
คาด SET แกว่งซึมลงผันผวน คาดหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ถูกกดดันหลังหุ้น Tech สหรัฐฯ ที่ร่วงลงวานนี้ รวมถึงแรงกดดันจากความเสี่ยงเศรษฐกิจโลกเพิ่มสูงขึ้นหลังสหรัฐฯ เตือนว่าจีนอาจถูกคว่ำบาตรรอง หากดำเนินธุรกิจกับอิหร่าน ขณะที่ราคาน้ำมันยังขยับขึ้น น่าจะช่วยหนุนหุ้นพลังงานต้นน้ำ โรงกลั่น ช่วยประคองตลาด รวมทั้งคาดว่าน่าจะมีแรงซื้อกลับในหุ้นรายตัวที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัวหนุน ทางเทคนิคดัชนีร่วงลงมาบริเวณ 1600 จุด อีกทั้งหลุดกรอบล่าง Uptrend Channel เป็นสัญญาณลบในระยะสั้น
ประเด็นสำคัญ
• รมว. คลังสหรัฐฯ เตรียมประกาศวัน D-Day แซงก์ชันอิหร่านครั้งใหญ่ ควบคุม 5 ภาคส่วนทั้งสินทรัพย์ดิจิทัล เทคโนโลยี ทองคำ การบิน และขนส่งทางเรือ สหรัฐฯ ขู่ล้างบางระบบการเงินและเตือนทั่วโลกห้ามค้าขายด้วย ขณะที่ IRGC โต้ไม่สนและพร้อมตอบโต้ อาจกระทบเส้นทางขนส่งช่องแคบฮอร์มุซ ดันราคาน้ำมันและค่าระวางเรือขึ้น มองบวกต่อกลุ่มพลังงานและเดินเรือ (PTTEP TOP SPRC PSL TTA RCL)
• รมว. คลังสหรัฐฯ เตรียมใช้เงินจากบัญชี Treasury General Account (TGA) มูลค่า US$9.5 แสนล้าน สำหรับซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาลระยะยาว ส่งผลให้ Bond Yield สหรัฐฯ อายุ 10 ปี ปรับลงแตะระดับ 4.704% มองเป็นมาตรการพยุงระยะสั้นที่ไม่แก้ไขปัญหาระยะยาว แต่เป็น Sentiment บวกต่อสินทรัพย์เสี่ยงโลก โดยเฉพาะกลุ่มที่มีภาระหนี้สูงและกลุ่มไฟแนนซ์ (PTTGC IVL MTC SAWAD TIDLOR)
• รมว. ท่องเที่ยวฯ เผยโครงการไทยเที่ยวไทยพลัสอยู่ระหว่างสรุปรายละเอียด คาดเสนอเข้า ครม. ได้ภายใน ก.ย. นี้ และตั้งเป้าเริ่มใช้งานจริง 1 ต.ค. โดยรัฐช่วยจ่าย 50% สูงสุด 5 สิทธิ์ รวม 5 แสนสิทธิ์ ขยายคูปองดิจิทัลเป็น 1,000 บาท ครอบคลุมนวดสปาและบริการท่องเที่ยว มองบวกต่อกลุ่มท่องเที่ยวและสปา (CENTEL ERW SPA)
• สภาพัฒน์ฯ เตือนปรากฏการณ์ El Nino ลากยาวถึงครึ่งแรกปี 2027 กดดันผลผลิตและรายได้เกษตรกรจากภัยแล้งและความร้อนที่สูงขึ้น ทั้งนี้ประเมินสภาพอากาศแห้งแล้งจะเร่งดีมานด์การบริโภคเครื่องดื่มเพื่อคลายร้อนและสร้างโอกาสเติบโตของยอดขาย มองเป็น Sentiment บวกต่อกลุ่มเครื่องดื่ม (CBG OSP ICHI HTC)
• GULF เผยได้ PPA โรงไฟฟ้าพลังงานลม 3 โครงการ รวม 208 MW ผ่านบริษัทย่อย GRE (ถือหุ้น 60%) โดยได้ลงนามซื้อขายไฟฟ้ากับ กฟผ. แล้วในอัตรารับซื้อค่าไฟ FiT คงที่ 3.1014 บาทต่อหน่วย เสริมความแข็งแกร่งพอร์ตพลังงานหมุนเวียนและรายได้ประจำระยะยาว มองบวกต่อ GULF
กลยุทธ์การลงทุน
ช่วงสั้นมอง SET จะแกว่งตัวไซด์เวย์ โดยแม้มีปัจจัยหนุนจากความคาดหวัง Fund Flow จะไหลเข้าสะสมในหุ้นขนาดใหญ่ (SET50) รับ Sentiment บวกจากการจัดงาน Thailand Focus 2026 (26-28 ส.ค.) ที่เปิดเวทีเรียกความเชื่อมั่นจากนักลงทุนสถาบันทั่วโลก อีกทั้งยังมีประเด็นบวกจากการพิจารณานโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่องของภาครัฐ อาทิ การอุดหนุนติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป, ไทยเที่ยวไทยพลัส ขณะที่การประชุม กนง. คาดยังคงดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.00% แต่ยังต้องระวังความเสี่ยงจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ ซึ่งอาจสร้างแรงกดดันต่อภาพการลงทุนและเศรษฐกิจจากความกังวลด้านเงินเฟ้อ กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy”
ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์
มอง SET แกว่งตัวไซด์เวย์ โดยแม้มีความคาดหวัง Fund Flow จะไหลเข้าสะสมในหุ้นขนาดใหญ่รับ Sentiment บวกจากการจัดงาน Thailand Focus 2026 และการพิจารณานโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่องของภาครัฐ แต่ยังต้องระวังความเสี่ยงจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ ซึ่งอาจสร้างแรงกดดันต่อภาพการลงทุนจากความกังวลด้านเงินเฟ้อ กลยุทธ์การลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy” ผ่าน 4 ธีมเทรดดิ้งที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ดังนี้
1. Thailand Focus Play ซึ่งคาดจะได้อานิสงส์จากความหวัง Fund Flow จะไหลเข้าจากงาน Thailand Focus โดยเน้นหุ้นที่มีพื้นฐานดีและสถิติมักให้ผลตอบแทนเป็นบวกจากการจัดงานนี้ ได้แก่ CRC CPN GPSC KKP PTTGC CENTEL WHA
2. Policy Play ซึ่งได้ประโยชน์จากความคืบหน้าผลักดันนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ได้แก่ มาตรการไทยเที่ยวไทยพลัส (ERW CENTEL AWC CPALL CPN), มาตรการหนุนพลังงานสะอาดอย่างโซลาร์รูฟท็อปและข้อสรุป PDP2026 (GULF GPSC BGRIM GUNKUL WHAUP), การเร่งเบิกจ่ายของหน่วยงานรัฐก่อนปิดปีงบประมาณและร่าง พ.ร.บ. งบฯ ปี 2027 (STECON CK SCC SCCC)
3. High Dividend Play เพื่อสร้างกระแสเงินสดเข้าพอร์ตได้อย่างสม่ำเสมอ โดยเน้นดักการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล ซึ่งคาดให้ Div. Interim Yield >2% ได้แก่ AMATA (XD 26 ส.ค.) SIRI (XD 27 ส.ค.) BCH (XD 27 ส.ค.) PRM (XD 27 ส.ค.) TLI (XD 28 ส.ค.)
4. Laggard Play ซึ่งราคาหุ้นยังปรับขึ้นช้ากว่า SET สวนทางโมเมนตัมกำไร 2H26 ที่คาดจะเติบโตได้ดีทั้ง YoY และ HoH ทำให้คาดจะเป็นเป้าหมายของเม็ดเงินลงทุนที่จะหมุนเข้ามาเก็งกำไร ได้แก่ AP PR9 SAWAD HMPRO BDMS TU BCH BCPG MTC TIDLOR
Daily Top Picks
FTREIT: ปัจจัยสนับสนุนระยะสั้นจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่ลดลง ขณะที่ราคาหุ้นคาดจะมีความผันผวนต่ำท่ามกลางความไม่แน่นอนของบรรยากาศการลงทุน ผลประกอบการ FY2026F คาดจะคงเติบโต YoY จากอุปสงค์โรงงานให้เช่าที่แข็งแกร่ง และคาดจะคงจ่ายปันผลในอัตราที่สูงที่ 6.6% เป้าหมายระยะสั้นที่ 12.70 บาท
CENTEL: ปัจจัยสนับสนุนจากการฟื้นตัวในภาคท่องเที่ยวที่เริ่มเห็นสัญญาณใน 3Q26 และคาดจะชัดเจนขึ้นใน 4Q26 ซึ่งเป็นช่วงไฮซีซันและมีอีเว้นท์ระดับชาติและคาดจะมีมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวภาครัฐ เชื่อว่ากำไรได้ผ่านจุดต่ำสุดของปีใน 2Q26 แล้ว และคาดกำไรปกติจะฟื้นตัวต่อเนื่องจนถึง 1Q27 เป้าหมายระยะสั้นที่ 43.50 บาท
ข่าวเด่น