แบงก์-นอนแบงก์
ธนาคารกรุงเทพจับมือธนาคารเพอร์มาตา ผสานจุดแข็ง ชูบทบาท "แพลตฟอร์ม" เชื่อมโยงธุรกิจไทย - อินโดนีเซีย หนุนคว้าโอกาสเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืน


 

ธนาคารกรุงเทพจับมือธนาคารเพอร์มาตา ในเครือธนาคารกรุงเทพ ผสานจุดแข็งให้เป็นแพลตฟอร์มเปิดโฮกาสให้ผู้ประกอบการไทยและอินโดนีเซียร่วมมือทางธุรกิจ ส่งเสริมการค้าและการลงทุนระหว่างสองประเทศ ดันเศรษฐกิจอาเซียนเติบโต สะท้อนบทบาท "ธนาคารชั้นนำระดับภูมิภาค" ที่เป็นมากกว่าสถาบันการเงิน พร้อมเชื่อมโยงพันธมิตรทางธุรกิจที่มีศักยภาพในเครือข่ายลูกค้าของธนาคารเพอร์มาตา ที่มีสาขากว่า 200 แห่ง ครอบคลุม 81 เมืองสำคัญทั่วอินโดนีเซีย พร้อมส่งผู้เชี่ยวชาญในพื้นที่ให้คำปรึกษาด้านธุรกิจ การลงทุน จัดหาพันธมิตรทางการค้า ตลอดจนการสนับสนุนทางการเงินที่เหมาะสม  

ธนาคารกรุงเทพจัดกิจกรรม  Bangkok Bank Indonesia Exclusive Trip นำลูกค้าธุรกิจรายใหญ่ รายกลาง และรายปลีกรวม 37 ราย ร่วมพบปะและหารือกับลูกค้าของธนาคารเพอร์มาตา ณ กรุงจาการ์ตา ระหว่างวันที่ 27-30 กันยายน 2569 โดยมีนายชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) นางเมลิสา รุสลี กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพอร์มาตา ร่วมให้การต้อนรับ นายฮารี ปราโบโว เอกอัครราชทูตอินโดนีเซียประจำประเทศไทย นายประพันธ์ ดิษยทัต เอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศอินโดนีเซีย  และนายซานโต ดาร์โมซูมาร์โต อธิบดีกรมกิจการเอเชีย-แปซิฟิกและแอฟริกา กระทรวงการต่างประเทศ ประเทศอินโดนีเซีย  ร่วมสนับสนุนการเชื่อมโยงลูกค้าธนาคารกรุงเทพ กับพันธมิตรทางธุรกิจที่มีศักยภาพในอินโดนีเซียเพื่อส่งเสริมการค้า การลงทุนระหว่างกันอย่างเป็นรูปธรรม 

นายชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ไทยและอินโดนีเซียเป็นพันธมิตรทางเศรษฐกิจที่มีศักยภาพสูง มีความสัมพันธ์ทางการค้าที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งภาคการเกษตร ผลิตภัณฑ์ฮาลาล การทำประมงอย่างยั่งยืน และพลังงานสีเขียว ตลอดจนการพัฒนาระบบนิเวศทางธุรกิจแบบบูรณาการในอุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า และแผงวงจรพิมพ์ (PCB) โดยการเชื่อมโยงภาคธุรกิจกับพันธมิตรในท้องถิ่นผ่านเครือข่ายของธนาคารเพอร์มาตาจะช่วยให้ลูกค้าสามารถทำความเข้าใจตลาดท้องถิ่น เข้าถึงพันธมิตรทางธุรกิจที่น่าเชื่อถือสร้างโอกาสทางธุรกิจในระยะยาวให้แก่ภาคธุรกิจ ชุมชน และเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ 

“ผลที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือครั้งนี้จะไม่ได้จำกัดอยู่เพียงระดับบริษัทเท่านั้น แต่ยังสามารถช่วยส่งเสริมการกระจายฐานซัพพลายเออร์และฐานลูกค้าของภาคธุรกิจ เพิ่มการลงทุนระหว่างสองประเทศ สร้างความต้องการด้านการเงินให้เติบโตและช่วยสนับสนุนการจ้างงานในท้องถิ่นให้เพิ่มมากขึ้น เพราะอินโดนีเซียถือเป็นตลาดผู้บริโภคขนาดใหญ่ มีทรัพยากรธรรมชาติสมบูรณ์ ระบบโครงสร้างพื้นฐานและฐานการผลิตอุตสาหกรรมกำลังขยายตัว ขณะที่นักธุรกิจอินโดนีเซียจะสามารถใช้ประโยชน์จากความร่วมมือกับบริษัทไทยเพื่อเข้าถึงองค์ความรู้ด้านการผลิต ต่อยอดธุรกิจในสาขาใหม่ ๆ และเชื่อมโยงกับเครือข่ายธุรกิจในอาเซียนได้กว้างขึ้น” นายชาติศิริ กล่าว 

