การค้า-อุตสาหกรรม
บมจ.ไทยออยล์วิเคราะห์ "ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้น จากความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางและแนวโน้มการยกระดับความขัดแย้งหลังการเลือกตั้ง Midterm สหรัฐฯ"


(+) ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสและน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวเพิ่มขึ้น จากความกังวลด้านอุปทานตึงตัวและการหยุดชะงักของเส้นทาง ขนส่งพลังงาน หลังเกิดเหตุเรือบรรทุกน้ำมันถูกโจมตีด้วยทุ่นระเบิดติดเปลือกเรือ (Limpet Mine) ในบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งนับเป็นเหตุโจมตีลักษณะดังกล่าวครั้งแรกในเส้นทางขนส่งน้ำมันหลักนับตั้งแต่เริ่มความขัดแย้ง ประกอบกับความกังวลที่เพิ่มสูงขึ้นหลังมีรายงานว่า สหรัฐฯ ได้ส่งสัญญาณเตือนไปยังประเทศพันธมิตรในอ่าวอาหรับให้เตรียมพร้อมรับมือกับโอกาสที่สหรัฐฯ อาจยกระดับปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านทันทีหลังเสร็จสิ้นการเลือกตั้งกลางเทอม (US Midterm Elections) ในวันที่ 3 พ.ย. นี้ ซึ่งความไม่แน่นอนทางการเมืองและการเปลี่ยนผ่านอำนาจในสภาสหรัฐฯ ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่อาจส่งผลต่อทิศทางนโยบายพลังงานและการทหารในระยะถัดไป 

(+) ตลาดยังได้รับแรงหนุนต่อเนื่องจากความเสี่ยงทางทหาร หลังกลุ่มฮูตีในเยเมนอ้างเหตุโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลังงานสำคัญหลายแห่งในซาอุดีอาระเบีย ทั้งโรงกลั่น Ras Tanura, โรงกลั่น Rabigh และสถานีผลิต Abqaiq ของ Saudi Aramco ขณะที่สถานทูตสหรัฐฯ ประกาศสั่งถอนเจ้าหน้าที่ออกจากซาอุดีอาระเบียเนื่องจากความเสี่ยงด้านความปลอดภัย นอกจากนี้ Tripoli National Oil Corporation (NOC) ของลิเบีย รายงานเหตุกลุ่มติดอาวุธปิดวาล์วท่อส่งน้ำมันดิบหลัก Hamada ส่งผลให้อุปทานน้ำมันดิบหายไปราว 15,000 บาร์เรลต่อวัน

(-) อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันดิบยังเผชิญปัจจัยกดดันจากแนวโน้มอุปทานที่เพิ่มขึ้น หลังรายงานการติดตามเรือขนส่งบ่งชี้ว่าปริมาณการส่งออกน้ำมันดิบของซาอุดีอาระเบียในเดือน ต.ค. ปรับตัวสูงขึ้นเมื่อเทียบกับเดือน ก.ย. ประกอบกับรายงานประจำเดือนของ EIAที่ระบุว่ากำลังการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้น ขณะที่ความต้องการใช้น้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์น้ำมันในสหรัฐฯ ปรับตัวลดลง
 
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 02 พ.ย. 2569 เวลา : 12:19:17
02-11-2026
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ November 2, 2026, 2:22 pm