หุ้นทอง
บล.อินโนเวสท์วิเคราะห์ "คาด SET ฟื้นช่วงสั้น แต่ Fund Flow ยังไม่หนุน"


คาด SET แกว่งตัวฟื้นขึ้น ราคาน้ำมันย่อตัวลงหลังคลายกังวลปัญหาอุปทานชั่วคราว โดยคาดหุ้นกลุ่ม Anti-Oil ช่วยหนุนตลาด รวมทั้งหุ้นกลุ่มอิเล็กฯ ตามการปรับขึ้นของหุ้น Tech โลก แต่หุ้นพลังงานต้นน้ำอาจได้รับแรงกดดันระยะสั้น อย่างไรก็ตาม ตลาดยังขาดปัจจัยใหม่ๆ อีกทั้งกระแส Fund Flow ยังไม่หนุน หลังนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิติดต่อกัน 6 วันทำการ ทำให้การปรับขึ้นยังมีกรอบจำกัด ทางเทคนิคดัชนีมีโอกาสฟื้นตัวระยะสั้นขึ้นมาทดสอบ 1600 จุด แต่กรอบบนยังจำกัด

ประเด็นสำคัญ

• ราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับลง 2.56%DoD สู่ระดับ US$96/bbl. หลังมีรายงานปริมาณการขนส่งน้ำมันผ่านท่อส่ง East-West Pipeline ของซาอุฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยมีการกลับมาลำเลียงน้ำมันดิบผ่านท่าเรือ Yanbu ในทะเลแดงอีกครั้ง ระยะสั้นมองลบต่อกลุ่มพลังงานต้นน้ำ (PTTEP) แต่บวกต่อกลุ่ม Anti-Oil (GPSC BGRIM AAV BA)

• อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ปรับขึ้นสู่ระดับ 5.28% สูงสุดนับตั้งแต่ปี 2022 หลังตลาดเพิ่มน้ำหนักว่าเฟดอาจปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.25% ในการประชุมเดือน ต.ค. ระยะสั้นมองสร้างแรงกดดันต่อบรรยากาศลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก แต่บวกต่อกลุ่มประกันชีวิตและธนาคาร (BLA TLI KTB KBANK BBL)

• จีนส่งสัญญาณเร่งออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มหลังเศรษฐกิจชะลอตัวและการลงทุนหดตัวแรง โดยเบื้องต้นจะเพิ่มวงเงิน Relending ของ PBOC, เร่งออกพันธบัตรและอนุมัติโครงการลงทุน Six Networks พร้อมศึกษามาตรการเพื่อพยุงอสังหาฯ, การจ้างงาน และรายได้ครัวเรือน ระยะสั้นมองบวกต่อหุ้นที่เชื่อมโยงเศรษฐกิจจีน (SCGP PTTGC IVL)

• ครม. มีมติอนุมัติงบกลาง 4 พันลบ. จ่ายเยียวยาน้ำท่วม 9,000 บาท/ครัวเรือนทั่วประเทศ มองบวกต่อกลุ่มค้าปลีกวัสดุก่อสร้าง (HMPRO GLOBAL DCC) พร้อมอนุมัติโครงการคลองระบายน้ำหลากชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย มูลค่า 1.65 แสนลบ.  (ผูกพัน 8 ปี) เพื่อแก้ปัญหาระยะยาว มองบวกต่อกลุ่มรับเหมาฯ (STECON CK SCC)

• THAI แจ้งยกเลิกเที่ยวบินเพิ่มเติมในช่วงวันที่ 29 ก.ย.–1 ต.ค. 2026 รวม 37 เที่ยวบิน และระงับการรับสินค้าขาเข้า-ออกของคลังสินค้าสุวรรณภูมิถึงวันที่ 6 ต.ค. 2026 หลังวิกฤตน้ำท่วม กทม. ส่งผลให้พนักงานภาคพื้นดินของการบินไทยขาดงานกว่า 40% กระทบเที่ยวบินล่าช้าและกระเป๋าตกค้างจำนวนมาก ระยะสั้นมองลบต่อการดำเนินงานของ THAI และอาจกระทบต่อห่วงโซ่ธุรกิจโลจิสติกส์และอุตสาหกรรมการผลิตที่พึ่งพาการขนส่งทางอากาศ (III WICE)

