
(+) ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสและเบรนท์ปรับตัวเพิ่มขึ้น จากความกังวลว่าสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านอาจยืดเยื้อ หลังประธานาธิบดีอิหร่าน มาซูด เปเซชเคียน ได้ประกาศกลางที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UNGA) ว่า อิหร่านจะไม่ยอมจำนนต่อแรงกดดันจากสหรัฐฯ แม้ยังเปิดทางให้มีการเจรจาทางการทูต ขณะที่การหารือเรื่องการยุติความขัดแย้งยังมีความเห็นต่างกันหลายประเด็น โดยเฉพาะเงื่อนไขเกี่ยวกับการเปิดช่องแคบ Hormuz และการยกเลิกมาตรการปิดล้อมของสหรัฐฯ ส่งผลให้ตลาดยังคงกังวลถึงความเสี่ยงต่อการหยุดชะงักของอุปทานน้ำมันดิบจากตะวันออกกลาง
(-) อย่างไรก็ตาม อุปทานน้ำมันดิบบางส่วนเริ่มทยอยฟื้นตัวหลังซาอุดีอาระเบียกลับมาเปิดดำเนินการ ท่อส่งน้ำมัน East-West Pipeline บางส่วน ซึ่งลำเลียงน้ำมันดิบจากฝั่งอ่าวอาหรับไปยังชายฝั่งทะเลแดง ทำให้สามารถขนส่งน้ำมันดิบไปยังตลาดโลกได้โดยไม่ต้องผ่านช่องแคบ Hormuz ขณะเดียวกัน อิรักยังคงส่งออกน้ำมันดิบมากกว่า 3 ล้านบาร์เรลต่อวัน และมีแผนเพิ่มการส่งออกไปยังตุรกี มากกว่า 600,000 บาร์เรลต่อวัน ส่งผลให้ตลาดมีทางเลือกในการจัดหาน้ำมันดิบ จากเส้นทางอื่นมากขึ้น และช่วยลดความตึงตัวของอุปทาน รวมถึงจำกัดแรงหนุนต่อราคาน้ำมันในระยะสั้น
(-) สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐฯ (EIA) เปิดเผยตัวเลขน้ำมันดิบคง คลังสหรัฐฯ ประจำสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 18 ก.ย. 69 ปรับเพิ่มขึ้น 2.9 ล้านบาร์เรล สู่ระดับ 426.4 ล้านบาร์เรล สวนทางนักวิเคราะห์ที่คาดการณ์ไว้ว่าจะปรับลดลง 0.7 ล้านบาร์เรล
ข่าวเด่น