.jpg)
ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี คาดเงินบาทสัปดาห์นี้เคลื่อนไหวในกรอบ 32.20-33.00 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ จากระดับปัจจุบันที่ราว 32.74 บาทต่อดอลลาร์ โดยตลาดยังจับตาข้อมูลเศรษฐกิจและทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางประเทศเศรษฐกิจหลัก โดยเฉพาะธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) รวมถึงพัฒนาการด้านการค้าระหว่างประเทศอย่างใกล้ชิด
สำหรับเศรษฐกิจสหรัฐฯ ล่าสุด ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อรวมขั้นต้น (Flash Composite PMI) เดือนสิงหาคมเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 56.0 จาก 54.5 ในเดือนก่อนหน้า โดยได้รับแรงหนุนจากภาคบริการที่ยังขยายตัวแข็งแกร่ง ขณะที่ Flash Manufacturing PMI ลดลงมาอยู่ที่ 53.2 สะท้อนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่แตกต่างกันในแต่ละภาคส่วน
ขณะที่ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ อื่น ๆ มีทั้งปัจจัยบวกและลบ โดยราคาสินค้านำเข้าลดลง 0.4% จากเดือนก่อนหน้า ขณะที่ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมและผลผลิตภาคการผลิตเพิ่มขึ้น 0.2%
ด้านรายงานการประชุม Fed (Fed Minutes) ระบุว่า เจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่ยังสนับสนุนการคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม กรรมการบางส่วนมองว่าอาจจำเป็นต้องปรับขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม หากเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูงและไม่ชะลอลงสู่เป้าหมาย ขณะเดียวกัน Fed ได้ปรับลดมุมมองต่อแนวโน้มการขยายตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ลงเล็กน้อยจากการประเมินครั้งก่อน
อีกปัจจัยที่ตลาดจับตาคือการดำเนินการของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ซึ่งประกาศเพิ่มวงเงินรับซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาลระยะยาวจากเดิม 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็น 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อการดำเนินการหนึ่งครั้ง ครอบคลุมพันธบัตรอายุ 10-30 ปี เพื่อเสริมสภาพคล่องในตลาดตราสารหนี้และบรรเทาแรงกดดันต่ออัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาว
ขณะเดียวกัน ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และแคนาดามีแนวโน้มเพิ่มขึ้น หลังการเจรจาระหว่างสองฝ่ายไม่สามารถบรรลุข้อตกลง โดยสหรัฐฯ ประกาศจัดเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากแคนาดาในอัตรา 50% คิดเป็นมูลค่าราว 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่แคนาดาเตรียมออกมาตรการตอบโต้ทางการค้าในมูลค่าใกล้เคียงกัน ซึ่งเป็นประเด็นที่ตลาดยังต้องติดตาม เนื่องจากอาจกระทบต่อการค้าและการลงทุนในภูมิภาคอเมริกาเหนือ
สำหรับทิศทางเงินบาทในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นจากสัปดาห์ก่อนและเคลื่อนไหวต่ำกว่าระดับ 33.00 บาทต่อดอลลาร์ โดยมีแรงหนุนจากการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ หลังตลาดปรับลดคาดการณ์โอกาสการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ Fed ประกอบกับราคาทองคำในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้เงินบาทแข็งค่าค่อนข้างโดดเด่นเมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่นในภูมิภาค
ทั้งนี้ ตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของไทยในไตรมาส 2 ที่ประกาศออกมา ไม่ได้ส่งผลต่อทิศทางค่าเงินบาทอย่างมีนัยสำคัญในช่วงที่ผ่านมา โดยตลาดยังคงให้น้ำหนักกับทิศทางเงินดอลลาร์ นโยบายการเงินของ Fed ราคาทองคำ และพัฒนาการด้านการค้าโลกเป็นสำคัญ
ข่าวเด่น