กลยุทธ์การลงทุน

ช่วงสั้นมอง SET แกว่งตัวผันผวน โดยมีปัจจัยกดดันหลักจากต่างประเทศ ทั้งจากท่าที Hawkish ของเฟดที่หนุนให้ Bond Yield ทรงตัวสูง และการเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่านที่ไม่คืบหน้าเสี่ยงดันราคาน้ำมันและเงินเฟ้อ ขณะที่ปัจจัยในประเทศ แม้ระยะสั้นจะเผชิญ Sentiment ลบจากความกังวลเรื่องสถานการณ์น้ำท่วม (ซึ่งประเมินว่าผลกระทบจำกัด) แต่ดัชนียังมีปัจจัยพยุงจากการปลดล็อก Overhang ทางการเมือง หลังศาล รธน. วินิจฉัยให้การเลือกตั้งไม่เป็นโมฆะ ช่วยเรียกความเชื่อมั่นด้านเสถียรภาพกลับมา อีกทั้งยังคาดหวังแรงซื้อจากการทำปิด Window Dressing 3Q26 กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy”

ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์

มอง SET ผันผวน แรงกดดันจากท่าที Hawkish ของเฟด และการเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่านที่ไม่คืบหน้าเสี่ยงดันราคาน้ำมันและเงินเฟ้อ ขณะที่ปัจจัยในประเทศมีปัจจัยพยุงจากการปลดล็อกการเมือง (เลือกตั้งไม่โมฆะ) และความคาดหวัง Window Dressing 3Q26 ซึ่งคาดช่วยหักล้างความกังวลน้ำท่วม โดยประเมินว่าผลกระทบจำกัด กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy” โดยเน้น “Buy on Dip” ผ่าน 4 ธีมเทรดดิ้งที่มีปัจจัยบวกเฉพาะ ดังนี้

1. Political Relief & Infrastructure Play ที่คาดจะตอบรับเชิงบวก หลัง ศาล รธน. วินิจฉัยให้การเลือกตั้งไม่เป็นโมฆะ ได้แก่ กลุ่มรับเหมาและวัสดุก่อสร้าง (STECON CK SCC) และกลุ่มนิคม (WHA AMATA) 

2. Flood Defensive & Recovery Plays ที่ได้ประโยชน์จากสถานการณ์น้ำท่วมตั้งแต่แรงซื้อกักตุนสินค้าจำเป็นยามฉุกเฉิน ได้แก่ กลุ่มพาณิชย์ (CPALL BJC CRC) ต่อเนื่องไปจนถึงอุปสงค์การซ่อมแซมที่อยู่อาศัยหลังน้ำลด ได้แก่ กลุ่มพาณิชย์ (HMPRO GLOBAL) กลุ่มวัสดุก่อสร้าง (DCC)

3. Window Dressing Play ที่คาดได้อานิสงส์จากทำ Window Dressing ปิด 3Q26 โดยเน้นเก็งกำไรหุ้น SET50 ที่ราคาปรับขึ้นน้อยกว่าตลาด (%QTD Return ต่ำกว่า SET50) แต่มีปัจจัยพื้นฐานดี ได้แก่ DELTA GULF AOT TRUE CPN BDMS BH ทั้งนี้แนะนำกำหนดจุดขายและต้องระวังแรงขายทำกำไรในช่วงวันทำการแรกๆ ของเดือน ต.ค.

4. Tourism & Mega-Event Play ที่คาดได้อานิสงส์จากการเข้าสู่ช่วงไฮซีซันของการท่องเที่ยวใน 4Q26 ซึ่งมีปัจจัยสนับสนุนตั้งแต่ Golden Week ของจีน (1-7 ต.ค.), อีเวนท์ระดับโลกอย่างการประชุม WorldBank-IMF (ต.ค.) ได้แก่ กลุ่มท่องเที่ยว (ERW CENTEL AOT) และกลุ่มค้าปลีก (CPALL CPN CRC)

Daily Top Picks

KCE: ปัจจัยสนับสนุนระยะสั้นจากโมเมนตัมการปรับขึ้นของหุ้นเทคฯ โลก และค่าเงินบาทที่มีแนวโน้มอ่อนค่าหนุนรายได้ส่งออก ขณะที่ผลประกอบการ 2H26 คาดจะเติบโตต่อเนื่อง สนับสนุนจากการปรับขึ้นราคาขายราว 10-12% และการขยายกำลังการผลิต HDI เพื่อรองรับอุปสงค์ที่อยู่ในระดับสูง เป้าหมายระยะสั้นที่ 78.00 บาท

TRUE: คาดได้รับผลกระทบจำกัดจากวิกฤตอุทกภัยและแรงกดดันจากปัจจัยภายนอก และกำไรปกติ 3Q26F ประเมินจะเติบโตแข็งแกร่งที่ 6.8 พันลบ. (+48%YoY และ +1.3%QoQ) สนับสนุนจากจำนวนผู้ใช้บริการที่เพิ่มขึ้น, รายได้จากธุรกิจออนไลน์ และฐานต่ำในปีก่อน รวมถึงการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายได้ดี เป้าหมายระยะสั้นที่ 13.10 บาท
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 30 ก.ย. 2569 เวลา : 11:56:10
30-09-2026
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ September 30, 2026, 3:23 pm