อสังหาริมทรัพย์
สถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัยกรุงเทพฯ - ปริมณฑล ไตรมาส 2 ปี 2569 และครึ่งแรกปี 2569


ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) จัดทำบทวิเคราะห์ เรื่อง "สถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัยกรุงเทพฯ - ปริมณฑล ไตรมาส 2 ปี 2569 และครึ่งแรกปี 2569" พบว่า ไตรมาส 2 ปี 2569 ภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ - ปริมณฑล มีการปรับตัวลดลงในด้านอุปทานโดยใบอนุญาตจัดสรรที่ดินลดลงทั้งจำนวนโครงการและจำนวนหน่วย โดยลดลงร้อยละ -45.0 และร้อยละ -32.2 ตามลำดับ ในส่วนการออกใบอนุญาตก่อสร้างที่อยู่อาศัยลดลงร้อยละ -47.3 และที่อยู่อาศัยสร้างเสร็จจดทะเบียนลดลงร้อยละ -4.2 ในขณะที่จำนวนหน่วยเปิดขายใหม่เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.8 แต่มีมูลค่าโครงการที่อยู่อาศัยลดลงร้อยละ -25.4 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ด้านอุปสงค์ พบว่าจำนวนหน่วยการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้นร้อยละ 29.6 และมีมูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์เพิ่มขึ้นร้อยละ 15.9 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) 

สำหรับครึ่งแรกปี 2569 พบว่า ภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ – ปริมณฑล มีการปรับตัวลดลงในด้านอุปทานโดยใบอนุญาตจัดสรรที่ดินลดลงทั้งจำนวนโครงการและจำนวนหน่วย โดยลดลงร้อยละ -50.7 และร้อยละ -37.9 ตามลำดับ ในส่วนการออกใบอนุญาตก่อสร้างที่อยู่อาศัยลดลงร้อยละ -1.8 และที่อยู่อาศัยสร้างเสร็จจดทะเบียนลดลงร้อยละ -8.7 ในขณะที่จำนวนหน่วยเปิดขายใหม่และมูลค่าโครงการที่อยู่อาศัยลดลงร้อยละ -20.9 และร้อยละ -18.0 ตามลำดับ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) เนื่องจากหนี้ครัวเรือนยังอยู่ในระดับสูง สถาบันการเงินมีความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ ประกอบกับต้นทุนในการก่อสร้างพุ่งสูงขึ้น ผู้ประกอบการจึงชะลอการเปิดโครงการใหม่และเร่งระบายสต็อกคงเหลือ ทางด้านอุปสงค์ พบว่าจำนวนหน่วยการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้นร้อยละ 20.8 และมีมูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.0 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ปัจจัยหลักมาจากการเร่งโอนกรรมสิทธิ์ก่อนมาตรการลดค่าธรรมเนียมโอนและจดจำนองจะสิ้นสุดในวันที่ 30 มิถุนายน 2569 ก่อนที่ครม. จะมีมติต่ออายุมาตรการจนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2570

ภาพรวมอุปทานและอุปสงค์ตลาดที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ – ปริมณฑล ไตรมาส 2 ปี 2569 และครึ่งแรกปี 2569 รายละเอียดดังต่อไปนี้

1. สถานการณ์ด้านอุปทานที่อยู่อาศัย
1.1 ใบอนุญาตจัดสรรที่ดินเพื่อที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ – ปริมณฑล ไตรมาส 2 ปี 2569 ใบอนุญาตจัดสรรที่ดินเพื่อที่อยู่อาศัยในพื้นที่กรุงเทพฯ – ปริมณฑล มีจำนวน 22 โครงการ และ
มีจำนวน 3,521 หน่วย โดยลดลงทั้งจำนวนโครงการและจำนวนหน่วยร้อยละ -45.0 และร้อยละ -32.2 ตามลำดับ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ซึ่งมีจำนวน 45 โครงการ และมีจำนวน 5,191 หน่วย 

แผนภูมิที่ 1 จำนวนหน่วยที่อยู่อาศัยที่ได้รับใบอนุญาตจัดสรรที่ดินในกรุงเทพฯ – ปริมณฑล ไตรมาส 2 และครึ่งแรกปี 2569
 
 
 
เมื่อพิจารณาจำแนกตามประเภท พบว่า ทาวน์เฮ้าส์ มีจำนวนมากที่สุดคือ 1,947 หน่วย คิดเป็นร้อยละ 55.3 ของใบอนุญาตจัดสรรที่ดินทั้งหมด รองลงมาได้แก่ บ้านเดี่ยว มีจำนวน 977 หน่วย คิดเป็นร้อยละ 27.7 และบ้านแฝด มีจำนวน 442 หน่วย คิดเป็นร้อยละ 12.6

