
(+) ราคาน้ำมันดิบเบรนท์และเวสต์เท็กซัสปรับเพิ่มเล็กน้อย แตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 3 สัปดาห์ จากความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยังคงดำเนินต่อเนื่อง โดยเมื่อวันที่ 17 ส.ค. 69 เจ้าหน้าที่อาวุโสของอิหร่านระบุว่า อิหร่านจะยกระดับสู่ ท่าทีทางทหารเชิงรุกเต็มรูปแบบ (fully offensive military posture) ขณะที่หัวหน้าคณะเจรจาของอิหร่าน นาย Mohammed Baqer Qalibaf กล่าวผ่านสื่อของรัฐเมื่อวันที่ 18 ส.ค. 69 ว่า อิหร่านจะยังคงปิดช่องแคบฮอร์มุซจนกว่าสหรัฐฯ จะปฏิบัติตามเงื่อนไขของข้อตกลงชั่วคราวที่ลงนามเมื่อเดือน มิ.ย. 69 ในขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่า ปัจจุบันยังไม่มีการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน และยังไม่มีการกำหนดกรอบเวลาหรือกำหนดการสำหรับการเจรจาในอนาคต
(+) นอกจากนี้ สถานการณ์ความขัดแย้งมีความตึงเครียดมากขึ้น โดยขณะที่อิหร่านอยู่ระหว่างการเจรจากับโอมานเกี่ยวกับข้อตกลงการบริหารจัดการช่องแคบฮอร์มุซ และระบุว่าใกล้บรรลุข้อตกลงแล้ว ประธานาธิบดีสหรัฐฯ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ตอบโต้ความเคลื่อนไหวดังกล่าวด้วยการขู่ว่าจะใช้ปฏิบัติการทางทหารต่อโอมาน ซึ่งเป็นพันธมิตรสำคัญของสหรัฐฯ มาอย่างยาวนาน ส่งผลให้ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาคเพิ่มสูงขึ้น
(+) การโจมตีในตะวันออกกลางยังคงดำเนินอย่างต่อเนื่อง โดยโฆษกทางการทหารของกลุ่มฮูตีในเยเมนเปิดเผยผ่าน Telegram ว่ากลุ่มฮูตีได้ยิงขีปนาวุธโจมตีเรือที่อ้างว่าเป็นเรือรบของซาอุดีอาระเบีย รวมถึงเรือคุ้มกันอีก 4 ลำในทะเลแดง ขณะเดียวกัน หน่วยงานปฏิบัติการการค้าทางทะเลของ สหราชอาณาจักร กล่าวว่า ได้รับรายงานเมื่อวันอังคารที่ 18 ส.ค. 69 ที่ผ่านมา ว่าเรือพาณิชย์ลำหนึ่งถูกวัตถุไม่ทราบชนิดพุ่งชน ระหว่างเดินเรือออกจากช่องแคบ ส่งผลให้ห้องเครื่องได้รับความเสียหายและมีลูกเรือเสียชีวิต 1 ราย นอกจากนี้ ในวันเดียวกัน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กล่าวว่าตรวจพบขีปนาวุธ 2 ลูกที่ยิงมาจากอิหร่านมุ่งเป้าไปที่ประเทศของตน ขณะที่อิหร่านยังไม่มีการออกแถลงการณ์ตอบโต้ข้อกล่าวหาดังกล่าว
ข่าวเด่น