หุ้นทอง
บล.อินโนเวสท์วิเคราะห์ "คาด SET แกว่งขึ้นแต่ชะลอความแรงลง"


คาด SET แกว่งขึ้นแต่ชะลอความแรงลง ขณะที่ราคาน้ำมันดิบขยับขึ้นหลังมีข่าวอิหร่านขู่โครงสร้างพื้นฐานทางพลังงานทั่วอ่าวเปอร์เซีย หากสหรัฐฯ โจมตีอิหร่าน รวมทั้งกลุ่มฮูตีโจมตีโรงกลั่นน้ำมัน Saudi Aramco ระลอกใหม่ ทำให้หุ้นพลังงานต้นน้ำน่าจะได้อานิสงส์ วันนี้ติดตามการเปิดฟังความคิดเห็นต่อร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย DP2026 และการประชุมสภาฯ เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบฯ วันที่ 2 ทางเทคนิค ดัชนีปรับขึ้นผ่าน 1600 จุด เป็นสัญญาณที่ดี ช่วงสั้นอาจมีการย่อพักตัวสลับบ้าง

ประเด็นสำคัญ

• ภาวะเงินเฟ้อไทย ส.ค. 2026 ขยายตัว 2.53%YoY สูงที่สุดในรอบ 3 เดือน จากราคาน้ำมันที่ทรงตัวในระดับสูงและราคาอาหารที่ปรับขึ้นสูงเป็นวงกว้าง ด้าน สศค. ประเมินเงินเฟ้อใน ก.ย. จะเป็นบวกต่อเนื่องตามราคาพลังงาน กดดันกำลังซื้อภายในประเทศ มองลบต่อกลุ่มค้าปลีก (CPALL CRC BJC) และกลุ่มไฟแนนซ์ (MTC SAWAD TIDLOR)

• Bloomberg รายงานว่า Adnoc บริษัทน้ำมันแห่งชาติอาบูดาบี (UAE) กำลังอยู่ระหว่างเจรจาเข้าถือหุ้นโรงกลั่นในเครือ ปตท. พร้อมทำสัญญาจัดหาน้ำมันดิบและโควตาจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม คาดได้ข้อสรุปช่วงปลายปีนี้ มองบวกต่อกลุ่มโรงกลั่นเครือ ปตท. (PTT TOP IRPC) 

• รมว.การท่องเที่ยวฯ เผยโครงการไทยเที่ยวไทยพลัสคาดชัดเจนภายใน 8 ก.ย. นี้ ซึ่งกระทรวงฯ เสนอใช้งบ พ.ร.ก.เงินกู้ 4,000 ลบ. จัดสรร 1 ล้านสิทธิ์ แบ่งเป็นส่วนลดค่าที่พักสูงสุด 3,000 บาท/สิทธิ์ และคูปองท่องเที่ยว 1,000 บาท/สิทธิ์ เพิ่มขึ้นจากเดิม 500 บาท พร้อมขยายให้ใช้กับสปาและบริการเวลเนสได้ ไม่จำกัดแค่ร้านอาหาร คาดเสนอ ครม. สัปดาห์หน้า เปิดลงทะเบียน 1 ต.ค. นี้ มองบวกต่อกลุ่มท่องเที่ยว (CENTEL ERW MINT SPA) 

• ติดตามการเปิดรับฟังความคิดเห็น PDP2026 ในวันนี้ ซึ่งจะประกอบด้วย 4 ทางเลือก ตั้งแต่ยังคงพึ่งพาก๊าซฯ ควบคู่กับพลังงานสะอาด จนถึงการผลักดันสัดส่วนพลังงานสะอาดที่ 80% ควบคู่กับ BESS และ SMR เบื้องต้นมองเป็น Sentiment บวกต่อกลุ่มโรงไฟฟ้า (GULF GPSC BGRIM GUNKUL WHAUP)

• ราคาน้ำมันปาล์มปรับขึ้นสู่ระดับ 4,689 ริงกิตต่อตัน หลังตอบสนองต่อเหตุไฟป่าในอินโดนีเซีย สะท้อนสภาพอากาศที่แห้งแล้งและทำให้การเก็บเกี่ยวในหลายพื้นที่ต้องชะงักลง และการเจริญเติบโตของผลปาล์มได้รับผลกระทบ เป็นบวกระยะสั้นต่อกลุ่มผู้ผลิตปาล์มน้ำมัน (UVAN VPO CPI)

