อสังหาริมทรัพย์
สถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัยใน EEC ไตรมาส 2 ปี 2569 และครึ่งแรกปี 2569


ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) จัดทำบทวิเคราะห์ เรื่อง "สถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัยใน EEC ไตรมาส 2 ปี 2569 และครึ่งแรกปี 2569" พบว่า ภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัยใน EEC เริ่มมีสัญญาณฟื้นตัวบางส่วนจากแรงหนุนของมาตรการรัฐ โดยเฉพาะด้านอุปสงค์ที่ได้รับแรงสนับสนุนจากมาตรการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ของภาครัฐ อาทิ การลดค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์และค่าจดจำนองเหลือประเภทละร้อยละ 0.01 สำหรับที่อยู่อาศัยที่มีระดับราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท รวมถึงการผ่อนคลายเกณฑ์สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย (LTV) ของธนาคารแห่งประเทศไทย ขณะที่ปัจจัยพื้นฐานด้านเศรษฐกิจในพื้นที่ EEC ในภาคอุตสาหกรรมและแรงงาน ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของตลาดที่อยู่อาศัย สะท้อนจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการจ้างงานที่เพิ่มขึ้นในพื้นที่ ขณะที่ด้านอุปทาน แม้การออกใบอนุญาตจัดสรรที่ดินจะปรับตัวลดลงต่อเนื่อง แต่การออกใบอนุญาตก่อสร้างที่อยู่อาศัยกลับขยายตัว โดยเฉพาะในจังหวัดชลบุรีและจังหวัดฉะเชิงเทรา สะท้อนว่าผู้ประกอบการยังคงมีการเตรียมอุปทานเพื่อรองรับความต้องการที่อยู่อาศัยที่เริ่มฟื้นตัว แต่ยังมีความระมัดระวังในการเปิดตัวโครงการจัดสรรใหม่

ภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัยใน  EEC ไตรมาส 2 ปี 2569 พบว่า ด้านอุปสงค์การโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้นทั้งจำนวนหน่วยและมูลค่า โดยเพิ่มขึ้นร้อยละ 21.7 และร้อยละ 18.5 ตามลำดับ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ส่วนอุปทานใบอนุญาตจัดสรรที่ดิน มีจำนวนโครงการลดลงร้อยละ -16.7 และจำนวนหน่วยลดลงร้อยละ –41.0 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) แต่การออกใบอนุญาตก่อสร้างที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้นร้อยละ 36.5 โดยเป็นการเพิ่มขึ้นของใบอนุญาตก่อสร้างแนวราบและอาคารชุด ซึ่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 37.5 และร้อยละ 30.3 ตามลำดับ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) 

ภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัยใน EEC ครึ่งแรกปี 2569 พบว่า ด้านอุปสงค์การโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัย 
มีจำนวนหน่วยเพิ่มขึ้นร้อยละ 17.1 และมูลค่าเพิ่มขึ้นร้อยละ 12.7 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 
ส่วนด้านอุปทานการออกใบอนุญาตก่อสร้างที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้นร้อยละ 27.9 แบ่งออกเป็นการออกใบอนุญาตก่อสร้างที่อยู่อาศัยแนวราบจำนวน 12,996 หน่วย เพิ่มขึ้นร้อยละ 20.6 และอาคารชุดจำนวน 2,151 หน่วย เพิ่มขึ้นร้อยละ 102.4 อาจสะท้อนให้เห็นถึงความต้องการที่อยู่อาศัยของแรงงานในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม ส่วนใบอนุญาตจัดสรรที่ดิน มีจำนวนโครงการลดลงร้อยละ -24.1 และจำนวนหน่วยลดลงร้อยละ -43.9 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 โดยเป็นการจัดสรรประเภทบ้านแฝดมากที่สุดคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 37.0 และพบว่าจังหวัดชลบุรีมีใบอนุญาตจัดสรรมากที่สุด คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 43.1 ของใบอนุญาตจัดสรรที่ดินทั้งหมด 

ภาพรวมอุปสงค์และอุปทานตลาดที่อยู่อาศัยใน EEC ในไตรมาส 2 และครึ่งแรกปี 2569 มีสาระสำคัญดังนี้
 
