เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
Krungthai COMPASS วิเคราะห์ "New Wave of Investment โอกาสของเศรษฐกิจไทย"


• เศรษฐกิจไทยขาดคลื่นการลงทุนขนาดใหญ่นับตั้งแต่หลังวิกฤตต้มยำกุ้ง ปี 1997 การลงทุนเอกชนและจีดีพีเคยขยายตัวเฉลี่ยมากถึง 14.7% และ 9.1% ตามลำดับ ในช่วงปี 1986-1996 ส่วนมูลค่าการลงทุนภาคเอกชน (CVM ปรับฤดูกาล) เฉลี่ยสูงถึง 5.2 แสนล้านบาท ในช่วงปี 1996-1997 ก่อนวิกฤตต้มยำกุ้งจะฉุดให้ทั้งการลงทุนภาคเอกชน และจีดีพีทรุดตัวรุนแรง โดยในระยะเกือบ 30 ปีที่ผ่านมา (ปี 1997-2024) จีดีพีขยายตัวด้วยศักยภาพที่ต่ำลงต่อเนื่อง สะท้อนอาการของเครื่องจักรเศรษฐกิจที่เริ่มอ่อนแรง และจำเป็นต้องยกระดับ

• อย่างไรก็ดี การลงทุนภาคเอกชนไทยล่าสุดกำลังขยายตัวสูง และมูลค่าการลงทุนเอกชนกลับไปแตะระดับ 5 แสนล้านอีกครั้งในรอบ 30 ปี โดยการลงทุนเอกชนโตเฉลี่ย 7.9% ในช่วงไตรมาส 3/25 ถึง 2/26 และมูลค่าการลงทุนกลับมาแตะระดับ 5 แสนล้านบาทต่อเนื่องในช่วงดังกล่าว จากกระแสขยายการลงทุนด้านเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI อีกทั้งในระยะข้างหน้า คลื่นการลงทุนจากต่างประเทศ จะเป็นแรงหนุนต่อการลงทุนภาคเอกชนของไทยในระยะข้างหน้า

• ติดตาม New Wave of Investment จะสร้างแรงส่งต่อเศรษฐกิจไทยได้มากเพียงใด หากการลงทุนครั้งใหม่มาพร้อมกับการพึ่งพาสินค้าทุนนำเข้าที่สูงขึ้น โดยสัดส่วนการลงทุนภาคเอกชนและการนำเข้าสินค้าทุนเริ่มปรับสูงขึ้น สอดคล้องกับช่วงคลื่นการลงทุนรอบก่อนวิกฤตปี 1997 ขณะที่รอบล่าสุด สัดส่วนการลงทุนในไตรมาส 2/26 แตะ 106.3% สูงสุดในรอบเกือบ 25 ปี สะท้อนความต้องการนำเข้าสินค้าทุนเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับคลื่นการลงทุนรอบใหม่

ไทยได้รับอานิสงค์จากการเปลี่ยนแปลงด้านภูมิรัฐ-ศาสตร์ในช่วงหลัง Plaza Accord ในปี 1985 เงินลงทุนต่างประเทศหลั่งไหลเข้ามาในไทย โดยเฉพาะจากนักลงทุนญี่ปุ่น ในอุตสาหกรรมยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งเป็นสาขาที่เน้นการใช้ทุนเข้มข้น (Capital intensive) ทั้งยังต้องพึ่งพา local content1  โดยช่วงปี 1986-1996 การลงทุนภาคเอกชนขยายตัวเฉลี่ยสูงถึง 14.7% ต่อปี และสนับสนุนจีดีพีให้โตเฉลี่ย 9.1% ต่อปี เอื้อให้คลื่นการลงทุนรอบดังกล่าวสามารถยืนระยะได้ต่อเนื่องกว่า 1 ทศวรรษ ก่อนสิ้นสุดลงจากผลของวิกฤตปี 1997

ภายหลังไทยเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจหลายครั้งจากปัจจัยภายในและต่างประเทศ ทำให้ไม่สามารถสร้างแรงขับเคลื่อนและดึงดูดการลงทุนระรอกใหม่เพื่อยกระดับศักยภาพของประเทศ เป็นเวลาเกือบ 30 ปี นับแต่วิกฤตต้มยำกุ้ง (1997-2024) การลงทุนภาคเอกชนขยายตัวเฉลี่ยเพียง 1.1% ต่อปี อีกทั้งจีดีพีโตเฉลี่ยที่ 2.7% เศรษฐกิจขยายตัวด้วยศักยภาพที่ต่ำลง สะท้อนแรงขับเคลื่อนที่เริ่มอ่อนแรงและต้องการการ upgrade

อย่างไรก็ดี การลงทุนภาคเอกชนล่าสุดกลับมาขยายตัวสูงอีกครั้ง โดยเติบโตเฉลี่ย 7.9% ในช่วงไตรมาส 3/25 ถึงไตรมาส 2/26 จากกระแสการลงทุนด้านเทคโนโลยีดิจิทัล และ AI อาจถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นของวัฏจักรการลงทุนรอบใหม่ ซึ่งต้องติดตามว่าจะสามารถยืนระยะได้ยาวนานเพียงใด
 
 
 
1 THAILAND AIMS TO BREAK OUT OF MIDDLE-INCOME TRAP | Mitsui & Co

การลงทุนภาคเอกชนกลับไปแตะระดับเดียวกับคลื่นระลอกก่อนหน้าอีกครั้งในรอบ 30 ปี หากมองในมุมมูลค่าการลงทุนภาคเอกชน (CVM ปรับฤดูกาล) ซึ่งเคยเฉลี่ยสูงถึง 5.2 แสนล้านบาทในช่วงปี 1996 ถึง 1997 ก่อนวิกฤตต้มยำกุ้งจะฉุดให้ทรุดตัวรุนแรง และตลอดเกือบ 30 ปีที่ผ่านมา ไทยไม่เคยกลับไปแตะระดับดังกล่าวได้อีก แม้ผ่านวิกฤตและการฟื้นตัวหลายรอบ อย่างไรก็ดี ภาพดังกล่าวเริ่มเปลี่ยนไปเมื่อการลงทุนเอกชนกลับมาแตะระดับ 5 แสนล้านบาทอีกครั้งในช่วงไตรมาส 3/25 และต่อเนื่องมาจนถึงไตรมาส 2/26 สูงกว่าจุดสูงสุดเดิม (ดัชนีการลงทุนภาคเอกชนอยู่ที่ 109.2 เทียบกับจุดสูงสุดก่อนหน้าที่ 108.0 ในไตรมาส 4/95) อีกทั้งในระยะข้างหน้า คาดว่าการลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) จะมีทิศทางหลั่งไหลเข้าสู่ภูมิภาคอาเซียนเพิ่มขึ้นถึง 5.44 แสนล้านสหรัฐฯ ภายในปี 20352 ซึ่งไทยเป็นเป้าหมายการลงทุนที่สำคัญไม่แพ้เพื่อนบ้าน 

ประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด คือ ไทยจะสามารถคว้าโอกาสจากการลงทุนใหม่รอบนี้ในการยกเครื่องหัวจักรทางเศรษฐกิจ และกระจายผลประโยชน์ไปสู่เศรษฐกิจในวงกว้างได้หรือไม่
 
 
2 ASEAN: Structural trend drives robust longterm trade and FDI projections | United Overseas Bank (UOB)

การนำเข้าสินค้าทุนมีแนวโน้มเร่งตัวไปพร้อมกับวัฏจักรการลงทุน โดยสัดส่วนการนำเข้าสินค้าทุนต่อการลงทุนภาคเอกชนเริ่มปรับสูงขึ้นในช่วง Plaza Accord ก่อนวิกฤตปี 1997 และอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องหลังวิกฤต ส่วนหนึ่งจากในช่วงนั้น การลงทุนภาคเอกชนหดตัวแรงกว่าการนำเข้าสินค้าทุน ขณะที่ความต้องการเครื่องจักรกลับมาฟื้นตามการผลิตและการส่งออก3
 