เมื่อพิจารณาจำแนกตามจังหวัด พบว่า กรุงเทพมหานคร มีจำนวนมากที่สุดคือ 1,604 หน่วย คิดเป็นร้อยละ 45.6 รองลงมาคือสมุทรปราการ มีจำนวน 1,015 หน่วย คิดเป็นร้อยละ 28.8 ของใบอนุญาตจัดสรรที่ดินทั้งหมด โดยปทุมธานีและสมุทรปราการ มีใบอนุญาตจัดสรรที่ดินลดลงร้อยละ -93.9 และร้อยละ -46.6 ตามลำดับ ส่วนสมุทรสาครและกรุงเทพมหานคร มีใบอนุญาตจัดสรรที่ดินเพิ่มขึ้นร้อยละ 319.2 และร้อยละ 2.5 ตามลำดับ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ขณะที่นครปฐมและนนทบุรีไม่มีใบอนุญาตจัดสรรที่ดิน

 

 
สำหรับภาพรวมครึ่งแรกปี 2569 มีใบอนุญาตจัดสรรที่ดินเพื่อที่อยู่อาศัยจำนวน 35 โครงการ และมีจำนวน 6,166 หน่วย โดยลดลงทั้งจำนวนโครงการและจำนวนหน่วย ร้อยละ -50.7 และร้อยละ -37.9 ตามลำดับ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ที่มีจำนวน 71 โครงการ และมีจำนวน 9,936 หน่วย
 
เมื่อพิจารณาจำแนกตามประเภท พบว่า ทาวน์เฮ้าส์ มีจำนวนมากที่สุดคือ 2,979 หน่วย คิดเป็นร้อยละ 48.3 ของใบอนุญาตจัดสรรที่ดินทั้งหมด รองลงมาได้แก่ บ้านเดี่ยว มีจำนวน 2,229 หน่วย คิดเป็นร้อยละ 36.1 และบ้านแฝด มีจำนวน 772 หน่วย คิดเป็นร้อยละ 12.5 

เมื่อพิจารณาจำแนกตามจังหวัด พบว่า กรุงเทพมหานคร มีจำนวน 2,608 หน่วย คิดเป็นร้อยละ 42.3 และสมุทรปราการ มีจำนวน 2,018 หน่วย คิดเป็นร้อยละ 32.7 ของใบอนุญาตจัดสรรที่ดินทั้งหมด โดยเกือบทุกจังหวัดมีใบอนุญาตจัดสรรที่ดินลดลง ยกเว้นสมุทรสาครซึ่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 16.5 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ขณะที่นครปฐมและนนทบุรีไม่มีใบอนุญาตจัดสรรที่ดิน 

 

 

1.2 ใบอนุญาตก่อสร้างที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ – ปริมณฑล
ในไตรมาส 2 ปี 2569 มีใบอนุญาตก่อสร้างที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ – ปริมณฑล ทั้งประเภทบ้านที่ประชาชนสร้างเองบ้านในโครงการจัดสรร และอาคารชุด ประมาณ 11,640 หน่วย ลดลงร้อยละ -47.3 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยแบ่งออกเป็นแนวราบ 7,643 หน่วย ลดลงร้อยละ -15.0 ขณะที่อาคารชุดมีจำนวนประมาณ 3,997 หน่วย ลดลงร้อยละ -69.5 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) 
 

เมื่อพิจารณาจำแนกตามจังหวัด พบว่า เกือบทุกจังหวัดมีใบอนุญาตก่อสร้างลดลง ยกเว้นปทุมธานีซึ่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.4 เมื่อจำแนกตามประเภทที่อยู่อาศัย พบว่า ใบอนุญาตก่อสร้างที่อยู่อาศัยแนวราบที่เพิ่มขึ้นมากที่สุดคือกรุงเทพมหานคร เพิ่มขึ้นร้อยละ 22.3 ในขณะที่สมุทรปราการลดลงมากที่สุด ร้อยละ -57.8 ส่วนใบอนุญาตก่อสร้างที่อยู่อาศัยอาคารชุด มีเพียงสมุทรปราการที่เพิ่มขึ้นโดยเพิ่มสูงถึงร้อย 221.3 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY)  

 

 
สำหรับภาพรวมครึ่งแรกปี 2569 มีใบอนุญาตก่อสร้างที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ – ปริมณฑล ทั้งประเภทบ้านที่ประชาชนสร้างเอง บ้านในโครงการจัดสรร และอาคารชุด ประมาณ 32,217 หน่วย ลดลงร้อยละ -1.8 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยแบ่งออกเป็นแนวราบ 16,855 หน่วย เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.7 ขณะที่อาคารชุดมีจำนวนประมาณ 15,362 หน่วย ลดลงร้อยละ -10.5 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) 

