
(+) ราคาน้ำมันดิบเบรนท์และเวสต์เท็กซัสปรับเพิ่มขึ้น หลังสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE)ประกาศระงับการทำธุรกรรมทางการเงินทั้งหมดกับอิหร่านเพื่อตอบโต้หลังอิหร่านโจมตี UAE ด้วยขีปนาวุธครั้งล่าสุด ขณะที่การเดินทางเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังคงชะลอตัว เนื่องจากสายการเดินเรือส่วนใหญ่ยังคงหลีกเลี่ยงเส้นทางดังกล่าว หลังข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวสิ้นสุดลงโดยไม่มีการเจรจาเพิ่มเติม และทางการอิหร่านยืนยันว่าช่องแคบยังคงปิดอยู่ ส่งผลให้นักวิเคราะห์คาดว่าตลาดกำลังสะท้อนความเสี่ยง (Risk Premium) เพิ่มขึ้น
(+) นอกจากนี้ การส่งออกน้ำมันดิบจากท่าเรือทางฝั่งตะวันตกของรัสเซียในช่วงครึ่งแรกของเดือน ส.ค. ปรับลดลงสู่ระดับ 2.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งต่ำกว่าแผนการส่งมอบน้ำมันเดิมถึง 15% เนื่องจากปัญหาการหยุดชะงักของระบบขนส่งบริเวณท่าเรือ Novorossiyskในทะเลดำ ประกอบกับอัตราการกลั่นของโรงกลั่นในสหรัฐฯ ปรับเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 97.2% ตามค่าการกลั่นที่ยังคงอยู่ในระดับสูง
(-) สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐฯ (EIA) เปิดเผยตัวเลขน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ประจำสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 14 ส.ค. 69 ปรับเพิ่มขึ้น 4.4 ล้านบาร์เรล สู่ระดับ 428.8 ล้านบาร์เรล ซึ่งสวนทางกับคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่คาดว่าจะปรับลดลง 1.6 ล้านบาร์เรล
ข่าวเด่น