สำหรับรอบการลงทุนปัจจุบัน เริ่มส่งสัญญาณของ New Wave of Investment และสะท้อนการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างการผลิตไปสู่กิจกรรมที่ใช้ทุนและเทคโนโลยีเข้มข้นมากขึ้น (Capital Intensive) โดยการลงทุนภาคเอกชนและการนำเข้าสินค้าทุนกำลังขยายตัวพร้อมกัน ขณะที่การนำเข้าสินค้าทุนเร่งตัวเร็วกว่าชัดเจน สอดคล้องกับการลงทุนด้านเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI ที่ต้องอาศัยเครื่องจักร อุปกรณ์ และโครงสร้างพื้นฐานจากต่างประเทศ ส่งผลให้สัดส่วนการนำเข้าสินค้าทุนต่อการลงทุนภาคเอกชนเพิ่มขึ้นเป็น 106.3%4 ใน 2Q26 สูงสุดในรอบเกือบ 25 ปี

ทั้งนี้ต้องจับตาต่อไปว่า การลงทุนรอบใหม่จะสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจได้เพียงใด หากการนำเข้าสินค้าทุนยังไม่สามารถเชื่อมโยงไปสู่การยกระดับห่วงโซ่อุปทานในประเทศได้เพียงพอ
 
 
3 Annual Economic Report 2000 | Bank of Thailand (BOT)
4 4Q Rolling Ratio

Bottom line
 
Krungthai COMPASS ประเมินว่า การลงทุนระลอกใหม่นับเป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับศักยภาพทางเศรษฐกิจของไทย หากคำนึงเพียงขนาดของเม็ดเงินลงทุนแต่อย่างเดียวอาจยังไม่เพียงพอ เนื่องจากประโยชน์ที่ไทยจะได้รับยังขึ้นกับความสามารถ Capture Value จากการลงทุนอีกด้วย จำเป็นต้องเพิ่มสัดส่วน Local Content และสร้างความเชื่อมโยงไปสู่ภาคการผลิตในประเทศให้มากขึ้น โดยเฉพาะการพัฒนาอุตสาหกรรมต้นน้ำในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อลดความเสี่ยงจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ต่อ Supply Chain Disruption รวมถึงการต่อยอดไปสู่กิจกรรมเกี่ยวเนื่องเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม อาทิ การออกแบบ การซ่อมบำรุง และการพัฒนาพลังงานหมุนเวียน ตลอดจนการนำเทคโนโลยีจากการลงทุนด้าน Data Center และ AI มาประยุกต์ใช้เพื่อยกระดับผลิตภาพของภาคธุรกิจอื่นๆ  ในประเทศไทย

อีกโจทย์หนึ่งที่สำคัญคือ การลงทุนระลอกใหม่นี้ จะสามารถยืนระยะได้นานมากน้อยเพียงใด โดยต้องติดตามว่าโครงการที่ยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI หรือโครงการที่ได้รับการอนุมัติแล้ว จะดำเนินการคืบหน้าต่อไปอย่างไร เพื่อเปลี่ยนเป็นเม็ดเงินลงทุนจริง และสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มในประเทศได้อย่างต่อเนื่อง รวมถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยีไปสู่ภาคธุรกิจไทยในวงกว้างได้มากน้อยเพียงใด

กฤตตฤณ  เหล่าฤทธิ์
ภูมิภัชช์ จาง 
ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 01 ก.ย. 2569 เวลา : 11:26:51
01-09-2026
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ September 1, 2026, 6:31 pm