หุ้นทอง
บล.อินโนเวสท์วิเคราะห์ "คาด SET แกว่งในกรอบ รอดูสถานการณ์"



คาด SET แกว่งตัวในกรอบ ถูกกดดันจากความผันผวนของราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นจากข่าวกลุ่มฮูตีโจมตีซาอุดีอาระเบีย แต่การปรับขึ้นยังถูกจำกัดจากข่าว ปธน. ทรัมป์ระบุว่ารัสเซีย-ยูเครนบรรลุข้อตกลงหยุดยิงด้านพลังงาน ขณะที่ตลาดหุ้นไทยในวันพรุ่งนี้ปิดทำการ จึงอาจทำให้นักลงทุนรอดูสถานการณ์เพื่อลดความเสี่ยง ประเด็นติดตามวันนี้ คือ การเปิดฉากการประชุม World Bank-IMF วันแรกอย่างเป็นทางการ ทางเทคนิคดัชนีรีบาวด์ แต่หากยังไม่ผ่านเส้นค่าเฉลี่ย 75 วัน มองกรอบบนจำกัด

ประเด็นสำคัญ

• ปธน. ทรัมป์กำลังพิจารณาร่วมมือกับซาอุฯ เพื่อตอบโต้กลุ่มฮูตีที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน หลังกลุ่มฮูตีได้โจมตีสนามบินริยาดและมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก ทำให้บรรยากาศความตึงเครียดยกระดับขึ้น ส่งผลให้ราคาพลังงานเพิ่มขึ้น ระยะสั้นกดดันตลาดสินทรัพย์เสี่ยง แต่มองบวกต่อกลุ่มพลังงานต้นน้ำ (PTTEP)

• ปธน. ทรัมป์เผยรัสเซียและยูเครนตกลงหยุดยิงด้านพลังงานมีผลทันที พร้อมบรรลุข้อตกลงกับ ปธน. ปูตินจะส่งออกดีเซลรัสเซียสู่สหรัฐฯ และตลาดโลกรวม 4 ล้านตัน (~30 ล้านบาร์เรล) โดยจะระบายทันที 3 แสนตัน ก่อนทยอยส่งมอบ 5 แสนตันในเดือน พ.ย. และ 1 ล้านตันในระยะถัดไป ช่วยคลายความกังวลอุปทานน้ำมันสำเร็จรูปตึงตัว ระยะสั้นมองลบต่อกลุ่มโรงกลั่น (TOP SPRC BCP)

• รมว.คลัง เตรียมขึ้นเวทีประชุม World Bank-IMF ชูความพร้อมด้านดิจิทัลและพลังงานสะอาด เพื่อดึงดูดเม็ดเงิน FDI ในกลุ่ม AI และ EV โดยประเมินผู้ร่วมงานระดับสูงกว่า 15,000 คน มีอัตราใช้จ่ายเฉลี่ย 1.0–1.5 หมื่นบาท/วัน สร้างเม็ดเงินสะพัด 1.05–2.25 พันลบ. ระยะสั้นมองบวกต่อกลุ่มท่องเที่ยว (AOT CENTEL ERW) และกลุ่มค้าปลีก (CRC CPN) ส่วนระยะยาวมองบวกต่อกลุ่มนิคม (AMATA WHA)

• ยอดเดินทางข้ามพรมแดนช่วงวันหยุดยาววันชาติจีน (1–7 ต.ค.) สูงถึง 15.46 ล้านครั้ง (+67% YoY) โดยเป็นการออกนอกประเทศ 4.44 ล้านครั้ง (+9.3% YoY) ซึ่งไทยยังเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมอันดับต้นๆ ของนักท่องเที่ยวจีน ตอกย้ำการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวปลายปี มองบวกต่กลุ่มท่องเที่ยว (ERW CENTEL AOT)

• ตลท. เตรียมบังคับใช้ 8 มาตรการซื้อขายใหม่ ดีเดย์ 16 พ.ย. 2026 ลด Tick Size หุ้น 5-50 บาท, จัดระเบียบ High OTR, ปรับเกณฑ์ Short Sell, ใช้ Zero-Plus Tick และปรับเป็น Uptick หากหุ้นดิ่ง 10% พร้อมยกเลิก DPB และ MRT เพิ่มความยืดหยุ่น มองมาตรการใหม่ลดต้นทุนเทรดและความผันผวนที่ผิดปกติ พร้อมหนุนสภาพคล่องดีขึ้น ระยะยาวมองบวกต่อ SET และหุ้น SET100 ในช่วงราคา 5-50 บาท

