
บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) (บล.เกียรตินาคินภัทร) ชี้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ กำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ หลังการเตรียมขยายเวลาซื้อขายสู่ 23 ชั่วโมงต่อวัน 5 วันต่อสัปดาห์ หรือ "23/5" ซึ่งจะเปิดทางให้นักลงทุนเอเชียรวมถึงนักลงทุนไทยเข้าถึงตลาดหุ้นสหรัฐฯ ได้โดยตรงในช่วงเวลากลางวัน และผลักดันการซื้อขายนอกเวลา (Extended Hours) จากตลาดเฉพาะกลุ่มสู่กระแสหลัก สอดรับกับเทรนด์คนไทยที่ออกไปลงทุนต่างประเทศเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด
นายปวริศวร์ ภูริเวทย์คุณากร, CFA ฝ่ายค้าหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้า บล.เกียรตินาคินภัทร เปิดเผยมุมมองบนเวที ASCO x Nasdaq InnovAsia Bangkok 2026 ว่า แพลตฟอร์มการลงทุนดิจิทัลได้เข้ามาทลายกำแพงการลงทุน ทำให้การเข้าถึงตลาดหุ้นสหรัฐฯ ขยายจากกลุ่มนักลงทุนสถาบันหรือผู้มีประสบการณ์ ไปสู่นักลงทุนรายย่อยในวงกว้าง สะท้อนจากความสำเร็จของแอปพลิเคชัน Dime! ที่มียอดดาวน์โหลดสะสมมากกว่า 5 ล้านครั้งภายใน 4 ปี รวมถึงความนิยมในตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ (DR) ที่มูลค่าการซื้อขายเติบโตขึ้นถึง 10 เท่านับตั้งแต่ปี 2566
อย่างไรก็ตาม แม้การเข้าถึงตลาดต่างประเทศจะง่ายขึ้น แต่ความเข้าใจเกี่ยวกับกลไกตลาดยังคงเป็นความท้าทาย ที่ผ่านมานักลงทุนรายย่อยจำนวนมากมักเกิดคำถามว่า เหตุใดราคา DR ในตลาดหุ้นไทยจึงเคลื่อนไหวได้ทั้งที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังไม่เปิดทำการ ซึ่งในความเป็นจริงกลไกนี้อ้างอิงราคามาจากการซื้อขายนอกตลาดหลักทรัพย์หลักในช่วงนอกเวลาปกติ (Overnight Trading) ที่ผู้ดูแลสภาพคล่องใช้เป็นข้อมูลอ้างอิง ดังนั้น การก้าวเข้าสู่โมเดล 23/5 ของ Nasdaq ซึ่งเป็นตลาดหลักทรัพย์หลักที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลมาตรฐานสูง จะยิ่งทำให้กระบวนการค้นหาราคาที่เหมาะสม (Price Discovery) ในช่วงเวลาทำการของตลาดหุ้นเอเชียมีความโปร่งใสและสามารถสะท้อนความต้องการซื้อขายจริงได้น่าเชื่อถือยิ่งขึ้น
23/5 ดันซื้อขายนอกเวลาสู่กระแสหลัก
บล.เกียรตินาคินภัทรประเมินว่า การขยายเวลาซื้อขายของ Nasdaq สู่ 23/5 จะเป็นตัวเร่งสำคัญที่เปลี่ยนพฤติกรรมการลงทุนของนักลงทุนเอเชีย จากเดิมที่ต้องรอช่วงเวลาเปิดตลาดปกติของสหรัฐฯ มาเป็นการซื้อขายในช่วงเวลาที่สอดคล้องกับชีวิตประจำวัน ทำให้นักลงทุนสามารถตอบสนองต่อข่าวสาร หรือผลประกอบการบริษัทที่ประกาศออกมานอกเวลาทำการได้อย่างทันท่วงที
“ในอนาคต การซื้อขายหุ้นสหรัฐฯ ในช่วงเวลากลางวันของเอเชียจะไม่ใช่แค่การบริการที่มีให้สำหรับนักลงทุนเฉพาะกลุ่ม แต่จะกลายเป็นบริการมาตรฐานที่นักลงทุนไทยคาดหวังจากแพลตฟอร์มการลงทุน เช่นเดียวกับความคุ้นเคยในการลงทุนผ่านช่องทางดิจิทัลที่กลายเป็นเรื่องปกติไปแล้วในปัจจุบัน” นายปวริศวร์กล่าว
ซื้อขายนานขึ้น ต้องเข้าใจกติกาและความเสี่ยงมากขึ้น
การเข้าสู่ยุค 23/5 ไม่ได้หมายถึงเพียงการเพิ่มชั่วโมงซื้อขาย แต่ยังมาพร้อมกับเงื่อนไขที่ผู้ให้บริการและนักลงทุนต้องเตรียมพร้อม นายปวริศวร์เน้นย้ำว่า นอกจากการเตรียมความพร้อมของบริษัทหลักทรัพย์ในด้านเสถียรภาพของระบบ และการบริหารจัดการช่วงเวลาปิดปรับปรุงระบบ (System Downtime) แล้ว สิ่งสำคัญที่สุดคือการให้ความรู้นักลงทุน
เนื่องจากการซื้อขายแบบ 23/5 มีรายละเอียดต่างจากเวลาปกติ เช่น ช่วงเวลาที่ส่งคำสั่งอาจมีผลกระทบต่อวันตัดเงินและวันส่งมอบหุ้น (Settlement Date) รวมถึงสภาพคล่องที่อาจลดลงและความผันผวนของราคาที่อาจสูงขึ้นในบางช่วงเวลา นักลงทุนจึงควรเข้าใจความเสี่ยงเพื่อประกอบการตัดสินใจอย่างเหมาะสม
“การเตรียมพร้อมสำหรับ 23/5 จึงเป็นเรื่องของการเตรียมความพร้อมทั้งในส่วนของระบบงานทั้งหมดและในส่วนของความรู้ความเข้าใจของนักลงทุนด้วย โดยยิ่งตลาดเปิดกว้าง นักลงทุนยิ่งต้องเข้าใจกลไกและความเสี่ยง สำหรับกลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร เราได้เตรียมความพร้อมทั้งด้านระบบปฏิบัติการและช่องทางการสื่อสาร โดยแอปพลิเคชัน Dime! มีจุดแข็งในการย่อยข้อมูลทางการเงินที่ซับซ้อนให้เข้าใจง่าย เราพร้อมเป็นฟันเฟืองสำคัญในการติดอาวุธความรู้และส่งมอบเครื่องมือการลงทุนที่ไร้รอยต่อ เพื่อพานักลงทุนรายย่อยของไทยก้าวเข้าสู่ยุค 23/5 ของตลาดทุนโลกได้อย่างมั่นใจและปลอดภัย” นายปวริศวร์กล่าวทิ้งท้าย
ข่าวเด่น