การศึกษา-สิ่งแวดล้อม-สาธารณสุข
"สวนดุสิตโพล" สำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง "ประชาชนคิดอย่างไร กับสวัสดิการรัฐ"


"สวนดุสิตโพล" มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง "ประชาชนคิดอย่างไร  กับสวัสดิการรัฐ" กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 1,132 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 20 - 23 ตุลาคม 2569 สรุปผลได้ ดังนี้     

 
1. ท่านคิดว่ารัฐควรให้ความสำคัญกับการจัดสวัสดิการด้านใดบ้าง
อันดับ 1 การช่วยเหลือคนพิการและผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ 68.90%
อันดับ 2 การช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติหรือเหตุฉุกเฉิน 64.93%
อันดับ 3 การดูแลผู้สูงอายุ 64.22%
อันดับ 4 การรักษาพยาบาลและสาธารณสุข 62.63%
อันดับ 5 การช่วยเหลือด้านค่าครองชีพ 57.42%

2. ท่านคิดว่าการจัดสวัสดิการของรัฐควรมีลักษณะอย่างไร
อันดับ 1 จัดสวัสดิการพื้นฐานให้ประชาชนทุกคนอย่างทั่วถึง 48.06%
อันดับ 2 จัดสวัสดิการพื้นฐานให้ทุกคน และให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติม แก่กลุ่มที่มีความจำเป็น 38.34%
อันดับ 3 จัดสวัสดิการเฉพาะผู้มีรายได้น้อยหรือกลุ่มที่มีความจำเป็น 13.60%

3. ท่านคิดว่าในปัจจุบันประชาชนเข้าถึงสิทธิและสวัสดิการที่รัฐกำหนดไว้ได้มากน้อยเพียงใด
อันดับ 1 เข้าถึงได้ค่อนข้างน้อย 46.29%
อันดับ 2 เข้าถึงได้ค่อนข้างมาก 31.44%
อันดับ 3 เข้าถึงได้น้อยมาก 15.64%
อันดับ 4 เข้าถึงได้มาก 6.63%

4. หากรัฐต้องการจัดสวัสดิการให้ประชาชนเพิ่มขึ้น ท่านคิดว่าควรดำเนินการอย่างไร
อันดับ 1 ปรับลดหรือจัดลำดับความสำคัญของงบประมาณด้านอื่น 48.32%
อันดับ 2 ให้ธุรกิจขนาดใหญ่หรือธุรกิจที่มีกำไรสูงรับภาระภาษีเพิ่มขึ้น 48.14%
อันดับ 3 เพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บภาษีและป้องกันการหลบเลี่ยงภาษี 40.64%

5. ท่านคิดว่าสวัสดิการของรัฐในปัจจุบันช่วยให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ดีขึ้นเพียงใด
อันดับ 1 ช่วยได้ค่อนข้างน้อย 47.53%
อันดับ 2 ช่วยได้ค่อนข้างมาก 27.03%
อันดับ 3 ช่วยได้น้อยมาก/แทบไม่ช่วย 16.34%
อันดับ 4 ช่วยได้มาก 9.10%

6. ท่านมีความเชื่อมั่นต่อการจัดสวัสดิการรัฐของรัฐบาลอนุทินมากน้อยเพียงใด
อันดับ 1 ไม่ค่อยเชื่อมั่น 39.66%
อันดับ 2 ค่อนข้างเชื่อมั่น 28.18%
อันดับ 3 ไม่เชื่อมั่นเลย 25.19%
อันดับ 4 เชื่อมั่นมาก 6.97%

* หมายเหตุ   ผู้ตอบสามารถระบุความคิดเห็นได้มากกว่า 1 เรื่อง (ค่าร้อยละจึงคำนวณในแต่ละข้อ

“สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “ประชาชนคิดอย่างไร กับสวัสดิการรัฐ” กลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,132 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 20-23 ตุลาคม 2569 ผลการสำรวจ พบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มองว่ารัฐควรให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือคนพิการและผู้ที่ต้องการ ความช่วยเหลือเป็นพิเศษ ร้อยละ 68.90 รองลงมาคือ การช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติหรือเหตุฉุกเฉิน ร้อยละ 64.93 โดยรัฐควรจัดสวัสดิการพื้นฐานให้ประชาชนทุกคนอย่างทั่วถึง ร้อยละ 48.06 ทั้งนี้ เห็นว่าปัจจุบันประชาชนเข้าถึงสิทธิและสวัสดิการที่รัฐกำหนดไว้ได้ค่อนข้างน้อย ร้อยละ 46.29 หากรัฐต้องการจัดสวัสดิการให้ประชาชนเพิ่มขึ้น ควรปรับลดหรือจัดลำดับความสำคัญของงบประมาณด้านอื่น ร้อยละ 48.32  นอกจากนี้ยังมองว่าสวัสดิการของรัฐในปัจจุบันช่วยให้ความเป็นอยู่ของประชาชนดีขึ้นได้ค่อนข้างน้อย ร้อยละ 47.53 และไม่ค่อยเชื่อมั่นต่อการจัดสวัสดิการรัฐของรัฐบาลอนุทิน ร้อยละ 39.66ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า เมื่อค่าครองชีพสูงแต่รายได้ยังไม่ทันกับค่าใช้จ่าย สวัสดิการรัฐ  จึงยิ่งมีความสำคัญ โดยเฉพาะเมื่อประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัย คนไทยไม่ได้มองว่าสวัสดิการรัฐเป็นเพียงเงินช่วยเหลือ ที่แจกแล้วจบ แต่คาดหวังให้เป็นหลักประกันที่ช่วยลดภาระและทำให้ใช้ชีวิตได้มั่นคงขึ้น สิ่งสำคัญคือ ต้องเข้าถึงได้จริงและตอบโจทย์ชีวิตประจำวัน

ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต
         
ดร.งามประวัณ เอ้สมนึก คณบดีโรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต กล่าวว่า ผลสำรวจสะท้อนว่า ประชาชนมิได้เรียกร้องเพียงการเพิ่มสวัสดิการ หากแต่คาดหวังให้รัฐจัดสรรทรัพยากรบนหลักความเสมอภาค ความเป็นธรรมทางสังคม และการคุ้มครองกลุ่มเปราะบาง โดยให้ความสำคัญกับสวัสดิการ 4 ด้านในสัดส่วนใกล้เคียงกัน (ร้อยละ 62–69) ได้แก่ การดูแลผู้พิการ ผู้ประสบภัยพิบัติ ผู้สูงอายุ และการสาธารณสุข สะท้อนความต้องการระบบสวัสดิการที่ครอบคลุมความเปราะบางในหลายมิติ สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชนและแนวคิดรัฐสวัสดิการ ท่ามกลางความผันผวนทางเศรษฐกิจ วิกฤตภูมิอากาศ และความเหลื่อมล้ำในระดับโลก ขณะที่ประเทศไทยเผชิญแรงกดดันจากสังคมสูงวัย ภาระค่าครองชีพ และข้อจำกัดทางการคลัง ประเด็นที่น่าพิจารณาคือ ผู้ตอบร้อยละ 61.93 เห็นว่าประชาชนเข้าถึงสวัสดิการได้ค่อนข้างน้อยถึงน้อยมาก สะท้อนช่องว่างระหว่างการรับรองสิทธิตามกฎหมายกับการเข้าถึงสิทธิในทางปฏิบัติ อีกทั้งร้อยละ 64.85 ไม่ค่อยเชื่อมั่นหรือ  ไม่เชื่อมั่นต่อการจัดสวัสดิการของรัฐบาล จึงเป็นโจทย์สำคัญด้านความไว้วางใจในการบริหารภาครัฐ รัฐบาลจำเป็นต้องยกระดับธรรมาภิบาลทางการคลัง จัดสวัสดิการพื้นฐานอย่างทั่วถึงควบคู่กับการช่วยเหลือตามความจำเป็น และสร้างระบบตรวจสอบ    ที่โปร่งใส เพราะความสำเร็จของรัฐสวัสดิการต้องวัดจากสิทธิที่ประชาชนเข้าถึงได้จริง และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

ดร.งามประวัณ เอ้สมนึก คณบดีโรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต
 

LastUpdate 25/10/2569 21:21:04 โดย :
26-10-2026
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ October 26, 2026, 12:28 am