กลยุทธ์การลงทุน

ช่วงสั้นมอง SET แกว่งตัวผันผวน หลังมีแรงกดดันจากราคาพลังงานและ Bond Yield ที่ปรับขึ้น กระตุ้นให้ตลาดกังวลเฟดอาจปรับขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ รวมถึงการขึ้น XD ของหุ้นขนาดใหญ่หลายแห่งในไทย อย่างไรก็ดี มีปัจจัยสำคัญติดตามซึ่งจะมีผลต่อบรรยากาศลงทุน อาทิ เงินเฟ้อสหรัฐฯ (11 ก.ย.) ซึ่งจะเป็นสัญญาณชี้นำทิศทางดอกเบี้ยก่อนประชุม FOMC (15-16 ก.ย.), การพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณปี FY2027 วาระ 2-3 (7-9 ก.ย.) ที่จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นต่อการลงทุน และการเปิดฟังความคิดเห็นร่าง PDP2026 (8 ก.ย.) ซึ่งจะส่งผลดีต่อกลุ่มพลังงานสะอาด กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy”

ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์

มอง SET แกว่งตัวผันผวน กดดันจากความกังวลเฟดอาจพิจารณาปรับขึ้นดอกเบี้ย และการขึ้น XD ของหุ้นขนาดใหญ่หลายแห่งในไทย ขณะที่มีปัจจัยติดตามสำคัญ คือ รายงานตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ, การพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯ FY2027 และการเปิดรับฟังความคิดเห็นร่าง PDP2026 กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy” ผ่าน 4 ธีมเทรดดิ้งที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ดังนี้

1. Policy and Domestic Play ซึ่งได้ประโยชน์จากการเร่งผลักดันนโยบายเศรษฐกิจของภาครัฐ ได้แก่ กลุ่มพลังงานสะอาดและนิคม (GULF GPSC BGRIM GUNKUL WHAUP AMATA WHA) ที่จะได้อานิสงส์จากความคืบหน้าของร่างแผน PDP2026 และนโยบายหนุนติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป, กลุ่มรับเหมาและวัสดุก่อสร้าง (STECON CK SCC SCCC) ที่จะได้อานิสงส์จากการเร่งเบิกจ่ายก่อนปิดปีงบประมาณและความคาดหวังผ่านร่าง พ.ร.บ. งบฯ ปี FY2027, กลุ่มค้าปลีกและท่องเที่ยว (CPALL CRC CPN ERW CENTEL AOT) ที่จะได้อานิสงส์จากมาตรการไทยเที่ยวไทยพลัส

2. Global Macro & Bond Yield Play ซึ่งได้ประโยชน์จากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ที่กลับมาตึงเครียด ผลักดันให้ราคาพลังงานและค่าระวางเรือสูงขึ้น ส่งผลดีต่อกลุ่มพลังงาน (PTTEP BCP TOP) และเดินเรือ (PSL TTA) อีกทั้งความกังวลด้านเงินเฟ้อที่หนุนให้ Bond Yield ทรงตัวในระดับสูง ยังส่งผลบวกต่อผลตอบแทนจากการลงทุนของกลุ่มธนาคาร (KTB BBL KBANK) และกลุ่มประกันชีวิต (BLA TLI)

3. Laggard Play ซึ่งราคาหุ้นยังปรับขึ้นช้ากว่า SET สวนทางโมเมนตัมกำไร 2H26 ที่คาดจะเติบโตได้ดีทั้ง YoY และ HoH ทำให้คาดจะเป็นเป้าหมายของเม็ดเงินลงทุนที่จะหมุนเข้ามาเก็งกำไร ได้แก่ AP PR9 SAWAD HMPRO BDMS TU BCH MTC TIDLOR

4. High Dividend Play เพื่อสร้างกระแสเงินสดเข้าพอร์ตได้อย่างสม่ำเสมอ โดยเน้นดักการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล ซึ่งคาดให้ Div. Interim Yield >2% ได้แก่ HMPRO, KKP, HTC, TOP, PTT
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 08 ก.ย. 2569 เวลา : 11:28:54
08-09-2026
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ September 8, 2026, 6:01 pm