่องและดีกว่าตลาดคาด ได้แก่ กลุ่มธนาคาร (KBANK BBL KTB), ค้าปลีก (CPALL CPN)
3. Policy Play ซึ่งได้ประโยชน์จากความคืบหน้าผลักดันนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ได้แก่ มาตรการไทยเที่ยวไทยพลัส (ERW CENTEL AWC CPALL CPN), มาตรการหนุนพลังงานสะอาดอย่างโซลาร์รูฟท็อปและข้อสรุป PDP2026 (GULF GPSC BGRIM GUNKUL WHAUP), การเร่งเบิกจ่ายของหน่วยงานรัฐก่อนปิดปีงบประมาณและร่าง พ.ร.บ. งบฯ ปี 2027 (STECON CK SCC SCCC)
4. High Dividend Play เพื่อสร้างกระแสเงินสดเข้าพอร์ตได้อย่างสม่ำเสมอ โดยเน้นดักการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล ซึ่งคาดให้ Div. Interim Yield >2% (XD ช่วงกลาง ส.ค.- กลาง ก.ย.) ได้แก่ ADVANC (XD 19 ส.ค.) SAT (XD 24 ส.ค.) SPALI (XD 25 ส.ค.) TQM (XD 27 ส.ค.) AH (XD 27 ส.ค.) SIRI (XD 27 ส.ค.) PTT
Daily Top Picks
BCP: ปัจจัยสนับสนุนจากสถานการณ์ตะวันออกกลางที่ตึงเครียด หนุนราคาน้ำมันปรับขึ้น ขณะที่อุปทานน้ำมันสำเร็จรูปคงตึงตัว แนวโน้มผลประกอบการ 3Q26 คงแข็งแกร่งจากค่าการกลั่นที่คาดจะทรงตัวในระดับสูง การรับรู้ผลการดำเนินงานธุรกิจ SAF เต็มไตรมาส และมี Upside ผ่าน OKEA เป้าหมายระยะสั้นที่ 49.50 บาท
ERW: ปัจจัยสนับสนุนจากภาคท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวต่อเนื่องหลังผ่านจุดต่ำสุดใน 2Q26 แล้ว โดย RevPAR ใน ก.ค. 2026 เติบโต 8%YoY และคาดจะมีโมเมนตัมต่อเนื่องถึง 4Q26 ตามฤดูกาลและการจัดงานอีเวนต์ระดับโลกในไทย ด้าน Valuation มีความน่าสนใจที่ PE 2026 ใกล้เคียงค่าเฉลี่ยในอดีตที่ 19 เท่า เป้าหมายระยะสั้นที่ 3.88 บาท
ข่าวเด่น