เมื่อพิจารณาจำแนกตามจังหวัด พบว่า ปทุมธานี มีใบอนุญาตก่อสร้างเพิ่มขึ้นร้อยละ 13.1 รองลงมาคือ นนทบุรี มีใบอนุญาตก่อสร้างเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.8 และกรุงเทพหมานคร มีใบอนุญาตก่อสร้างเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.8  เมื่อจำแนกตามประเภทที่อยู่อาศัย พบว่า ใบอนุญาตก่อสร้างที่อยู่อาศัยแนวราบที่เพิ่มขึ้นมากที่สุดคือกรุงเทพมหานคร เพิ่มขึ้นร้อยละ 52.7 ในขณะที่จังหวัดสมุทรปราการลดลงมากที่สุด ร้อยละ -19.1 ส่วนใบอนุญาตก่อสร้างที่อยู่อาศัยอาคารชุดลดลงทุกจังหวัด โดยนนทบุรีลดลงมากที่สุดคือร้อยละ -100.0 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และพบว่าปทุมธานี นนทบุรีและสมุทรสาครไม่มีใบอนุญาตก่อสร้างอาคารชุดช่วงครึ่งแรกของปี 2569 

 


1.3 โครงการที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่ในกรุงเทพฯ – ปริมณฑล
ในไตรมาส 2 ปี 2569 มีจำนวนหน่วยที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่จำนวน 5,731 หน่วย เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.8 และมีมูลค่า 50,415 ล้านบาท ลดลงร้อยละ –25.4 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ซึ่งมีจำนวน 5,683 หน่วย และมีมูลค่า 67,573 ล้านบาท 

 

 

 

 

สำหรับภาพรวมครึ่งแรกปี 2569 พบว่า มีการเปิดขายโครงการที่อยู่อาศัยใหม่จำนวนรวม 89 โครงการ ลดลงร้อยละ –19.8 โดยมีจำนวนหน่วยเปิดขายใหม่ 14,101 หน่วย ลดลงร้อยละ –20.9 และมีมูลค่า 110,197 ล้านบาท ลดลงร้อยละ –18.0 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) เมื่อพิจารณาแยกตามประเภทโครงการ พบว่า บ้านจัดสรร มีจำนวนหน่วยเปิดขายใหม่จำนวน 5,219 หน่วย ลดลงร้อยละ –29.2 และมีมูลค่า 53,428 ล้านบาท ลดลงร้อยละ –34.9 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ส่วนอาคารชุด มีจำนวนหน่วยเปิดขายใหม่จำนวน 8,882 หน่วย ลดลงร้อยละ –15.0 และมีมูลค่า 56,769 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.6 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) 

 

 

1.4 ที่อยู่อาศัยสร้างเสร็จจดทะเบียนใหม่ในกรุงเทพฯ – ปริมณฑล 
ที่อยู่อาศัยสร้างเสร็จจดทะเบียนใหม่ในไตรมาส 2 ปี 2569 มีจำนวน 13,405 หน่วย ลดลงร้อยละ –4.2 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) แบ่งเป็นที่อยู่อาศัยแนวราบ (นับรวมบ้านจัดสรรและบ้านที่ประชาชนสร้างเอง) จำนวน 8,471 หน่วย และเป็นอาคารชุด จำนวน 4,934 หน่วย ในจำนวนที่อยู่อาศัยที่สร้างเสร็จจดทะเบียนใหม่ พบว่า เกือบทุกประเภทมีจำนวนลดลงยกเว้นบ้านแฝดที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 117.4 และทาวน์เฮ้าส์เพิ่มขึ้นเล็กน้อยร้อยละ 2.3

 

 

 

 
สำหรับภาพรวมครึ่งแรกปี 2569 ที่อยู่อาศัยสร้างเสร็จจดทะเบียนใหม่ มีจำนวน 29,115 หน่วย ลดลงร้อยละ –8.7 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) แบ่งเป็นที่อยู่อาศัยแนวราบ (นับรวมบ้านจัดสรรและบ้านที่ประชาชนสร้างเอง) จำนวน 17,103 หน่วย และเป็นอาคารชุด จำนวน 12,012 หน่วย ในจำนวนที่อยู่อาศัยที่สร้างเสร็จจดทะเบียนใหม่ พบว่า เกือบทุกประเภทมีจำนวนลดลงยกเว้นบ้านแฝดที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 63.3 และทาวน์เฮ้าส์เพิ่มขึ้นร้อยละ 12.3 