1. สถานการณ์ด้านอุปทานที่อยู่อาศัย

1.1 ใบอนุญาตจัดสรรที่ดิน
ในไตรมาส 2 ปี 2569 มีโครงการที่อยู่อาศัยที่ได้รับอนุญาตจัดสรรที่ดินจากกรมที่ดินจำนวน 20 โครงการ ลดลงร้อยละ –16.7 และมีจำนวนหน่วย 832 หน่วย ลดลงร้อยละ –41.0 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) 

 
สำหรับภาพรวมครึ่งแรกปี 2569 ใบอนุญาตจัดสรรที่ดินจากกรมที่ดินจำนวน 41 โครงการ ลดลงร้อยละ -24.1 และจำนวน 2,265 หน่วย ลดลงร้อยละ -43.9 ตามลำดับ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 ซึ่งมีจำนวน 54 โครงการ และจำนวน 4,038 หน่วย ประเภทที่อยู่อาศัยที่ได้รับใบอนุญาตจัดสรรมากที่สุด ได้แก่ บ้านแฝดจำนวน 838 หน่วย คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 37.0 ของจำนวนการออกใบอนุญาตจัดสรรที่ดินทั้งหมด รองลงมาเป็นบ้านเดี่ยวจำนวน 781 หน่วย คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 34.5 และทาวน์เฮ้าส์จำนวน 619 หน่วย คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 27.3 ส่วนที่เหลือเป็นอาคารพาณิชย์และที่ดินจัดสรร ตามลำดับ 

ทั้งนี้ หากพิจารณาเป็นรายจังหวัดใน EEC ครึ่งแรกปี 2569 จังหวัดที่มีใบอนุญาตจัดสรรมากที่สุดเรียงลำดับได้ ดังนี้

อันดับ 1 จังหวัดชลบุรี มีจำนวน 975 หน่วย คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 43.1 ของใบอนุญาตจัดสรรที่ดินทั้งหมด ซึ่งลดลงร้อยละ –42.8 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 โดยประเภทบ้านแฝดมากที่สุดจำนวน 452 หน่วย รองลงมาคือบ้านเดี่ยวจำนวน 407 หน่วย และทาวน์เฮ้าส์จำนวน 116 หน่วย

อันดับ 2 จังหวัดฉะเชิงเทรา มีจำนวน 655 หน่วย คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 28.9 ของใบอนุญาตจัดสรรที่ดินทั้งหมด ซึ่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 20.2 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 โดยเป็นประเภทบ้านแฝดมากที่สุดจำนวน 232 หน่วย รองลงมาคือทาวน์เฮ้าส์จำนวน 208 หน่วย และบ้านเดี่ยวจำนวน 190 หน่วย

อันดับ 3 จังหวัดระยอง มีจำนวน 635 หน่วย คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 28.0 ของใบอนุญาตจัดสรรที่ดินทั้งหมด ซึ่งลดลงร้อยละ -64.5 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 โดยเป็นประเภททาวน์เฮ้าส์มากที่สุดจำนวน 295 หน่วย รองลงมาคือบ้านเดี่ยวจำนวน 184 หน่วย และบ้านแฝดจำนวน 154 หน่วย 
 
ตารางที่ 2 ใบอนุญาตจัดสรรที่ดินแยกตามจังหวัด ครึ่งแรกปี 2569 
 
 
 
 
1.2 การออกใบอนุญาตก่อสร้างที่อยู่อาศัย
ในไตรมาส 2 ปี 2569 มีการออกใบอนุญาตก่อสร้างที่อยู่อาศัยใน EEC ทั้งที่เป็นที่อยู่อาศัยที่ปลูกสร้างเอง และที่อยู่อาศัยในโครงการจัดสรรและอาคารชุด มีจำนวน 8,311 หน่วย แบ่งออกเป็นการออกใบอนุญาตก่อสร้างที่อยู่อาศัยแนวราบจำนวน 7,206 หน่วย เพิ่มขึ้นร้อยละ 37.5 และอาคารชุดจำนวน 1,105 หน่วย เพิ่มขึ้นร้อยละ 30.3 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) 

