หุ้นทอง
บล.อินโนเวสท์วิเคราะห์ "คาด SET แกว่งขึ้นภายใต้กรอบจำกัด"



คาด SET แกว่งขึ้น อานิสงส์จาก Bond Yield สหรัฐฯ ที่ร่วงลงหลังตลาดกลับมาเพิ่มน้ำหนักว่า Fed จะคงดอกเบี้ยในการประชุม 15-16 ก.ย. นี้ อย่างไรก็ตาม มองกรอบการขึ้นยังจำกัด ประกอบกับเป็นวันทำการสุดท้ายของสัปดาห์ อาจมีความผันผวนจากแรงขายลดความเสี่ยง ประเด็นติดตามวันนี้ ในประเทศจับตาการประชุมบอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์นัดแรก ส่วนต่างประเทศคืนนี้ติดตามการรายงานตัวเลข NFP ส.ค. ของสหรัฐฯ ทางเทคนิคดัชนีรีบาวด์แต่จะถอยกลับลงมา บ่งชี้ขาดแรงส่งขาขึ้น ระยะสั้นยังไม่เห็นสัญญาณกลับตัวที่ชัดเจน

ประเด็นสำคัญ

• Christopher Waller ผู้ว่าการเฟด หนุนคงดอกเบี้ยนโยบายในการประชุม FOMC ก.ย. นี้ หลังข้อมูลเงินเฟ้อชะลอตัว และหากข้อมูลเงินเฟ้อใน 2 สัปดาห์หน้าไม่สร้างความประหลาดใจ หนุนให้ Bond Yield ปรับลงเล็กน้อย ด้าน FedWatch Tool ชี้โอกาสเฟดขึ้นดอกเบี้ยลดลงเหลือ 48.4% (เดิม 63.2%) คลายแรงกดดันต่อตลาดสินทรัพย์เสี่ยง ระยะสั้นมองบวกต่อกลุ่มการเงิน (MTC SAWAD TIDLOR)

• ราคาดีเซลเฉลี่ยในสหรัฐฯ ทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ $5.82/แกลลอน และ Crack Spread ดีเซลสหรัฐฯ แตะจุดสูงสุดที่ $108.02/bbl ขณะที่รัสเซียปรับลดคาดการณ์ผลผลิตน้ำมันปีนี้ลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 17 ปี พร้อมทบทวนแนวโน้มการส่งออกเชื้อเพลิงปี 2026-2027 ลง หนุนภาพรวมค่าการกลั่นและราคาน้ำมันทรงตัวระดับสูงต่อเนื่อง มองบวกต่อกลุ่มพลังงาน (PTTEP TOP SPRC BCP)

• วันนี้ติดตาม รมว.คลัง นัดประชุมบอร์ด Data Center นัดแรก เพื่อเร่งบูรณาการกฎระเบียบ คุมเข้มเกณฑ์ใบอนุญาต BOI และผลกระทบสิ่งแวดล้อม คาดความชัดเจนของกรอบกำกับดูแลจะช่วยปลดล็อก Overhang และดึงเม็ดเงินลงทุนเทคโนโลยีระดับโลกเข้าไทย มองบวกต่อกลุ่มนิคม (AMATA WHA) และรับเหมา (STECON CK)

• กระทรวงการคลังเผยปรับเกณฑ์ไทยเที่ยวไทยพลัส โดยจะอุดหนุนค่าที่พักในอัตราเดียว เพิ่มวงเงินใช้จ่ายรายวัน และเปิดให้ใช้วงเงินรายวันกับภาคบริการโดยตรง คาดใช้วงเงินจาก พ.ร.ก. กู้เงินฯ 2 พันลบ. จะนำเสนอ ครม. ประกาศใช้ให้ทันก่อน 1 ต.ค. นี้ มองบวกต่อกลุ่มท่องเที่ยว (CENTEL ERW AOT) และค้าปลีก (CPALL CRC CPN)

• นายกรัฐมนตรีเผยสั่งรื้อกฎหมาย 7,000 ฉบับ ปูทางไทยสู่ฐานเศรษฐกิจโลกรับเงินทุนไหลเข้า ด้าน รมว. คลังหวังยกไทยเป็น Trusted Connector เป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานโลก เร่งเปลี่ยนผ่านสู่โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล พลังงานสะอาด-ศูนย์กลางสุขภาพ ระยะยาวมองบวกต่อกลุ่มโรงไฟฟ้า (GULF GPSC BGRIM) กลุ่มนิคม (WHA AMATA) และกลุ่มการแพทย์ (BDMS BH BCH)  

