
(+) ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสและเบรนท์ปรับเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับวันก่อนหน้า หลังสถานการณ์พายุเฮอริเคนอิไซอาสในวันศุกร์ ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น ส่งผลให้มีปริมาณการผลิตน้ำมันดิบที่ต้องหยุดชะงักเพิ่มขึ้นอีก 176,000 บาร์เรลต่อวันจากวันพฤหัสบดี รวมเป็นเกือบ 1.46 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือคิดเป็น 71.51% ของกำลังการผลิตน้ำมันในอ่าวเม็กซิโก โดยนักวิเคราะห์ระบุว่าการกลับมาเปิดดำเนินการจะขึ้นอยู่กับการตรวจสอบความเสียหายหลังพายุพัดผ่าน ซึ่งหากมีความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐาน อาจส่งผลกระทบต่ออุปทานลากยาวมากยิ่งขึ้น
(+) ตลาดยังมีความกังวลกับอุปทานน้ำมันดิบโลกตึงตัวเพิ่มขึ้นหลังกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศยกระดับมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจครั้งใหม่ โดยมุ่งเป้ากดดันการส่งออกน้ำมันของอิหร่าน ด้วยการขึ้นบัญชีดำเรือบรรทุกน้ำมันจำนวน 17 ลำ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายกองเรือเงา (Shadow Fleet) ที่ทำหน้าที่ลักลอบขนส่งน้ำมันดิบ ผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี และน้ำมันสำเร็จรูปของอิหร่านไปยังตลาดในภูมิภาคเอเชียใต้และเอเชียตะวันออก ส่งผลให้ความเสี่ยงด้านอุปทานน้ำมันดิบตึงตัวมากยิ่งขึ้น
(-) รัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ตัดสินใจผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรการส่งออกเชื้อเพลิงของรัสเซียเป็นการชั่วคราว หลังระบุว่ารัสเซียตกลงที่จะจัดส่งน้ำมันดีเซลเพิ่มเติมเข้าสู่ตลาดโลก เพื่อช่วยบรรเทาปัญหาราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่พุ่งสูงขึ้น
ข่าวเด่น