สำหรับครึ่งแรกปี 2569 (มกราคม – มิถุนายน) มีการออกใบอนุญาตก่อสร้างที่อยู่อาศัยใน EEC ทั้งที่เป็นบ้านที่ประชาชนสร้างเอง บ้านในโครงการจัดสรร และอาคารชุด มีจำนวนประมาณ 15,147 หน่วย เพิ่มขึ้นร้อยละ 27.9 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 แบ่งออกเป็นการอกใบอนุญาตก่อสร้างที่อยู่อาศัยแนวราบจำนวนประมาณ 12,996 หน่วย เพิ่มขึ้นร้อยละ 20.6 และอาคารชุด จำนวนประมาณ 2,151 หน่วย เพิ่มขึ้นร้อยละ 102.4 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 

ตารางที่ 3 การออกใบอนุญาตก่อสร้างที่อยู่อาศัยใน EEC ครึ่งแรกปี 2569
 

 
เมื่อพิจารณาเป็นรายจังหวัดใน EEC ครึ่งแรกปี 2569 จังหวัดที่มีการออกใบอนุญาตก่อสร้างที่อยู่อาศัยมากที่สุด เรียงลำดับได้ดังนี้

อันดับ 1 จังหวัดชลบุรี มีการออกใบอนุญาตก่อสร้างที่อยู่อาศัยประมาณ 9,868 หน่วย คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 65.1 ของการออกใบอนุญาตก่อสร้างที่อยู่อาศัยทั้งหมด ซึ่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 51.9 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 โดยแบ่งเป็นที่อยู่อาศัยแนวราบจำนวน 7,817 หน่วย โดยส่วนใหญ่เป็นประเภทบ้านเดี่ยวมากที่สุดจำนวน 5,322 หน่วย รองลงมาคือทาวน์เฮ้าส์จำนวน 2,243 หน่วย และบ้านแฝดจำนวน 178 หน่วย ส่วนอาคารชุดมีจำนวน 2,051 หน่วย

อันดับ 2 จังหวัดระยอง มีการออกใบอนุญาตก่อสร้างที่อยู่อาศัยประมาณ 3,055 หน่วย คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 20.2 ของการออกใบอนุญาตก่อสร้างที่อยู่อาศัยทั้งหมด ซึ่งลดลงร้อยละ -16.5 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 โดยแบ่งเป็นที่อยู่อาศัยแนวราบจำนวน 3,029 หน่วย โดยส่วนใหญ่เป็นประเภทบ้านเดี่ยวมากที่สุดจำนวน 1,850 หน่วย รองลงมาคือทาวน์เฮ้าส์จำนวน 833 หน่วย และบ้านแฝดจำนวน 194 หน่วย ส่วนอาคารชุดมีจำนวน 26 หน่วย

อันดับ 3 จังหวัดฉะเชิงเทรา มีการออกใบอนุญาตก่อสร้างที่อยู่อาศัยประมาณ 2,224 หน่วย คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 14.7 ของการออกใบอนุญาตก่อสร้างที่อยู่อาศัยทั้งหมด ซึ่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 32.0 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 โดยแบ่งเป็นที่อยู่อาศัยแนวราบจำนวน 2,150 หน่วย โดยส่วนใหญ่เป็นประเภทบ้านเดี่ยวมากที่สุดจำนวน 1,791 หน่วย รองลงมาคือทาวน์เฮ้าส์จำนวน 311 หน่วย และบ้านแฝดจำนวน 26 หน่วย ส่วนอาคารชุดมีจำนวน 74 หน่วย  
 
ตารางที่ 4 การออกใบอนุญาตก่อสร้างที่อยู่อาศัยแยกตามประเภท ใน EEC ครึ่งแรกปี 2569
 
 
 
2. ด้านอุปสงค์ที่อยู่อาศัย
2.1 การโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัย
 
