
(+) ราคาน้ำมันดิบเบรนท์และเวสต์เท็กซัสปรับเพิ่มขึ้น หลังทางการสหรัฐฯ เผยเมื่อวันที่ 27 ส.ค. 69 ที่ผ่านมาว่า สหรัฐฯ ยังคงยืนยันว่าไม่มีการเจรจากับอิหร่าน แม้ว่าประเทศอื่น ๆ พยายามที่จะบรรลุข้อตกลงทางการทูตเพื่อฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน นอกจากนี้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า สหรัฐฯมุ่งเน้นไปที่การคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่ออิหร่าน และจะคว่ำบาตรเพิ่มเติมต่อประเทศที่ทำธุรกิจกับอิหร่านอีกด้วย ในขณะที่หัวหน้าคณะกรรมการความมั่นคงแห่งชาติของรัฐสภาอิหร่าน กล่าวโต้แย้งสหรัฐฯ ว่า มาตรการคว่ำบาตรถือเป็นการกระทำที่ไร้มนุษยธรรม
(+) นายกรัฐมนตรีการ์ตา เดินทางไปอิหร่านในวันที่ 27 ส.ค. 69 ที่ผ่านมา โดยมีความพยายามเริ่มต้นการเจรจาทางการทูตอีกครั้ง เพื่อยุติสงครามระหว่างสหรัฐฯ และ อิหร่าน ในการเจรจาครั้งนี้อิหร่านกล่าวต่อการ์ตาว่า อิหร่านจะทำการโจมตีผลประโยชน์ทางทหารและเศรษฐกิจของสหรัฐฯ เพิ่มเติม หากสหรัฐฯ เริ่มดำเนินการโจมตีต่ออิหร่านก่อน
(+) รัสเซีย เตือนสหราชอาณาจักร ว่าจะทำการโจมตีเป้าหมายทางทหาร ทั้งในและนอกยูเครนที่เป็นของประเทศอังกฤษ เพื่อทำการตอบโต้หลังจากที่ยูเครนใช้ขีปนาวุธระยะไกลที่ทางอังกฤษจัดหาให้ อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวว่า ประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดิมีร์ ปูติน จะไม่โจมตีประเทศสมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (Nato)
(-) การไหลเวียนของเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อย หลังจากวันพุธที่ 26 ส.ค. 69 มีเรือบรรทุกสินค้า จำนวน 10 ลำแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเพิ่มขึ้นจากระดับที่ต่ำที่สุด แม้ว่าจะยังคงต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 10 วันที่ผ่านมาที่ 15 ลำก็ตาม โดยเรือที่ออกจากช่องแคบตามข้อมูลของ Kepler ประกอบด้วย เรือบรรทุกน้ำมันดิบ น้ำมันระดับกลาง และสินค้าเทกอง
ข่าวเด่น