
คาด SET แกว่งในกรอบ โดย Bond Yield 10 และ 30 ปีของสหรัฐฯ แม้จะย่อลงเล็กน้อยแต่ก็ขึ้นทำระดับสูงสุดในรอบกว่า 24 ปี ส่วนราคาน้ำมันปรับขึ้นหลังโรงกลั่นน้ำมันของจีนระงับการส่งออกผลิตภัณฑ์น้ำมันในเดือน ต.ค. อีกทั้งนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทยต่อเนื่องเป็นวันที่ 8 ทำให้ภาพรวมตลาดเผชิญกับแรงกดดัน แต่ขาดปัจจัยหนุนใหม่ๆ คาดตลาดเลือกลงทุนเป็นรายหุ้นที่มีปัจจัยหนุนเฉพาะตัว วันนี้จับตาการรายงานตัวเลข NFP เดือน ก.ย. ของสหรัฐฯ ทางเทคนิคดัชนีรีบาวด์แต่ขาดแรงส่ง ยังคงไม่เห็นสัญญาณกลับตัว
ประเด็นสำคัญ
• ราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับขึ้น 4.4%DoD ปิดที่ $102.31/bbl หลังจีนระงับส่งออกผลิตภัณฑ์น้ำมันในเดือน ต.ค. เพื่อรักษาปริมาณน้ำมันสำรองภายในประเทศ ซ้ำเติมด้วยกังวลสงครามสหรัฐกับอิหร่านอาจยกระดับ หลังสหรัฐฯ ส่งกำลังทหารและเรือบรรทุกเครื่องบินเพิ่มเติมไปยังตะวันออกกลาง มองบวกต่อกลุ่มพลังงาน (PTTEP TOP SPRC) แต่ลบต่อกลุ่ม Anti-Oil (GPSC BGRIM AAV THAI)
• กบน. มีมติให้ปรับขึ้นราคาน้ำมันขายปลีกทุกชนิด 0.75 บาท/ลิตร มีผลทันที (2 ต.ค.) ตามต้นทุนหน้าโรงกลั่นสิงคโปร์ที่พุ่งสูง ส่งผลให้ดีเซลปรับขึ้นแตะ 42.19 บาท/ลิตร เพื่อประคองกองทุนน้ำมันฯ ที่ต้องแบกภาระชดเชยวันละ 430 ล้านบาท การปรับขึ้นราคาพลังงานระลอกใหม่นี้จะเร่งเงินเฟ้อ กดดันกำลังซื้อฐานราก มองลบต่อกลุ่มค้าปลีก (CPALL BJC TNP) และกลุ่มสินเชื่อ (MTC SAWAD TIDLOR)
• นายกรัฐมนตรีเป็นประธานเปิดฐานการผลิต Power Semiconductor แห่งใหม่ของ Infineon คาดเพิ่มการจ้างงานแตะ 1,000 คน ตอกย้ำไทยในฐานะศูนย์กลางผลิตชิปและยานยนต์ไฟฟ้าขั้นสูงในภูมิภาคตามยุทธศาสตร์ Made in Thailand ระยะยาวมองบวกต่อกลุ่มนิคม (WHA AMATA) และอิเล็กทรอนิกส์ (DELTA HANA KCE)
• THAI แจ้งว่าพนักงานภาคพื้นดินทยอยกลับมาปฏิบัติงานกว่า 90% แล้ว พร้อมตั้งเป้ากลับมาทำการบินเต็มรูปแบบ 115 เที่ยวบิน/วัน ภายใน 7 วัน และประกาศกลับมาให้บริการคลังสินค้าสุวรรณภูมิตามปกติ คลายกังวลปัญหาโลจิสติกส์การส่งออกทางอากาศ ระยะสั้นมองบวกต่อ THAI และกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ (DELTA HANA KCE)
• บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์มีมติเห็นชอบแบ่งผู้ประกอบการ Data Center เป็น 5 กลุ่มตามปริมาณการใช้ไฟฟ้า พร้อมกำหนดโครงสร้างค่าไฟฟ้าเป็นประเภท 9 ตามมติ กพช. โดยให้ค่าไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดมีราคาถูกกว่าการผลิตจากก๊าซธรรมชาติ ขณะที่ค่าไฟและเกณฑ์คุมผังเมืองคาดสรุปในสัปดาห์หน้า ระยะยาวมองบวกต่อกลุ่มพลังงานสะอาด (GULF GPSC BGRIM WHAUP) และกลุ่มนิคม (WHA AMATA)
กลยุทธ์การลงทุน
