หุ้นทอง
บล.อินโนเวสท์วิเคราะห์ "คาด SET ฟื้นตัวได้บ้าง เข้าสู่การรายงานงบธนาคาร"


 
คาด SET แกว่งตัว Sideways-up คาดได้อานิสงส์เชิงบวกจาก IMF ปรับเพิ่ม GDP ไทยปีนี้ขึ้นเป็นโต 2.1% แต่กรอบการขึ้นอาจถูกจำกัดจากปัจจัยกดดันภายนอก โดยราคาน้ำมันขยับขึ้นจากกลุ่มฮูตีโจมตีซาอุดีอาระเบียอาจส่งผลให้เกิดอุปทานชะงักงัน รวมทั้งความกังวลอิหร่านขู่โจมตีโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอ่าวเปอร์เซียหากสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีรอบใหม่ ขณะที่ Fund Flow ยังขาดแรงหนุน วันนี้ติดตามการรายงานงบฯ 3Q26 กลุ่มธนาคาร เริ่มที่ TISCO ทางเทคนิคดัชนีปรับลงหลังไม่ผ่านเส้นค่าเฉลี่ย 75 วัน ทำให้การฟื้นตัวยังจำกัด

ประเด็นสำคัญ

• OPEC ปรับเพิ่มคาดการณ์อุปสงค์น้ำมันโลกปี 2027 สู่ระดับ 108.3 ล้านบาร์เรล/วัน (+2.25 ล้านบาร์เรล/วัน) เพื่อรองรับการเติมสต็อกสำรอง ขณะที่ตลาดยังกังวลประเด็นคว่ำบาตรการส่งออกดีเซลของรัสเซียที่จำกัดอุปทานพลังงานโลกยังตึงตัว ระยะสั้นมองบวกต่อกลุ่มพลังงาน (PTTEP TOP SPRC)

• Bond Yield สหรัฐฯ อายุ 10 ปี ย่อลงแตะ 5.2% หลังความต้องการซื้อพันธบัตรในการประมูลสัปดาห์ก่อนสูงกว่าคาด ท่ามกลางมุมมองตลาดว่าเฟดจะคงดอกเบี้ยที่ 3.75–4.00% ในการประชุม FOMC ใน ต.ค. นี้ ช่วยผ่อนคลายแรงกดดันต่อต้นทุนการเงิน ระยะสั้นมองบวกต่อกลุ่มการเงิน (TIDLOR SAWAD MTC) และกลุ่มโรงไฟฟ้า (GULF GPSC BGRIM) อย่างไรก็ดี คืนนี้ติดตามตัวเลข CPI สหรัฐฯ

• IMF ปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ไทยปี 2026 ขึ้นสู่ 2.1% (เดิม 1.9%) และทรงตัวที่ 2.1% ในปี 2027 แรงส่งจากวัฏจักร AI และห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีโลกที่ฟื้นตัว ขณะที่ผู้ว่า ธปท. ประเมิน GDP ไทยปีนี้โต 2.3% จากการส่งออกและการลงทุนภาคเอกชน เพิ่มความเชื่อมั่นในตลาดทุนไทย มองบวกต่อกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ (DELTA HANA KCE) ที่ได้อานิสงส์จากการลงทุนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง

• รมว.คลัง ชูวิสัยทัศน์ “Trusted Connector” ดึงดูดการลงทุนโลก สร้างสะพานเชื่อมโยงเศรษฐกิจดิจิทัล FTA และโครงข่ายพลังงานสะอาดระดับภูมิภาค สอดรับยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ช่วง 1H26 ที่เติบโตเด่นถึง 47% มองบวกต่อกลุ่มนิคม (WHA AMATA) และกลุ่มพลังงานหมุนเวียน (GULF GPSC BGRIM GUNKUL) จากเม็ดเงิน FDI และโครงสร้างพื้นฐานใหม่

• คลังแจงร่างภาษีเดินทางออกนอกประเทศ เคาะอัตราจริงราว 1 พันบาท/ครั้ง (เพดานกฎหมาย 5 พันบาท) โดยเตรียมรวมในตั๋วเครื่องบิน เพื่อลดภาระคลังและส่งเสริมท่องเที่ยวในประเทศ ประเมินผลกระทบต่อสายการบินและผู้เดินทางต่างประเทศจำกัด แต่เป็นบวกเล็กน้อยต่อกลุ่มท่องเที่ยวที่เน้นฐานลูกค้าในประเทศ (CENTEL ERW)

