หุ้นทอง
บล.อินโนเวสท์วิเคราะห์ "คาด SET พักตัว สถานการณ์กลับมาตึงเครียด"


คาด SET ย่อพักตัว กดดันจากราคาน้ำมันที่ปรับขึ้น หลังความกังวลด้านอุปทานกลับมาอีกครั้ง รวมทั้ง Bond Yield สหรัฐฯ อายุ 10 และ 30 ปี พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 24 ปี อย่างไรก็ตามคาดหุ้นกลุ่มพลังงาน รวมถึงหุ้นกลุ่มประกันภัย และธนาคาร น่าจะเคลื่อนไหวได้ดีกว่าตลาด ขณะที่กระแส Fund Flow ยังไม่ชัดเจน แม้ว่านักลงทุนต่างชาติจะหยุดการขายสุทธิหุ้นไทยติดต่อกันที่ 11 วันก็ตาม ทางเทคนิคดัชนีขึ้นมายังไม่ผ่านเส้นค่าเฉลี่ย 75 วัน อาจต้องระวังการกลับลงไปพักตัวอีกครั้ง

ประเด็นสำคัญ

• Bond Yield สหรัฐฯ อายุ 10 ปี ปรับขึ้นสู่ระดับ 5.31% ทำระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2002 หลังผลสำรวจเฟดนิวยอร์กเผยแนวโน้มเงินเฟ้อใน 1 ปีข้างหน้าจะเร่งตัวแตะ 3.9% สูงสุดนับตั้งแต่ พ.ค. 2023 ตอกย้ำความเสี่ยงดอกเบี้ยทรงตัวระดับสูงต่อเนื่อง ระยะสั้นมองกดดันสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก แต่บวกต่อกลุ่มประกันภัย (BLA TLI) และกลุ่มธนาคาร (KTB BBL KKP)

• อิหร่านขู่ปิดเส้นทางเดินเรือที่ผิดกฎหมายเร็วๆ นี้ ส่วนกลุ่มฮูตีได้เปิดฉากโจมตีสนามบิน Aden ในเยเมน ทำให้ความขัดแย้งในตะวันออกกลางอาจยกระดับและลุกลามเป็นวงกว้าง ซ้ำเติมด้วยพายุโซนร้อน Isaias อาจทวีกำลังเป็นเฮอริเคนจ่อพัดถล่มแหล่งผลิตน้ำมันในอ่าวเม็กซิโก (ประเมินผลผลิตหาย 11.2 ล้านบาร์เรล) หนุนราคาน้ำมันและค่าการกลั่น มองบวกต่อกลุ่มพลังงาน (PTTEP TOP SPRC BCP)

• โตโยต้าระงับผลิต 3 โรงงานชั่วคราว ฉุดยอดผลิตค้าง 3 หมื่นคัน หลังซัพพลายเออร์ 14 รายในนิคมอมตะถูกน้ำท่วม คาดใช้เวลาฟื้นฟู 3-4 สัปดาห์ มองลบต่อกลุ่มยานยนต์ (SAT STANLY) ส่วนกระทรวงเกษตรฯ ชี้พื้นที่เกษตรเสียหาย 1.7 ล้านไร่ เสี่ยงกระทบคุณภาพสินเชื่อและกำลังซื้อ มองลบต่อกลุ่มไฟแนนซ์ (MTC SAWAD TIDLOR)

• รมว. คลังเผยโครงการ "BOI to IPO” จะมีช่องทาง Super-Fast Track อำนวยความสะดวกบริษัทต่างชาติจดทะเบียนใน ตลท. พร้อมหารือ JETRO ตั้งเป้าดึงบริษัทญี่ปุ่นร่วมโครงการเป็นรายแรก ย้ำจุดยืนไทยศูนย์กลางย้ายฐานผลิตอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ระยะยาวมองบวกต่อตลาดหุ้นไทยและกลุ่มนิคม (AMATA WHA)

• SCC เผยแผนจัดตั้งบริษัทร่วมทุนระหว่างบริษัทลูก SCGC และ PTTGC ในกลุ่มธุรกิจโอเลฟินส์และโพลิโอเลฟินส์คาดจะมีความชัดเจนในวันที่ 29 ต.ค. 2026 แม้ประเมินรายได้หลังปรับโครงสร้างอาจลดลง แต่กำไรสุทธิ กระแสเงินสด และ EBITDA จะดีขึ้นอย่างมีนัยฯ จาก Synergy ที่ช่วยลดต้นทุนและบริหารความเสี่ยงด้านวัตถุดิบร่วมกัน ระยะยาวมองบวกต่อปัจจัยพื้นฐานของ SCC และ PTTGC

