รายงานสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบ (28 ส.ค. – 3 ก.ย. 69)
.jpg)
ราคาน้ำมันดิบยังคงผันผวน หลังสถานการณ์ตะวันออกกลางยังคงมีความไม่แน่นอนสูง โดยตลาดติดตามความคืบหน้าการเจรจาระหว่างอิหร่านและโอมานเกี่ยวกับการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ โดยทั้งสองฝ่ายได้บรรลุข้อตกลงเบื้องต้นเกี่ยวกับการจัดสรรพื้นที่น่านน้ำและการแบ่งรายได้ร่วมกัน แต่ยังไม่มีข้อสรุปอย่างเป็นทางการ ขณะที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ นาย Donald Trump ระบุว่ายังคงไม่มีการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน โดยสหรัฐฯ ยืนยันว่าทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซถูกเก็บกู้ทั้งหมดแล้วและจะไม่ยอมผ่อนปรนต่อการวางทุ่นระเบิดเพิ่มเติม นอกจากนี้ ตลาดยังจับตามาตรการคว่ำบาตร Economic Outcast ของสหรัฐฯ ซึ่งอาจเพิ่มแรงกดดันต่อเศรษฐกิจอิหร่าน หลังสหรัฐฯ ขยายการคว่ำบาตรไปยังบริษัทและกองเรือที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งน้ำมันของอิหร่านและรัสเซีย ขณะที่เศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงส่งสัญญาณชะลอตัว จากอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core PCE) เดือน ก.ค. 69 ที่เร่งตัวขึ้น สูงสุดนับตั้งแต่ ต.ค. 67 ส่งผลให้ตลาดคาดว่า Fed อาจคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงเป็นเวลานานขึ้น ซึ่งอาจกดดันการเติบโตของอุปสงค์น้ำมันในระยะถัดไป นอกจากนี้ ความตึงเครียดทางการค้ายังเพิ่มขึ้นหลังแคนาดาประกาศเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ มากขึ้นพร้อมออกมาตรการช่วยเหลือภาคธุรกิจภายในประเทศเพื่อรองรับผลกระทบจากมาตรการดังกล่าว
ปัจจัยสำคัญที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์นี้
• สถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางยังคงมีความไม่แน่นอนสูง โดยตลาดติดตามความคืบหน้าการเจรจาระหว่างอิหร่านและโอมานเกี่ยวกับการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ หลังจากกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่านเปิดเผยว่า ทั้งสองฝ่ายสามารถบรรลุข้อตกลงเบื้องต้นเกี่ยวกับการจัดสรรพื้นที่น่านน้ำบริเวณช่องแคบฮอร์มุซและการแบ่งรายได้ร่วมกันได้แล้ว อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวระดับสูงของอิหร่านให้สัมภาษณ์กับ Reuters ว่าการเจรจาดังกล่าวยังไม่ได้ข้อสรุปในขั้นสุดท้าย ขณะที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ นาย Donald Trump ระบุว่ายังคงไม่มีการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน แม้หลายประเทศ เช่น กาตาร์และปากีสถาน พยายามทำหน้าที่เป็นคนกลางผลักดันให้ทั้งสองฝ่ายกลับมาเจรจา และรัฐบาลสหรัฐฯ กำลังเดินหน้าเพิ่มแรงกดดันทางเศรษฐกิจต่ออิหร่าน หวังให้อิหร่านเปลี่ยนท่าทีและเป็นฝ่ายกลับมาเจรจาก่อน นอกจากนี้ สำนักข่าว Wall Street Journal รายงานรัฐบาลสหรัฐฯ ส่งสัญญาณอย่างต่อเนื่องผ่านคนกลางว่าไม่ต้องการกลับไปใช้เงื่อนไขตาม MOU ที่ทั้งสองฝ่ายบรรลุในเดือน มิ.ย. 69 โดยเมื่อวันที่ 25 ส.ค. 69 ประธานาธิบดีสหรัฐฯ นาย Donald Trump ระบุว่า ทุ่นระเบิดทั้งหมดในบริเวณช่องแคบฮอร์มุซได้ถูกทำลายหรือเก็บกู้เรียบร้อยแล้ว พร้อมเตือนว่าเรือลำใดก็ตามที่นำทุ่นระเบิดเข้ามาวางเพิ่มเติมจะถูกทำลายในทันที และยืนยันว่ากองทัพอากาศสหรัฐฯ ยังคงเฝ้าติดตามสถานการณ์ในพื้นที่อย่างใกล้ชิด
• ตลาดยังคงจับตามาตรการคว่ำบาตร Economic Outcast ของสหรัฐฯ ซึ่งอาจเพิ่มแรงกดดันทางเศรษฐกิจต่ออิหร่าน หลังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ นาย Scott Bessent ระบุว่า ประเทศที่ยังคงทำธุรกรรมการค้ากับอิหร่านจะต้องปฏิบัติตามกรอบเวลาที่สหรัฐฯ กำหนดในการยุติการค้า มิฉะนั้นอาจเผชิญมาตรการคว่ำบาตรเช่นเดียวกัน ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 24 ส.ค. 69 สำนักงานควบคุมทรัพย์สินต่างประเทศ (OFAC) ของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้ประกาศคว่ำบาตรบริษัท Wellbred Capital ในสิงคโปร์ บริษัท Wellbred Trading FZCO ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และบริษัท Wellbred Trading SA ในสวิตเซอร์แลนด์ รวมถึงโรงกลั่นเชื้อเพลิงชีวภาพ La Nivernaise de Raffinage SAS ในฝรั่งเศส เนื่องจากมีความเชื่อมโยงกับนาย Mohammad Hossein Shamkhani เจ้าของธุรกิจขนส่งน้ำมันรายใหญ่ของอิหร่าน นอกจากนี้ มาตรการดังกล่าวยังครอบคลุมกองเรือบรรทุกน้ำมันและเรือขนส่งสินค้าขนาดใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งน้ำมันดิบ น้ำมันสำเร็จรูปจากอิหร่านและรัสเซีย รวมถึงสินค้าอื่น ๆ ไปยังผู้ซื้อทั่วโลก
• เศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงส่งสัญญาณชะลอตัว โดยอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core PCE) เดือน ก.ค. 69 เร่งตัวขึ้นสู่ระดับ 3.3% เทียบกับช่วงเดียวกันกับปีก่อนหน้า สูงสุดนับตั้งแต่เดือน ต.ค. 67 สะท้อนว่าแรงกดดันเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้ตลาดคาดการณ์ว่า Fed อาจคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงเป็นระยะเวลานานกว่าที่คาด ซึ่งอาจกดดันกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการเติบโตของอุปสงค์น้ำมันในระยะถัดไป ขณะที่นายกรัฐมนตรีแคนาดา นาย Mark Carney ประกาศเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ ในอัตรา 15-50% คิดเป็นมูลค่าราว 2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ ต่อปี โดยปรับเพิ่มภาษีนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียมเป็น 50% รวมถึงเรียกเก็บภาษีสำหรับเฟอร์นิเจอร์ เสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย เครื่องเล่นเกมคอนโซล สมาร์ทโฟน และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ ในอัตรา 50% ขณะที่เครื่องใช้ไฟฟ้า ชีส ปลา และอาหารทะเล จะถูกจัดเก็บภาษีในอัตรา 25% และเครื่องจักรในอัตรา 15% โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 8 ก.ย. 69 นอกจากนี้ รัฐบาลแคนาดายังประกาศมาตรการสนับสนุนภาคธุรกิจภายในประเทศผ่านโครงการเพิ่มสภาพคล่องและการช่วยเหลือด้านการว่างงาน วงเงินรวม 7.5 หมื่นล้านเหรียญแคนาดา
สรุปสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์ที่ผ่านมา (21 - 27 ส.ค. 69)
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสในสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับลดลง 1.06 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรลมาอยู่ที่ 84.04 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ในขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับลดลง 0.63 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล มาอยู่ที่ 90.54 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรลหลังมีสัญญาณความคืบหน้าเกี่ยวกับการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ โดยมีรายงานว่าอิหร่านและโอมานกำลังหารือเกี่ยวกับการจัดตั้งเส้นทางเดินเรือร่วมชั่วคราว ซึ่งอาจนำไปสู่การบรรลุข้อตกลงถาวรเกี่ยวกับการบริหารจัดการช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่รัฐมนตรีต่างประเทศโอมานนายบาดร์ อัล-บูไซดี เปิดเผยว่า แนวทางการบริหารจัดการช่องแคบฮอร์มุซในอนาคตและแนวทางแก้ไขอย่างถาวรจะดำเนินการเป็นลำดับขั้น โดยโอมานจะหารือกับประเทศพันธมิตรในภูมิภาคเพื่อส่งเสริมสันติภาพและความร่วมมือ ตลอดจนเสถียรภาพและเสรีภาพในการเดินเรือ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลการเดินเรือเบื้องต้นจาก Kpler ระบุว่าเรือบรรทุกสินค้าที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังอยู่ในระดับต่ำกว่าช่วงก่อนเกิดสงคราม สะท้อนว่าการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังคงอยู่ในภาวะจำกัดแม้จะเริ่มมีสัญญาณความคืบหน้าในการเปิดเส้นทางเดินเรือ ด้าน EIA รายงานปริมาณสำรองน้ำมันดิบเชิงพาณิชย์ในสหรัฐฯ ประจำสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 21 ส.ค. 69 เพิ่มขึ้น 0.1 ล้านบาร์เรล มาอยู่ที่ระดับ 428.9 ล้านบาร์เรล น้อยกว่านักวิเคราะห์ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.6 ล้านบาร์เรล
ภายใต้ความท้าทายของตลาดพลังงานโลก ไทยออยล์ยังคงมุ่งสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน ด้วยการจัดหาน้ำมันดิบและรักษาระดับการผลิตอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มีน้ำมันเพียงพอต่อความต้องการของประเทศ ควบคู่กับการขับเคลื่อนโครงการพลังงานสะอาดเพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันรองรับการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรม และสร้างคุณค่าที่สมดุลทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยคำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน ภายใต้หลักการดำเนินธุรกิจด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน
ข่าวเด่น