กลยุทธ์การลงทุน

ช่วงสั้นมอง SET แกว่งตัวในกรอบแคบ หลังไร้ปัจจัยหนุนใหม่และมีจำนวนวันทำการลดลง (หยุดวันที่ 13 และ 16 ต.ค.) อย่างไรก็ดี คาดตลาดจะกลับมาให้น้ำหนักกับการประกาศผลประกอบการ 3Q26 ของ บจ. นำโดยกลุ่มธนาคารที่จะทยอยรายงานงบตั้งแต่ช่วง 14-21 ต.ค. ควบคู่ไปกับการประเมินความเสียหายของน้ำท่วม ขณะที่ปัจจัยภายนอกยังถูกกดดันจากราคาน้ำมันดิบและ Bond Yield ที่ทรงตัวสูง ทั้งนี้มีประเด็นติดตามสำคัญ คือ รายงานเงินเฟ้อ (CPI) ก.ย. ของสหรัฐฯ (14 ต.ค.) ซึ่งหากชะลอลง จะช่วยคลายกังวลเรื่องทิศทางดอกเบี้ยนโยบายของ Fed และหนุนบรรยากาศลงทุนในตลาดหุ้นโลกให้ฟื้นตัวได้ กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ Selective Buy

ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์

มอง SET แกว่งตัวกรอบแคบจากไร้ปัจจัยหนุนใหม่และมีวันทำการน้อย โดยคาดตลาดจะกลับมาติดตามประกาศผลประกอบการ 3Q26 นำโดยกลุ่มธนาคาร และการประเมินความเสียหายของน้ำท่วม รวมทั้งจับตาเงินเฟ้อ ก.ย. ของสหรัฐฯ (14 ต.ค.)  ท่ามกลางแรงกดดันจากราคาน้ำมันดิบและ Bond Yield ที่ทรงตัวสูง กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ Selective Buy โดยเน้น “Buy on Dip” ผ่าน 4 ธีมเทรดดิ้งที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ดังนี้

1. Earnings Play ที่ผลประกอบการ 3Q26 คาดยังเติบโตแข็งแกร่ง อีกทั้งเราแนะนำ Outperform แบ่งเป็น เติบโต YoY ได้แก่ KKP DELTA PTTEP TRUE และเติบโต QoQ ได้แก่ KTB BBL TU

2. Domestic Play ที่มีกระแสรายได้มั่นคง ทนทานต่อความผันผวนจากปัจจัยภายนอกจากการพึ่งพาเศรษฐกิจภายในประเทศเป็นหลัก ได้แก่ กลุ่มพาณิชย์ (CPN CRC) กลุ่มการแพทย์ (BCH PR9) และกลุ่มสื่อสาร (TRUE) 

3. Post-Flood Recovery Play ที่ได้ประโยชน์โดยตรงจากอุปสงค์ความต้องการวัสดุก่อสร้างและอุปกรณ์เพื่อปรับปรุงซ่อมแซมที่อยู่อาศัยหลังสถานการณ์น้ำลด รวมถึงความชัดเจนของมาตรการฟื้นฟูเยียวยาจากภาครัฐ ได้แก่ กลุ่มพาณิชย์ (HMPRO GLOBAL) กลุ่มวัสดุก่อสร้าง (DCC)

4. Tourism & Mega-Event Play ที่คาดได้อานิสงส์จากการเข้าสู่ช่วงไฮซีซันของการท่องเที่ยวใน 4Q26 ผสานกับปัจจัยบวกระยะสั้นจากการมีผู้เข้าร่วมงานจำนวนมากในการประชุม IMF-World Bank (12-18 ต.ค.) ได้แก่ กลุ่มท่องเที่ยว (ERW CENTEL AOT) และกลุ่มค้าปลีก (CPN CRC)

Daily Top Picks

PR9: ปัจจัยสนับสนุนจากผลประกอบการที่มีแนวโน้มเติบโตแข็งแกร่ง จากจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้น ตามสัญญาณฟื้นตัวของผู้ป่วยต่างชาติที่ทยอยกลับมารับบริการ ขณะที่ผู้ป่วยในประเทศเพิ่มขึ้นตามฤดูกาล การขยายบริการรักษาโรคยากซับซ้อน และการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ เป้าหมายระยะสั้นที่ 19.00 บาท

PTTEP: ปัจจัยสนับสนุนระยะสั้นจากราคาน้ำมันที่ปรับขึ้น หลัง OPEC ประเมินอุปสงค์โลกจะเร่งเติบโตในปี 2027 จากการเร่งเติมสต็อกน้ำมัน และสัญญา PSC ฉบับใหม่ซึ่งช่วยเพิ่มส่วนแบ่งผลผลิตและยกระดับศักยภาพการทำกำไร ขณะที่มีศักยภาพการจ่ายปันผลที่แข็งแกร่ง ด้วย Div. Yield ที่ระดับ 7% เป้าหมายระยะสั้นที่ 152.50 บาท
 

 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 14 ต.ค. 2569 เวลา : 10:37:55
15-10-2026
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ October 15, 2026, 2:24 am