
(-) ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลง หลังได้รับแรงกดดันจากรายงานข่าวของ Financial Times ว่ารัฐมนตรีต่างประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลางกำลังพยายามเจรจาข้อตกลงชั่วคราวร่วมกับอิหร่าน เพื่อบริหารจัดการการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ อย่างไรก็ตาม ภาพรวมราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้ยังคงปรับเพิ่มขึ้นมากกว่า 8% ท่ามกลางสถานการณ์ที่ยังคงมีความผันผวนสูง
(-) ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากความกังวลด้านเศรษฐกิจและการชะลอตัวของอุปสงค์พลังงาน หลังเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพิ่มเติม หากราคาพลังงาน ที่พุ่งสูงขึ้นจากสถานการณ์สงครามยังคงส่งผลกระทบต่ออัตราเงินเฟ้อในกลุ่มยูโรโซน โดยก่อนหน้านี้ ECB ได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.25% สู่ระดับ 2.50% ขณะที่ตลาดการเงิน คาดว่า ECB อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกอย่างน้อย 3 ครั้งในปีหน้า
(+) อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันดิบยังคงได้รับแรงหนุนจากความกังวลด้านอุปทานตึงตัว หลังกลุ่มกบฏฮูตีเข้ายึดเกาะ Perim ในบริเวณ ช่องแคบ Bab el-Mandeb เพิ่มความเสี่ยงต่อการปิดล้อมเส้นทางขนส่งน้ำมันดิบสำคัญสายที่สองรองจากช่องแคบฮอร์มุซ นอกจากนี้ ยังมีรายงานเหตุโจมตีสถานีสูบส่งน้ำมันบนท่อส่ง East-West Pipeline ของซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็นเส้นทางหลักในการเลี่ยงการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งผู้เชี่ยวชาญระบุว่าการซ่อมแซมระบบไฟฟ้าและระบบปั๊มสูบส่งอาจใช้เวลานาน
ข่าวเด่น