
นางนุสรา บัญญัติปิยพจน์ นายกสมาคมประกันชีวิตไทย กล่าวระหว่างการบรรยายหัวข้อ "ภาพรวมของธุรกิจประกันชีวิต: บทบาทของการประกันชีวิตในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมไทย" ในหลักสูตรวิทยาการประกันภัยระดับสูง (วปส.) รุ่นที่ 14 ประจำปี 2569 ของสำนักงาน คปภ. ว่า การเข้าสู่สังคมสูงวัยทำให้คนไทยต้องเผชิญ ความเสี่ยงจากการมีชีวิตยืนยาวแต่มีเงินไม่เพียงพอ โดยเฉพาะเมื่อค่าครองชีพและค่ารักษาพยาบาลเพิ่มขึ้น การเตรียมเงินเกษียณจึงควรเริ่มตั้งแต่อายุยังน้อย เพราะยิ่งเริ่มช้า ภาระการออมยิ่งสูง ขณะเดียวกัน เป้าหมายไม่ควรมีเพียงการมีอายุยืน แต่ต้องมีช่วงชีวิตที่สุขภาพดีและสามารถดูแลตนเองได้นานที่สุด การดูแลสุขภาพ ป้องกันโรค และเตรียมความพร้อมด้านค่าใช้จ่ายรักษาพยาบาลจึงต้องดำเนินควบคู่กัน

สำหรับประกันสุขภาพ นางนุสราระบุว่า ต้นทุนการรักษาที่สูงขึ้นจากเทคโนโลยีทางการแพทย์และโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เป็นโจทย์ที่ต้องสร้างสมดุลระหว่างการคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภคกับความยั่งยืนของระบบประกันสุขภาพ รวมถึงสร้างความเข้าใจเรื่อง Co-payment อย่างถูกต้อง เนื่องจากไม่ได้หมายความว่าผู้เอาประกันภัยทุกคนต้องร่วมจ่ายค่ารักษาพยาบาลทุกครั้ง แต่ขึ้นอยู่กับหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของกรมธรรม์
พร้อมแนะนำเรื่อง “อ่านก่อนเซ็น” โดยผู้สมัครทำประกันควรให้ข้อมูลตามความเป็นจริง โดยเฉพาะประวัติสุขภาพ และตรวจสอบรายละเอียดในใบคำขอก่อนลงนาม เพราะข้อมูลที่ไม่ครบถ้วนหรือไม่ตรงกับข้อเท็จจริงที่เป็นสาระสำคัญอาจส่งผลต่อสิทธิและความคุ้มครองในภายหลัง
การเลือกประกันควรเริ่มจากการประเมินว่า ต้องการป้องกันความเสี่ยงอะไร มากกว่าพิจารณาผลตอบแทนเพียงอย่างเดียว เนื่องจากความต้องการแตกต่างกันในแต่ละช่วงชีวิต เช่น เสาหลักครอบครัวต้องคำนึงถึงความคุ้มครองหากรายได้หายไป ผู้ใกล้เกษียณต้องเตรียมรายได้ให้เพียงพอตลอดชีวิต ส่วนผลิตภัณฑ์ที่เชื่อมโยงการลงทุนต้องพิจารณาความสามารถในการรับความเสี่ยงของผู้ซื้อประกอบด้วย ด้านเทคโนโลยี AI จะเข้ามามีบทบาทตั้งแต่การวิเคราะห์ข้อมูล การพิจารณารับประกัน การตลาด ไปจนถึงการบริการลูกค้า แต่ไม่ได้ทำให้บทบาทของตัวแทนหมดไป โดยตัวแทนจะต้องพัฒนาจาก “ผู้ขาย” สู่ “ผู้ให้คำปรึกษาและบริการ” ที่สามารถช่วยประชาชนประเมินความต้องการ เข้าใจเงื่อนไขกรมธรรม์ และดูแลหลังการขายได้อย่างมีคุณภาพ
ข่าวเด่น