นายฮารี ปราโบโว เอกอัครราชทูตอินโดนีเซียประจำประเทศไทย กล่าวว่า เรากำลังก้าวไปไกลกว่าการซื้อขายสินค้าและบริการ เพราะอินโดนีเซียและไทยต่างมีจุดแข็งที่เกื้อหนุนซึ่งกันและกัน และนี่คือเวลาที่เราจะนำจุดแข็งเหล่านั้นมาต่อยอดให้เกิดความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม การลงทุนที่เกิดขึ้นจริง และคุณค่าที่แท้จริง ตลอดจนร่วมกันสร้างห่วงโซ่เศรษฐกิจของอาเซียนที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

นายประพันธ์ ดิษยทัต เอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศอินโดนีเซีย กล่าวชื่นชมธนาคารกรุงเทพ สำหรับการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ซึ่งสอดคล้องกับแผนงานความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระหว่างไทยและอินโดนีเซีย ปี 2569–2573 (Roadmap on Strategic Partnership between Thailand and Indonesia for 2026–2030) ที่ทั้งสองประเทศได้ร่วมกันรับรอง และเห็นว่าทั้งสองประเทศยังมีศักยภาพการลงทุนระหว่างกันที่ยังไม่ได้รับการพัฒนาอย่างเต็มที่อีกมาก กิจกรรมนี้จึงมีส่วนช่วยผลักดันความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศ ผ่านการเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างภาคธุรกิจของไทยและอินโดนีเซีย และเป็นเวทีให้ผู้ประกอบการไทยได้เชื่อมโยงกับคู่ค้าภาคธุรกิจในอินโดนีเซียได้อย่างชัดเจน

ด้าน นางเมลิสา รุสลี กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพอร์มาตา อินโดนีเซีย กล่าวว่า อินโดนีเซียยังคงเป็นจุดหมายปลายทางที่น่าสนใจสำหรับภาคธุรกิจที่ต้องการขยายธุรกิจในภูมิภาคและมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจในวงกว้าง ขณะเดียวกัน เรายังเห็นโอกาสสำคัญในการสนับสนุนผู้ประกอบการอินโดนีเซียให้ขยายธุรกิจเข้าสู่ประเทศไทยและตลาดอื่น ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยการผสานเครือข่ายที่แข็งแกร่งในระดับภูมิภาคของธนาคารกรุงเทพเข้ากับความเชี่ยวชาญด้านตลาดท้องถิ่นของธนาคารเพอร์มาตา จะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมโยงทางธุรกิจระหว่างประเทศ ส่งเสริมการค้าและการลงทุน และสนับสนุนลูกค้าของเราให้สามารถคว้าโอกาสการเติบโตใหม่ ๆ ในภูมิภาคได้อย่างเต็มศักยภาพ

กิจกรรมครั้งนี้สะท้อนบทบาทของธนาคารทั้งสองแห่งที่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการเป็นสถาบันการเงิน แต่ยังทำหน้าที่เป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์เชื่อมโยงภาคธุรกิจ ตลาด และเงินทุนทั่วภูมิภาคอาเซียน เพิ่มโอกาสด้านการค้า การลงทุน การจ้างงานในตลาดอาเซียนอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ปัจจุบันไทยและอินโดนีเซียยังเดินหน้าขยายมูลค่าการค้าระหว่างกันจากประมาณ 19,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2568 สู่เป้าหมายสูงสุด 23,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในปี 2573 โดยเฉพาะการลงทุนในอุตสาหกรรมสำคัญ อาทิ ภาคการเกษตร  ภาคบริการดิจิทัล พลังงานสีเขียว ผลิตภัณฑ์ฮาลาล  และสินค้าประมง.-
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 07 ต.ค. 2569 เวลา : 16:03:50
07-10-2026
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ October 7, 2026, 6:55 pm