.jpg)
รายงานสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบ (18 – 24 ก.ย. 69)
ราคาน้ำมันดิบมีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูงซึ่งได้รับแรงหนุนจากความไม่แน่นอนด้านอุปทานในตะวันออกกลางเนื่องจากการสู้รบระหว่างซาอุดีอาระเบียและกลุ่ม Houthi ทวีความรุนแรงขึ้น ขณะที่ตลาดยังคงติดตามความสามารถของซาอุดีอาระเบียในการรักษาระดับการส่งออกน้ำมันดิบผ่านการสูบถ่ายเรือสู่เรือ (Ship-to-Ship) และความคืบหน้าการซ่อมแซมท่อส่งน้ำมันดิบ East-West Pipeline ที่ยังมีความไม่แน่นอน ด้านอุปสงค์น้ำมันดิบเผชิญแรงกดดันจากการลดกำลังการกลั่นของโรงกลั่นอิสระในจีน ท่ามกลางค่าการกลั่นที่ปรับตัวลดลงจากข้อจำกัดการนำเข้าน้ำมันดิบจากเวเนซุเอลา ขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2566 สะท้อนความกังวลต่อเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูง ซึ่งอาจเพิ่มแรงกดดันต่อแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจและความต้องการใช้น้ำมันในระยะถัดไป
ปัจจัยสำคัญที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์นี้
• ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังคงอยู่ในระดับสูง หลังจาก Reuters รายงานเครื่องบินรบของซาอุดีอาระเบียโจมตีเยเมน อีกทั้ง วันที่ 16 ก.ย. 69 Houthi ใช้โดรนและขีปนาวุธโจมตีเมืองต่างๆ ของซาอุดีอาระเบีย และนาย Yahya Saree ซึ่งเป็นโฆษกของ Houthi กล่าวว่า Houthi ได้ยิงเครื่องบินรบ F-15 ของซาอุดีอาระเบียตก ทั้งนี้ ในช่วงวันที่ 15 และ 16 ก.ย. 69 ซาอุดีอาระเบียโจมตีทางอากาศต่อเยเมนมากกว่า 450 ครั้ง ขณะที่สหรัฐฯ เตือนเจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐฯ ที่เดินทางไปยังซาอุดีอาระเบียให้เพิ่มความระมัดระวัง รวมถึงห้ามเจ้าหน้าที่รัฐบาลเดินทางในรัศมี 20 ไมล์จากชายแดนเยเมน
• ตลาดยังคงติดตามความสามารถของซาอุดีอาระเบียในการรักษาระดับการส่งออกน้ำมันดิบ โดยใช้การถ่ายลำน้ำมันระหว่างเรือ (Ship-to-Ship) บริเวณอ่าวโอมาน ควบคู่กับการเร่งซ่อมแซมท่อส่งน้ำมันดิบ East-West Pipeline ซึ่งมีกำลังการขนส่ง 7 ล้านบาร์เรลต่อวัน เพื่อให้สามารถกลับมาดำเนินการได้บางส่วน อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าสถานีเพิ่มแรงดันของท่อดังกล่าวได้รับความเสียหาย 3 แห่ง มากกว่าที่ประเมินไว้ก่อนหน้า และยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับระยะเวลาการซ่อมแซม ขณะเดียวกัน จีนได้ติดต่ออิหร่านเพื่อขอให้ช่วยยับยั้งกลุ่ม Houthi ในเยเมน เพื่อลดความเสี่ยงต่อเส้นทางขนส่งพลังงาน โดยยังต้องติดตามท่าทีของอิหร่านและพัฒนาการของสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
• โรงกลั่นอิสระ (Teapot) ในมณฑล Shandong ของจีนมีแนวโน้มนำเข้าน้ำมันดิบลดลง หลังจากกลางเดือนก.ย. 69 มีการปรับลดอัตราการกลั่น เนื่องจากทางการท้องถิ่นยืนกรานไม่ให้นำเข้าน้ำมันดิบจากเวเนซุเอลา JLC ผู้ให้บริการข้อมูลและวิเคราะห์ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ของจีน รายงานอัตราการกลั่นเฉลี่ยของโรงกลั่นอิสระจีน สัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 16 ก.