ช่วงสั้นมอง SET แกว่งตัวผันผวน โดยมีปัจจัยกดดันหลักจากต่างประเทศ ทั้งจากท่าที Hawkish ของเฟดที่หนุนให้ Bond Yield ทรงตัวสูง กดดันให้ Fund Flow ไหลออก ผสานกับความยืดเยื้อในการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ที่สร้างความเสี่ยงต่อการปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันและอัตราเงินเฟ้อ ขณะที่ปัจจัยในประเทศ บรรยากาศการลงทุนยังคงถูกกดดันจากความกังวลสถานการณ์น้ำท่วม ซึ่งแม้ประเมินว่าผลกระทบต่อเศรษฐกิจจะมีจำกัด แต่ยังคงเป็นปัจจัย Overhang ที่สร้าง Sentiment เชิงลบต่อตลาดในระยะสั้น กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy”
ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์
มอง SET ผันผวน จากแรงกดดันรอบด้าน ปัจจัยต่างประเทศถูกกดดันจากท่าที Hawkish ของเฟด ที่หนุนให้ Bond Yield ทรงตัวสูงจนกดดันให้ Fund Flow ไหลออก ผสานความตึงเครียดสหรัฐฯ-อิหร่านที่เสี่ยงดันราคาน้ำมันและเงินเฟ้อ ขณะที่ปัจจัยในประเทศยังเผชิญ Overhang จากความกังวลเรื่องสถานการณ์น้ำท่วม ซึ่งบั่นทอน Sentiment การลงทุนในระยะสั้น กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy” โดยเน้น “Buy on Dip” ผ่าน 4 ธีมเทรดดิ้งที่มีปัจจัยบวกเฉพาะ ดังนี้
1. Political Relief & Infrastructure Play ที่คาดจะตอบรับเชิงบวก หลังศาล รธน. วินิจฉัยให้การเลือกตั้งไม่เป็นโมฆะ ได้แก่ กลุ่มรับเหมาและวัสดุก่อสร้าง (STECON CK SCC) และกลุ่มนิคม (WHA AMATA)
2. Flood Defensive & Recovery Plays ที่ได้ประโยชน์จากสถานการณ์น้ำท่วมตั้งแต่แรงซื้อกักตุนสินค้าจำเป็นยามฉุกเฉิน ได้แก่ กลุ่มพาณิชย์ (CPALL BJC CRC) ต่อเนื่องไปจนถึงอุปสงค์การซ่อมแซมที่อยู่อาศัยหลังน้ำลด ได้แก่ กลุ่มพาณิชย์ (HMPRO GLOBAL) กลุ่มวัสดุก่อสร้าง (DCC)
3. Domestic Play ที่อิงการบริโภคในประเทศเป็นหลัก มีความต้านทานต่อปัจจัยภายนอกสูง ได้แก่ กลุ่มพาณิชย์ (CPALL CPN CRC) กลุ่มการแพทย์ (BCH PR9) และกลุ่มสื่อสาร (TRUE)
4. Tourism & Mega-Event Play ที่คาดได้อานิสงส์จากการเข้าสู่ช่วงไฮซีซันของการท่องเที่ยวใน 4Q26 ซึ่งมีปัจจัยสนับสนุนตั้งแต่ Golden Week ของจีน (1-7 ต.ค.), อีเวนต์ระดับโลกอย่างการประชุม World Bank - IMF (ต.ค.) ได้แก่ กลุ่มท่องเที่ยว (ERW CENTEL AOT) และกลุ่มค้าปลีก (CPALL CPN CRC)
Daily Top Picks
HANA: ปัจจัยสนับสนุนจากมูลค่าส่งออกเกาหลีใต้ใน ก.ย. ที่ทำระดับสูงสุดใหม่ หนุนจากการส่งออกชิป สะท้อนอุปสงค์ลงทุน AI ที่ยังแข็งแกร่ง และการกลับมาดำเนินงานคลังสินค้าสนามบินสุวรรณภูมิ คาดผลประกอบการ 3Q26 จะฟื้นตัวโดดเด่นต่อเนื่องถึงปี 2027 จากการเริ่มผลิตสินค้า AI-related เป้าหมายระยะสั้นที่ 55.50 บาท
SPRC: ปัจจัยสนับสนุนจากโรงกลั่นจีนประกาศระงับการส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปอย่างไม่มีกำหนด ซ้ำเติมภาวะอุปทานตึงตัวสูงในหลายภูมิภาค เช่น อินเดีย, ตะวันออกกลาง, รัสเซีย และยุโรป อีกทั้งมีรายงานการส่งเรือบรรทุกเครื่องบินสหรัฐฯ ลำที่ 3 ไปตะวันออกกลาง ทำให้ราคาน้ำมันปรับขึ้น เป้าหมายระยะสั้น 14.40 บาท
ข่าวเด่น