ในไตรมาส 2 ปี 2569 มีการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยใน EEC จำนวน 13,540 หน่วย มีมูลค่า 32,012 ล้านบาทเพิ่มขึ้นทั้งจำนวนหน่วยและมูลค่าร้อยละ 21.7 และร้อยละ 18.5 ตามลำดับ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ที่มีจำนวน 11,125 หน่วย และมูลค่า 27,018 ล้านบาท โดยเป็นการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยประเภทที่อยู่อาศัยแนวราบมากที่สุดจำนวน 9,872 หน่วย คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 72.9 ของหน่วยโอนกรรมสิทธิ์ทั้งหมด เพิ่มขึ้นร้อยละ 23.4 และมีมูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์ 23,906 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 19.6 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ที่มีจำนวน 8,001 หน่วย และมูลค่า 19,983 ล้านบาท ส่วนอาคารชุด มีจำนวน 3,668 หน่วย คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 27.1 ของหน่วยโอนกรรมสิทธิ์ทั้งหมด เพิ่มขึ้นร้อยละ 17.4 และมีมูลค่า 8,106 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 15.2 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ที่มีจำนวน 3,124 หน่วย และมูลค่า 7,035 ล้านบาท 

สำหรับครึ่งแรกปี 2569 มีการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยใน EEC จำนวน 24,184 หน่วย เพิ่มขึ้นร้อยละ 17.1 และมีมูลค่า 57,060 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 12.7 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 ซึ่งมีจำนวน 20,660 หน่วย และมูลค่า 50,644 ล้านบาท โดยมีการโอนที่อยู่อาศัยแนวราบมากที่สุด จำนวน 17,306 หน่วย เพิ่มขึ้นร้อยละ 22.5 และมีมูลค่า 42,011 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 19.0 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 ซึ่งมีจำนวน 14,124 หน่วย และมูลค่า 35,306 ล้านบาท ส่วนอาคารชุด มีจำนวน 6,878 หน่วย เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.2 และมีมูลค่า 15,048 ล้านบาท ลดลงร้อยละ -1.9 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 ซึ่งมีจำนวน 6,536 หน่วย และมีมูลค่า 15,338 ล้านบาท 

 
ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาเป็นรายจังหวัดที่มีการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยมากที่สุด โดยเรียงตามมูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์เรียงลำดับ ดังนี้

อันดับ 1 จังหวัดชลบุรี มีจำนวนหน่วยการโอนกรรมสิทธิ์ 15,928 หน่วย เพิ่มขึ้นร้อยละ 15.1 และมีมูลค่า 39,249 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.8 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 โดยแบ่งเป็นการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยแนวราบจำนวน 9,599 หน่วย มูลค่า 24,980 ล้านบาท ซึ่งเป็นการโอนกรรมสิทธิ์ทาวน์เฮ้าส์มากที่สุด จำนวน 4,271 หน่วย มูลค่า 7,768 ล้านบาท ส่วนอาคารชุดมีการโอนกรรมสิทธิ์จำนวน 6,329 หน่วย มูลค่า 14,269 ล้านบาท 

อันดับ 2 จังหวัดระยอง มีจำนวน 6,165 หน่วย เพิ่มขึ้นร้อยละ 20.2 และมีมูลค่า 13,319 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 21.7 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 โดยแบ่งเป็นการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยแนวราบจำนวน 5,733 หน่วย มูลค่า 12,663 ล้านบาท ซึ่งเป็นการโอนกรรมสิทธิ์บ้านเดี่ยวมากที่สุดจำนวน 2,671 หน่วย มูลค่า 6,823 ล้านบาท ส่วนอาคารชุดมีการโอนกรรมสิทธิ์จำนวน 432 หน่วย มีมูลค่า 656 ล้านบาท

อันดับ 3 จังหวัดฉะเชิงเทรา มีจำนวน 2,091 หน่วย เพิ่มขึ้นร้อยละ 23.7 และมีมูลค่า 4,492 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 23.7 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 โดยแบ่งเป็นการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยแนวราบจำนวน 1,974 หน่วย มีมูลค่า 4,369 ล้านบาท ซึ่งเป็นการโอนกรรมสิทธิ์บ้านเดี่ยวมากที่สุดจำนวน 841 หน่วย มีมูลค่า 2,130 ล้านบาท ส่วนอาคารชุด มีการโอนกรรมสิทธิ์จำนวน 117 หน่วย มีมูลค่า 123 ล้านบาท


 
 
 
 

LastUpdate 15/09/2569 13:03:21 โดย : Admin
15-09-2026
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ September 15, 2026, 3:52 pm