กลยุทธ์การลงทุน

ช่วงสั้นมอง SET ยังแกว่งตัวผันผวน เนื่องจากขาดปัจจัยหนุนใหม่ ท่ามกลางบรรยากาศลงทุนที่ถูกกดดันจากปัจจัยรอบด้าน ทั้งท่าที Hawkish ของเฟด ซึ่งหนุนให้ Bond Yield ทรงตัวสูงในรอบหลายปี ทำให้ Fund Flow ยังมีทิศทางไหลออก ผสานกับราคาพลังงานที่ยังยืนสูงจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ที่ยืดเยื้อ เป็นแรงเสี่ยงต่อแนวโน้มเงินเฟ้อ นอกจากนี้ในประเทศยังมีประเด็น Overhang จากความกังวลสถานการณ์น้ำท่วม แม้เบื้องต้นประเมินว่าผลกระทบต่อเศรษฐกิจจะมีจำกัด แต่ยังต้องเฝ้าระวังความเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลันจากฝนตกหนักระลอกใหม่ในช่วงวันที่ 10-13 ต.ค. นี้ ซึ่งอาจเพิ่ม Downside Risk ต่อเศรษฐกิจและสร้าง Sentiment เชิงลบต่อตลาด กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy”

ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์

มอง SET จะยังผันผวน หลังขาดปัจจัยหนุนใหม่ โดยถูกกดดันจากภายนอก ทั้งท่าที Hawkish ของเฟดที่ดัน Bond Yield สูงจน Fund Flow ไหลออก และราคาพลังงานสูงจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มความเสี่ยงเงินเฟ้อ ส่วนในประเทศมี Overhang จากเฝ้าระวังน้ำท่วมระลอกใหม่ซึ่งอาจเพิ่ม Downside Risk ต่อเศรษฐกิจและกดดันบรรยากาศลงทุน กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy” โดยเน้น “Buy on Dip” ผ่าน 3 ธีมเทรดดิ้งที่มีปัจจัยบวกเฉพาะ ดังนี้

1. Domestic Play ที่อิงการบริโภคในประเทศเป็นหลัก มีกระแสรายได้มั่นคงและมีความต้านทานต่อปัจจัยภายนอกสูง ได้แก่ กลุ่มพาณิชย์ (CPN CRC) กลุ่มการแพทย์ (BCH PR9) และกลุ่มสื่อสาร (TRUE)

2. Flood Defensive & Recovery Plays ที่ได้ประโยชน์จากสถานการณ์น้ำท่วมตั้งแต่แรงซื้อกักตุนสินค้าจำเป็นยามฉุกเฉิน ได้แก่ กลุ่มพาณิชย์ (BJC CRC) ต่อเนื่องไปจนถึงอุปสงค์การซ่อมแซมที่อยู่อาศัยหลังน้ำลด ได้แก่ กลุ่มพาณิชย์ (HMPRO GLOBAL) กลุ่มวัสดุก่อสร้าง (DCC) ขณะที่แนะนำให้หลีกเลี่ยงหรือชะลอการลงทุนสำหรับหุ้นกลุ่มประกันภัยที่อาจได้รับแรงกดดันจาก Loss ratio สูงขึ้น

3. Tourism & Mega-Event Play ที่คาดได้อานิสงส์จากการเข้าสู่ช่วงไฮซีซันของการท่องเที่ยวใน 4Q26 ซึ่งมีปัจจัยสนับสนุนตั้งแต่ Golden Week ของจีน (1-7 ต.ค.), อีเวนท์ระดับโลกอย่างการประชุม WorldBank-IMF (12-18 ต.ค.) ได้แก่ กลุ่มท่องเที่ยว (ERW CENTEL AOT) และกลุ่มค้าปลีก (CPN CRC)

Daily Top Picks

CPN: ปัจจัยสนับสนุนระยะสั้นจากผลกระทบจากวิกฤตอุทกภัยต่อผลประกอบการที่คาดจะมีจำกัด คาดกำไรปกติ 3Q26F จะเติบโต YoY และ QoQ สนับสนุนจากจำนวนผู้ใช้บริการศูนย์การค้าและยอดขายของผู้เช่าที่เติบโตต่อเนื่อง และ Upside จากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการ Dusit Residence เป้าหมายระยะสั้นที่ 63.50 บาท

SPRC: ปัจจัยสนับสนุนระยะสั้นจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่กลับมาปะทุ อิหร่านขู่ปิดเส้นทางเดินเรือ และจีนประกาศระงับการส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปอย่างไม่มีกำหนด กดดันห่วงโซ่อุปทานน้ำมันสำเร็จรูปตึงตัวสูง ขณะที่ซาอุฯ ลดราคาส่งออกน้ำมันดิบสู่เอเชียใน พ.ย. สู่ระดับต่ำสุดในรอบ 6 ปี เป้าหมายระยะสั้นที่ 16.70 บาท


บันทึกโดย : Adminวันที่ : 08 ต.ค. 2569 เวลา : 11:59:58
08-10-2026
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ October 8, 2026, 10:23 pm