
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (คณะกรรมการ ป.ป.ส.) ในการประชุมครั้งที่ 3/2569 เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2569 ได้กำชับให้อธิบดีกรมศุลกากรเคร่งครัดในการตรวจสอบการลักลอบส่งออกของผิดกฎหมาย และตรวจสอบประเภทสินค้า รวมถึงการสุ่มตรวจ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้มอบนโยบายให้กรมศุลกากรบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย ให้เข้มงวดในการควบคุมการนำเข้า – ส่งออกเพื่อมิให้เกิดการลักลอบขนของผิดกฎหมาย โดยสร้างความเชื่อมั่นและเห็นถึงความสำคัญในการสกัดกั้นการลักลอบขนของผิดกฎหมายอย่างจริงจัง


ตามนโยบายดังกล่าว นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร ได้กำชับให้ทุกส่วนราชการในกรมศุลกากรบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการสกัดกั้นการลักลอบส่งออกช่อดอกกัญชา สำหรับผู้โดยสารขาออก ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กรมศุลกากรได้บูรณาการความร่วมมือกับ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ในการปราบปรามการลักลอบส่งออกช่อดอกกัญชา โดยเปิดเผยว่า จากข้อมูลสถิติการจับกุมผู้กระทำความผิดที่พยายามลักลอบนำช่อดอกกัญชาออกนอกประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม ถึง 24 ตุลาคม 2569 พบผู้กระทำความผิดมากถึง 40 ราย โดยสามารถตรวจยึดของกลางเป็นช่อดอกกัญชาน้ำหนักรวมทั้งสิ้นกว่า 577 กิโลกรัม ซึ่งสัญชาติกลุ่มผู้กระทำความผิดพบว่าเป็นชาวต่างชาติเกือบทั้งหมด โดยสัญชาติที่ถูกจับกุม มากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ สัญชาติอินเดีย จำนวน 11 ราย สัญชาติจีน จำนวน 7 ราย และสัญชาติบริติช รวม 5 ราย นอกจากนี้ยังพบผู้กระทำผิดสัญชาติอื่นๆ ทั้งจากทวีปยุโรปและอเมริกา เช่น แคนาดา สเปน โปรตุเกส และอื่นๆ อีกหลายสัญชาติ


หากย้อนดูสถิติการจับกุมตั้งแต่เดือน มกราคม พ.ศ. 2569 จนถึงปัจจุบัน สามารถจับกุมผู้กระทำความผิดได้ทั้งสิ้น 517 ราย และยึดของกลางช่อดอกกัญชาทั้งสิ้น จำนวน 10,628 กิโลกรัม ด้วยตัวเลขสถิติการลักลอบที่ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง ทางกรมศุลกากรไม่ได้นิ่งนอนใจต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจึงยกระดับมาตรการเฝ้าระวัง ตรวจสอบสัมภาระ และวิเคราะห์ความเสี่ยงของผู้โดยสารอย่างเข้มงวด พร้อมย้ำเตือนว่า ช่อดอกกัญชาอนุญาตให้ใช้ได้เฉพาะทางการแพทย์ ตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดเท่านั้น การลักลอบนำออกนอกราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นความผิด ตามกฎหมาย โดยมีเกณฑ์ค่าปรับในอัตรากิโลกรัมละ 30,000 บาท จึงขอให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวพึงตระหนัก เพื่อหลีกเลี่ยงการกระทำผิดกฎหมาย
ทั้งนี้ กรมศุลกากรขอยืนยันเจตนารมณ์ในการเดินหน้าปฏิบัติการเชิงรุก เพื่อป้องกันและปราบปรามการลักลอบนำเข้า-ส่งออกสิ่งผิดกฎหมายอย่างเด็ดขาด โดยจะไม่ยอมให้ประเทศไทยตกเป็นศูนย์กลางหรือทางผ่านในการลักลอบส่งออกยาเสพติดข้ามชาติ พร้อมยกระดับประสิทธิภาพการควบคุมทางศุลกากรอย่างเข้มงวด เพื่อปกป้องสังคมและรักษาภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศต่อไป
ข่าวเด่น