ซีเอสอาร์-เอชอาร์
ประกาศ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ฉบับที่ 11/2569 เรื่อง เฝ้าระวังน้ำท่วมขัง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง


สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้ติดตามการคาดการณ์สภาพอากาศ พบว่าร่องมรสุมพาดผ่านอ่าวไทย และภาคใต้ตอนล่าง ในขณะที่บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นปกคลุมภาคเหนือตอนบน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และทะเลจีนใต้ ส่งผลให้มีลมฝ่ายตะวันออกพัดปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้ภาคตะวันออก และภาคใต้จะมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ทั้งนี้ สทนช. ได้ประเมินวิเคราะห์สถานการณ์น้ำตามฝนคาดการณ์จากกรมอุตุนิยมวิทยา และสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) และการคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงน้ำหลากและพื้นที่เสี่ยงดินโคลนถล่มบริเวณพื้นที่ต้นน้ำ จากกรมทรัพยากรน้ำและกรมทรัพยากรธรณี พบว่ามีพื้นที่เสี่ยงต้องเฝ้าระวัง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม น้ำท่วมขังในเขตชุมชนเมืองที่เกิดน้ำท่วมขังอยู่เป็นประจำ เนื่องจากระบายน้ำไม่ทัน ในช่วงวันที่ 23 - 26 ตุลาคม 2569 ดังนี้

1. พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมขัง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม บริเวณภาคใต้ ได้แก่
จังหวัดระนอง (อำเภอเมืองระนอง และสุขสำราญ)
จังหวัดพังงา (อำเภอเมืองพังงา ตะกั่วป่า กะปง คุระบุรี และท้ายเหมือง)
จังหวัดภูเก็ต (อำเภอเมืองภูเก็ต ถลาง และกะทู้)
จังหวัดสุราษฎร์ธานี (อำเภอพุนพิน ท่าฉาง และพนม)
จังหวัดนครศรีธรรมราช (อำเภอเชียรใหญ่ และชะอวด)
จังหวัดพัทลุง (อำเภอควนขนุน กงหรา และป่าพะยอม)
จังหวัดสงขลา (อำเภอคลองหอยโข่ง หาดใหญ่ และจะนะ)
จังหวัดสตูล (อำเภอควนกาหลง)
จังหวัดยะลา (อำเภอธารโต)
และจังหวัดนราธิวาส (อำเภอสุคิริน)

2. เฝ้าระวังอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่มีปริมาณน้ำมากกว่าร้อยละ 80 ของความจุเก็บกัก ได้แก่
อ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล และอ่างเก็บน้ำประแสร์ จังหวัดระยอง
อ่างเก็บน้ำนฤบดินทรจินดา จังหวัดปราจีนบุรี
อ่างเก็บน้ำวชิราลงกรณ และอ่างเก็บน้ำศรีนครินทร์ จังหวัดกาญจนบุรี
อ่างเก็บน้ำแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี
อ่างเก็บน้ำปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
และเฝ้าระวังอ่างเก็บน้ำขนาดกลางและเล็กที่มีปริมาณน้ำมากกว่าร้อยละ 80 ของความจุเก็บกักบริเวณ จังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี ระนอง สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา และสตูล

3. เฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันและระดับน้ำล้นตลิ่งและท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ บริเวณแม่น้ำสายหลักและลำน้ำสาขาของ แม่น้ำแควน้อยและแม่น้ำแควใหญ่ จังหวัดกาญจนบุรี
แม่น้ำเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี
แม่น้ำตาปีและแม่น้ำพุมดวง จังหวัดสุราษฎร์ธานี
แม่น้ำตะกั่วป่า จังหวัดพังงา
แม่น้ำสายบุรี แม่น้ำโก-ลก และคลองตันหยงมัส จังหวัดนราธิวาส

ในการนี้ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับมือ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโปรดดำเนินการ ดังนี้

1. ติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีฝนตกสะสมมากกว่า 90 มิลลิเมตร ในช่วงเวลา 24 ชั่วโมง และพื้นที่จุดเสี่ยงที่เคยเกิดน้ำท่วมอยู่เป็นประจำ

2. ติดตาม ตรวจสอบ ซ่อมแซม แนวคันบริเวณริมแม่น้ำ และเร่งกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ พร้อมวางแผนการบริหารจัดการน้ำให้เหมาะสม ปรับการบริหารจัดการน้ำในแหล่งเก็บกักน้ำขนาดใหญ่ ขนาดกลาง ขนาดเล็ก น้ำในลำน้ำ รวมถึงเขื่อนระบายน้ำและประตูระบายน้ำ ให้สอดคล้องกันตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำและอิทธิพลของการขึ้น – ลง ของน้ำทะเล โดยการเร่งระบายและพร่องน้ำรองรับสถานการณ์ฝนที่คาดว่าจะตกหนัก

3. เตรียมแผนรับสถานการณ์น้ำหลาก เตรียมความพร้อมบุคลากร เครื่องจักรเครื่องมือ กำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ ลอกท่อระบายน้ำ และบูรณาการความพร้อมให้ความช่วยเหลือได้ทันที

4. ประชาสัมพันธ์สถานการณ์น้ำ และแจ้งเตือนล่วงหน้า ให้ประชาชนที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบเตรียมพร้อมในการอพยพได้ทันท่วงทีหากเกิดสถานการณ์

ประกาศ ณ วันที่ 20 ตุลาคม 2569
 

LastUpdate 20/10/2569 19:25:05 โดย : Admin
21-10-2026
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ October 21, 2026, 3:28 am