กลยุทธ์การลงทุน

ช่วงสั้นมอง SET แกว่งตัวในกรอบแคบ หลังไร้ปัจจัยหนุนใหม่และมีจำนวนวันทำการลดลง (หยุดวันที่ 13 และ 16 ต.ค.) อย่างไรก็ดี คาดตลาดจะกลับมาให้น้ำหนักกับการประกาศผลประกอบการ 3Q26 ของ บจ. นำโดยกลุ่มธนาคารที่จะทยอยรายงานงบตั้งแต่ช่วง 14-21 ต.ค. ควบคู่ไปกับการประเมินความเสียหายของน้ำท่วม ขณะที่ปัจจัยภายนอกยังถูกกดดันจากราคาน้ำมันดิบและ Bond Yield ที่ทรงตัวสูง ทั้งนี้มีประเด็นติดตามสำคัญ คือ รายงานเงินเฟ้อ (CPI) ก.ย. ของสหรัฐฯ (14 ต.ค.) ซึ่งหากชะลอลง จะช่วยคลายกังวลเรื่องทิศทางดอกเบี้ยนโยบายของ Fed และหนุนบรรยากาศลงทุนในตลาดหุ้นโลกให้ฟื้นตัวได้ กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ Selective Buy

ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์

มอง SET แกว่งตัวกรอบแคบจากไร้ปัจจัยหนุนใหม่และมีวันทำการน้อย โดยคาดตลาดจะกลับมาติดตามประกาศผลประกอบการ 3Q26 นำโดยกลุ่มธนาคาร และการประเมินความเสียหายของน้ำท่วม รวมทั้งจับตาเงินเฟ้อ ก.ย. ของสหรัฐฯ (14 ต.ค.)  ท่ามกลางแรงกดดันจากราคาน้ำมันดิบและ Bond Yield ที่ทรงตัวสูง กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ Selective Buy โดยเน้น “Buy on Dip” ผ่าน 4 ธีมเทรดดิ้งที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ดังนี้
1. Earnings Play ที่ผลประกอบการ 3Q26 คาดยังเติบโตแข็งแกร่ง อีกทั้งเราแนะนำ Outperform แบ่งเป็น เติบโต YoY ได้แก่ KKP DELTA PTTEP TRUE และเติบโต QoQ ได้แก่ KTB BBL TU

2. Domestic Play ที่มีกระแสรายได้มั่นคง ทนทานต่อความผันผวนจากปัจจัยภายนอกจากการพึ่งพาเศรษฐกิจภายในประเทศเป็นหลัก ได้แก่ กลุ่มพาณิชย์ (CPN CRC) กลุ่มการแพทย์ (BCH PR9) และกลุ่มสื่อสาร (TRUE) 

3. Post-Flood Recovery Play ที่ได้ประโยชน์โดยตรงจากอุปสงค์ความต้องการวัสดุก่อสร้างและอุปกรณ์เพื่อปรับปรุงซ่อมแซมที่อยู่อาศัยหลังสถานการณ์น้ำลด รวมถึงความชัดเจนของมาตรการฟื้นฟูเยียวยาจากภาครัฐ ได้แก่ กลุ่มพาณิชย์ (HMPRO GLOBAL) กลุ่มวัสดุก่อสร้าง (DCC)

4. Tourism & Mega-Event Play ที่คาดได้อานิสงส์จากการเข้าสู่ช่วงไฮซีซันของการท่องเที่ยวใน 4Q26 ผสานกับปัจจัยบวกระยะสั้นจากการมีผู้เข้าร่วมงานจำนวนมากในการประชุม IMF-World Bank (12-18 ต.ค.) ได้แก่ กลุ่มท่องเที่ยว (ERW CENTEL AOT) และกลุ่มค้าปลีก (CPN CRC)

Daily Top Picks

CENTEL: ปัจจัยสนับสนุนจากการเข้าสู่ช่วงการประชุม World Bank-IMF และช่วงไฮซีซันภาคท่องเที่ยว คาด RevPAR ใน 3Q26 จะเติบโต 3-5%YoY และคาดจะเร่งตัวขึ้นใน 4Q26F ขณะที่ยอดจองที่พักล่วงหน้าใน ต.ค. 2026 สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน คาดกำไรปี 2026F ที่ 3.3 พันลบ. (+18%YoY) เป้าหมายระยะสั้นที่ 44.25 บาท

GPSC: ปัจจัยสนับสนุนระยะสั้นจากราคาพลังงานที่มีแนวโน้มปรับลง หลัง ปธน. ทรัมป์เผยรัสเซีย-ยูเครนบรรลุข้อตกลงพักรบด้านพลังงาน และความคาดหวังต่อข้อสรุปเกณฑ์ Data Center และ PDP2026 คาดผลประกอบการ 3Q26F จะเติบโต YoY และมี Upside จากการ IPO ของ Avaada Energy เป้าหมายระยะสั้น 51.50 บาท
 
 

LastUpdate 12/10/2569 12:43:59 โดย : Admin
13-10-2026
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ October 13, 2026, 12:30 am