ย. 69 ลดลง 3.27% จากสัปดาห์ก่อนหน้า มาอยู่ที่ระดับ 53.78% ขณะที่ Reuters เผย ADNOC บริษัทน้ำมันแห่งชาติของ UAE ตกลงซื้อน้ำมันดิบอิรักจำนวน 32 ล้านบาร์เรล และ 40 ล้านบาร์เรลซึ่งจะส่งมอบเดือน ส.ค.และ ก.ย. 69 ตามลำดับ โดยจะนำไปเข้าโรงกลั่น Ruwais ที่มีกำลังการผลิตที่ระดับ 0.92 ล้านบาร์เรลต่อวัน ขณะเดียวกันจะนำน้ำมันดิบที่ผลิตส่งออกมากขึ้น อย่างไรก็ตาม อิรักยังคงเผชิญอุปสรรคในการขนส่งน้ำมันออกจากประเทศทำให้ส่งมอบได้ต่ำกว่าปริมาณที่จัดสรร ทั้งนี้ Kpler คาดการณ์ว่าอิรักจะส่งออกน้ำมันดิบในเดือน ก.ย. 69 ราว 2 ล้านบาร์เรลต่อวัน และเดือน ส.ค. 69 อยู่ที่ระดับ 2.35 ล้านบาร์เรลต่อวัน
• เมื่อวันที่ 15-16 ก.ย. 69 คณะกรรมการนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) มีมติเพิ่มอัตราดอกเบี้ยนโยบายขึ้น 0.25% อยู่ที่ระดับ 3.75-4% โดยเป็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2566 นอกจากนี้ประธาน Fed นาย Kevin Warsh เน้นย้ำว่าเงินเฟ้อสูงและนานเกินไป ทำให้อาจมีแนวโน้มขึ้นดอกเบี้ยอีก
สรุปสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์ที่ผ่านมา (11 – 17 ก.ย. 69)
• ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสในสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับเพิ่มขึ้น 6.56 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรลมาอยู่ที่ 102.32 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ในขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับเพิ่มขึ้น 5.93 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล มาอยู่ที่ 105.94 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล หลังจากซาอุดีอาระเบียระงับการส่งมอบน้ำมันดิบที่ท่าเรือ Yanbu ซึ่งมีกำลังรองรับราว 5 ล้านบาร์เรลต่อวันในทะเลแดง พร้อมยกเลิกเที่ยวเรือส่งออกน้ำมันดิบไปยังลูกค้ายุโรปสำหรับการส่งมอบช่วงปลายเดือน ก.ย.69 หลังจากท่อส่งน้ำมันดิบ East-West Pipeline ขนาด 7 ล้านบาร์เรลต่อวัน ถูกโจมตี ทั้งนี้ Kpler รายงานว่าซาอุดีอาระเบียส่งออกน้ำมันดิบผ่านท่า Yanbu เฉลี่ย 3.4 ล้านบาร์เรลต่อวันในช่วงเดือน มี.ค.-ส.ค. 69 ซึ่งเป็นช่วงที่ความขัดแย้งในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้น ในขณะเดียวกัน Goldman Sachs ประเมินระยะเวลาซ่อมแซมท่อ East-West Pipeline อาจใช้เวลานานสูงถึง 8 สัปดาห์ อย่างไรก็ตาม นาย Chris Wright รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ ระบุว่าท่อดังกล่าวอาจกลับมาดำเนินการได้ภายในไม่กี่วัน นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 15 ก.ย. 69 กลุ่ม Houthi ในเยเมน รายงานว่า ซาอุดีอาระเบียได้โจมตีทางอากาศในเยเมนรวม 52 ครั้ง ครอบคลุมพื้นที่ Taiz, al-Jawf, al-Bayda, Saada และ Amran โดยมีการมุ่งเป้าไปยังโครงสร้างพื้นฐานพลเรือน อาทิ โรงเรียน สะพาน และถนน ด้าน EIA รายงานปริมาณสำรองน้ำมันดิบเชิงพาณิชย์ในสหรัฐฯ สิ้นสุดวันที่ 11 ก.ย. 69 ลดลง 0.64 ล้านบาร์เรล จากสัปดาห์ก่อนหน้า มาอยู่ที่ระดับ 423.43 ล้านบาร์เรล และเป็นระดับที่ต่ำที่สุดในรอบ 2 เดือน โดยลดลงน้อยกว่า Reuters Poll ที่คาดว่าลดลง 1.6 ล้านบาร์เรล ในขณะที่ปริมาณสำรองปิโตรเลียมเชิงยุทธศาสตร์ (SPR) ลดลง 0.4 ล้านบาร์เรล จากสัปดาห์ก่อนหน้า มาอยู่ที่ระดับ 285 ล้านบาร์เรล
ข่าวเด่น