
(+) ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐฯ (EIA) เปิดเผยตัวเลขน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ประจำสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 9 ต.ค. 69 ปรับลดลง 8.5 ล้านบาร์เรล ซึ่งสวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะ ปรับเพิ่มขึ้น 0.2 ล้านบาร์เรล ขณะที่น้ำมันสำเร็จรูปคงคลังซึ่งรวมถึงดีเซลได้ปรับลดลงเช่นกัน สะท้อนอุปทานน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปในสหรัฐฯที่ตึงตัวกว่าคาด
(-)ตลาดประเมินความเป็นไปได้ที่รัฐบาลสหรัฐฯจะผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรต่อกลุ่มเรือขนส่งน้ำมันนอกระบบ (Shadow Fleet) เพื่อบรรเทาปัญหาค่าระวางเรือบรรทุกน้ำมันที่พุ่งสูง โดยข้อเสนออาจอนุญาตให้เรือที่เคยถูกขึ้นบัญชีดำกลับมาขนส่งน้ำมันที่ไม่ติดมาตรการคว่ำบาตรได้อย่างถูกกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอนี้ยังไม่ครอบคลุมน้ำมันจากรัสเซียและอิหร่าน ซึ่งหากดำเนินการจริงจะช่วยเพิ่มความพร้อมของเรือขนส่งและเร่งการระบายน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์จากอ่าวเปอร์เซียสู่ตลาดโลกได้ ซึ่งอาจช่วยลดข้อจำกัดด้านการขนส่งและบรรเทาความตึงตัวของอุปทาน อย่างไรก็ตาม มาตรการดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการพิจารณา
(+) ซาอุดีอาระเบียและกลุ่มฮูตีในเยเมนยังคงยกระดับการปะทะ ซึ่งมีรายงานการโจมตีเรือขนส่งสินค้าในช่องแคบฮอร์มุซเพิ่มขึ้นในช่วงหลายวันที่ผ่านมา โดยล่าสุดเรือที่จดทะเบียนในสิงคโปร์ลำหนึ่งถูกโจมตี และจมลงในช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้ตลาดยังคงมีความเสี่ยงที่การผลิตและการขนส่งน้ำมันจากตะวันออกกลางจะหยุดชะงัก
(+/-) สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ประกาศว่าประเทศสมาชิกจะระบายน้ำมันดีเซลจากคลังสำรองมากกว่า 20 ล้านบาร์เรล เพื่อบรรเทาราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่อยู่ในระดับสูง อย่างไรก็ตาม ปริมาณดังกล่าวคิดเป็นความต้องการใช้ดีเซลทั่วโลกเพียงเล็กน้อย และยังไม่มีการกำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนในการระบาย
ข่าวเด่น