กลยุทธ์การลงทุน

ช่วงสั้นมอง SET จะแกว่งตัวไซด์เวย์ โดยแม้มีแรงหนุนในประเทศจากความคาดหวังการพิจารณานโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่องของภาครัฐ อาทิ การอุดหนุนติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป, ไทยเที่ยวไทยพลัส, ความคืบหน้าร่าง พ.ร.บ. งบฯ ปี FY2027 และความชัดเจนแผน PDP2026  แต่ตลาดยังมีปัจจัยกดดันจาก Fund Flow ที่ชะลอตัว, สถานการณ์ตะวันออกกลางที่ยังยืดเยื้อ รวมถึงสัญญาณ Hawkish จากประธานเฟดใน Jackson Hole ที่พร้อมขึ้นดอกเบี้ยเพื่อคุมเงินเฟ้อ กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy”

ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์

มอง SET แกว่งตัวไซด์เวย์ โดยแม้มีแรงหนุนจากความคาดหวังการพิจารณามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ แต่ตลาดยังถูกกดดันจาก Fund Flow ที่ชะลอตัว สถานการณ์ตะวันออกกลางยืดเยื้อ และสัญญาณ Hawkish จากประธานเฟดที่พร้อมขึ้นดอกเบี้ยคุมเงินเฟ้อ กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy” ผ่าน 4 ธีมเทรดดิ้งที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ดังนี้

1. Policy Play ซึ่งได้ประโยชน์จากความคืบหน้าผลักดันนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ได้แก่ มาตรการไทยเที่ยวไทยพลัส (ERW CENTEL AWC CPALL CPN), มาตรการหนุนพลังงานสะอาดอย่างโซลาร์รูฟท็อปและข้อสรุป PDP2026 (GULF GPSC BGRIM GUNKUL WHAUP AMATA WHA), การเร่งเบิกจ่ายของหน่วยงานรัฐก่อนปิดปีงบประมาณและร่าง พ.ร.บ. งบฯ ปี 2027 (STECON CK SCC SCCC)

2. Consumption Play ซึ่งจะได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของกำลังซื้อและภาพรวมเศรษฐกิจในประเทศที่แข็งแกร่งขึ้น ได้แก่ กลุ่มพาณิชย์ (CPALL CRC CPN GLOBAL) กลุ่มสื่อสาร (TRUE) กลุ่มการเงิน (MTC SAWAD TIDLOR) และกลุ่มขนส่งทางบก (BEM)

3. Laggard Play ซึ่งราคาหุ้นยังปรับขึ้นช้ากว่า SET สวนทางโมเมนตัมกำไร 2H26 ที่คาดจะเติบโตได้ดีทั้ง YoY และ HoH ทำให้คาดจะเป็นเป้าหมายของเม็ดเงินลงทุนที่จะหมุนเข้ามาเก็งกำไร ได้แก่ AP PR9 SAWAD HMPRO BDMS TU BCH MTC TIDLOR

4. High Dividend Play เพื่อสร้างกระแสเงินสดเข้าพอร์ตได้อย่างสม่ำเสมอ โดยเน้นดักการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล ซึ่งคาดให้ Div. Interim Yield >2% ได้แก่ TTB (XD 7 ก.ย.), BCP (XD 7 ก.ย.), OR (XD 7 ก.ย.), HMPRO (XD 8 ก.ย.) KKP (XD 9 ก.ย.)

Daily Top Picks

BDMS: ปัจจัยสนับสนุนจากสัญญาณฟื้นตัวของรายได้ โดยใน ก.ค. 2026 ขยายตัว 8%YoY เร่งตัวจากใน 2Q26 ที่ขยายตัว 1%YoY ซึ่งคาดเป็นจุดต่ำสุดของปีและมีความต้องการสะสมจากกลุ่มผู้ป่วยไทยและต่างชาติ ขณะที่เดินหน้าการเพิ่มสัดส่วนรายได้จากการรักษาโรคซับซ้อนสูงและควบคุม SG&A เป้าหมายระยะสั้นที่ 21.20 บาท

TU: ปัจจัยสนับสนุนจากความต้องการในธุรกิจอาหารทะเลที่ดีขึ้น ควบคู่กับมาร์จิ้นที่สูงขึ้นผ่านการเพิ่มประสิทธิภาพด้านต้นทุน บริษัทคาดยอดขายปี 2026 จะเติบโต 4-6%YoY ขณะที่มี Upside จากการทยอยจ่ายคืนภาษีศุลกากรจากสหรัฐฯ และการได้รับประโยชน์ทางภาษีจาก UK และ FTA กับสหภาพยุโรป เป้าหมายระยะสั้น 13.50 บาท
 
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 04 ก.ย. 2569 เวลา : 12:31:12
04-09-2026
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ September 4, 2026, 2:44 pm