เมื่อพิจารณาจำแนกตามจังหวัด พบว่า ที่อยู่อาศัยสร้างเสร็จจดทะเบียนใหม่ลดลงเกือบทุกจังหวัด ยกเว้นนครปฐม เพิ่มขึ้นร้อยละ 25.8 โดยเป็นการเพิ่มขึ้นของที่อยู่อาศัยแนวราบ และกรุงเทพมหานคร เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.8 โดยเป็นการเพิ่มขึ้นของที่อยู่อาศัยอาคารชุด เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) 

 

 
 
2. สถานการณ์ด้านอุปสงค์ที่อยู่อาศัย
2.1 การโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ – ปริมณฑล
ในไตรมาส 2 ปี 2569 มีการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ – ปริมณฑล จำนวน 46,031 หน่วย เพิ่มขึ้นร้อยละ 29.6 และมีมูลค่า 137,926 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 15.9 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยเป็นการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยแนวราบ จำนวน 22,127 หน่วย มีมูลค่า 83,072 ล้านบาท และอาคารชุด จำนวน 23,904 หน่วย มีมูลค่า 54,853 ล้านบาท 

สำหรับภาพรวมครึ่งแรกปี 2569 มีการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ – ปริมณฑล จำนวน 79,703 หน่วย เพิ่มขึ้นร้อยละ 20.8 และมีมูลค่า 241,864 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.0 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยเป็นการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยแนวราบ จำนวน 38,727 หน่วย มีมูลค่า 147,115 ล้านบาท และอาคารชุด จำนวน 40,976 หน่วย มีมูลค่า 94,750 ล้านบาท 

การโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยสร้างใหม่ มีจำนวน 34,262 หน่วย เพิ่มขึ้นร้อยละ 14.1 และมีมูลค่า 142,142 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.3 ในขณะที่การโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยมือสอง มีจำนวน 45,441 หน่วย เพิ่มขึ้นร้อยละ 26.4 และมีมูลค่า 99,722 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 16.5 ทำให้สัดส่วนจำนวนหน่วยการโอนกรรมสิทธิ์ของที่อยู่อาศัยสร้างใหม่ต่อที่อยู่อาศัยมือสอง เท่ากับ 43 : 57 ในขณะที่มูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์ มีสัดส่วนเท่ากับ 59 : 41 

 

 
 

เมื่อพิจารณาจำแนกตามจังหวัด พบว่า กรุงเทพมหานคร มีการโอนกรรมสิทธิ์มากที่สุด จำนวน 42,252 หน่วย มีมูลค่า 151,028 ล้านบาท ในด้านจำนวนหน่วยการโอนกรรมสิทธิ์มีการเติบโตเพิ่มขึ้นทุกจังหวัด ส่วนด้านมูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์ เกือบทุกจังหวัดมีการเติบโตเพิ่มขึ้น ยกเว้นสมุทรปราการที่ลดลงร้อยละ -11.6 โดยในครึ่งแรกปี 2569 นครปฐมมีทั้งจำนวนหน่วยและมูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์เติบโตมากที่สุด ร้อยละ 27.2 และร้อยละ 19.9 ตามลำดับ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) 

 

 

เมื่อพิจารณาจำแนกตามระดับราคา พบว่า จำนวนหน่วยและมูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยรวมเพิ่มขึ้นเกือบทุกระดับราคาเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ยกเว้นระดับราคา 7.51 ล้านบาทขึ้นไปที่ลดลง โดยระดับราคาไม่เกิน 1.00 ล้านบาท มีจำนวนหน่วยและมูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์เพิ่มขึ้นมากที่สุด ร้อยละ 35.2 และร้อยละ 33.0 ตามลำดับ

ที่อยู่อาศัยแนวราบ มีจำนวนหน่วยและมูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์เพิ่มขึ้นเกือบทุกระดับราคา โดยระดับราคาไม่เกิน 1.00 ล้านบาท มีจำนวนหน่วยและมูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์เพิ่มขึ้นมากที่สุดร้อยละ 24.0 และร้อยละ 22.3 ตามลำดับ ยกเว้นระดับราคา 7.51 - 10.00 ล้านบาท และมากกว่า 10.00 ล้านบาทที่ลดลงทั้งจำนวนหน่วยและมูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์

อาคารชุด มีจำนวนหน่วยและมูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์เพิ่มขึ้นเกือบทุกระดับราคา โดยระดับราคาไม่เกิน 1.00 ล้านบาท มีจำนวนหน่วยและมูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์เพิ่มขึ้นมากที่สุดร้อยละ 40.3 และร้อยละ 40.9 ตามลำดับ ยกเว้นระดับราคา 7.51 - 10.00 ล้านบาทที่ลดลงทั้งจำนวนหน่วยและมูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์ 

 

 
 

 

 

บันทึกโดย : วันที่ : 24 ก.ย. 2569 เวลา : 17:17:56
24-09-2026
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ September 24, 2026, 6:33 pm