หุ้นทอง
บล.อินโนเวสท์วิเคราะห์ "คาด SET ผันผวน จับตาเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ"


คาด SET แกว่งผันผวน แม้อาจมีการฟื้นตัวสลับหลังราคาน้ำมันลงแรงจากความคืบหน้าเจรจาสันติภาพสหรัฐฯ-อิหร่าน แต่คาดมีแรงกดดันหุ้นกลุ่มอิเล็กฯ จากแรงขายหุ้นเทคโนโลยีโลก จับตาการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ วันนี้ จะเริ่มนับคะแนนตั้งแต่ 19.00 น. ตามเวลาสหรัฐฯ (ตรงกับพรุ่งนี้ 7.00 น. เวลาไทย) ส่วนในประเทศติดตามประชุม ครม. สัญจร พิจารณาร่างนโยบายกำกับดูแลกิจการ Data Center และขึ้นภาษีสรรพสามิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ทางเทคนิคดัชนีหลุดเส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน อาจมีรีบาวด์สลับบ้างแต่ภาพรวมยังเป็นขาลง  

ประเด็นสำคัญ

• ราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับตัวลงแรง 7.6%DoD ปิดที่ $104.77/bbl หลัง รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ เผย ปธน. ทรัมป์ ต้องการหาข้อยุติผ่านการทูต สอดคล้องกับท่าทีอิหร่านที่พร้อมร่วมวงเจรจาที่กาตาร์ การคลี่คลายของความตึงเครียดช่วยลดต้นทุนพลังงาน ระยะสั้นมอง บวกต่อกลุ่ม Anti-Oil (AAV THAI GPSC BGRIM)
 
• จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทยสัปดาห์ล่าสุดอยู่ที่ 538,661 คน ขยายตัว 7.3% WoW นำโดยกลุ่มนักท่องเที่ยวระยะไกลที่พุ่งขึ้น 13.6% WoW รับช่วงฤดูหนาว ผสานกับกลุ่มระยะใกล้ที่พลิกฟื้นกลับมาโต 3.1% WoW มองบวกต่อกลุ่มท่องเที่ยว (AOT ERW)
 
• รมว.คมนาคมเผยแผนพัฒนาโครงข่ายคมนาคมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 78 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 3.27 แสนลบ. มุ่งผลักดันระบบรางเพื่อลดต้นทุนโลจิสติกส์ โดยตั้งเป้าสตาร์ทรถไฟทางคู่ช่วงขอนแก่น-หนองคายในปี 2028 ช่วยเสริมความต่อเนื่องของงานประมูล มองบวกต่อกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง (CK STECON)
 
• รัฐบาลสั่งคุมเข้มและระงับการผ่อนผันการนำเข้า-ส่งออกสินค้าชายแดน อ.แม่สอด ชั่วคราวจนถึงวันที่ 5 พ.ย. 2026 เพื่อความปลอดภัยหลังมีกระสุนตกฝั่งไทยจากเหตุปะทะในเมียนมา ระยะสั้นมองลบต่อกลุ่มที่มีสัดส่วนส่งออกผ่านแดนสูง (CBG OSP) จากการชะงักงันของช่องทางค้าชายแดน
 
• WHAID ดึง Haier ทุ่มงบกว่า 5.25 พันลบ. ตั้งโรงงานผลิตเครื่องซักผ้าพรีเมียมบนพื้นที่ 136 ไร่ในนิคมฯ กำลังผลิต 3 ล้านเครื่อง/ปี รับสิทธิประโยชน์ EEC และ BOI สะท้อนเม็ดเงินลงทุนต่างชาติ (FDI) ที่ไหลเข้าไทยต่อเนื่อง หนุนยอดโอนที่ดินและรายได้สาธารณูปโภค มองบวกต่อกลุ่มนิคม (WHA AMATA)

กลยุทธ์การลงทุน

ช่วงสั้นมอง SET จะแกว่งตัว Sideways แรงกดดันจากความไม่แน่นอนของปัจจัยต่างประเทศเป็นหลัก โดยต้องจับตาผลการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ (3 พ.ย.) อย่างใกล้ชิด เพราะจะส่งผลต่อทิศทางนโยบายเศรษฐกิจ ตลาดทุนโลก และอาจมีนัยต่อสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ขณะที่การประชุม BoE ตลาดคาดมีมติขึ้นดอกเบี้ย ส่วนปัจจัยในประเทศคาดตลาดยังให้น้ำหนักกับการทยอยประกาศงบ 3Q26 ของ บจ. ในกลุ่ม Real Sector และติดตาม ครม. พิจารณาอนุมัติหลักเกณฑ์ดูแลกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ Selective Buy โดยเน้น “Buy on Dip”

ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์

มอง SET จะเคลื่อนไหว Sideways จากปัจจัยความไม่แน่นอนจากต่างประเทศเป็นหลัก โดยเฉพาะการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ และสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ส่วนในประเทศคาดตลาดจะให้น้ำหนักกับการประกาศงบ 3Q26 กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ Selective Buy โดยเน้น “Buy on Dip” ผ่าน 4 ธีมเทรดดิ้งที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ดังนี้

1. Earnings Momentum Play เก็งกำไรระยะสั้นรับปัจจัยบวกเฉพาะตัวในสัปดาห์นี้ สำหรับหุ้นที่คาดจะประกาศผลประกอบการ 3Q26 เติบโต YoY หรือ QoQ อีกทั้งเราแนะนำ Outperform ได้แก่ TRUE TU GULF KCE OR TIDLOR 

2. FDI & Tech-Infra Play ซึ่งได้อานิสงส์จากวัฏจักรการลงทุนในประเทศที่เร่งตัวขึ้น และแผนปรับโครงสร้างสู่พลังงานสะอาดของภาครัฐ รวมทั้งเก็งกำไรจากความคืบหน้า ครม. เตรียมพิจารณาอนุมัติหลักเกณฑ์ดูแลกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ ได้แก่ กลุ่มธนาคาร (BBL KBANK KTB) กลุ่มนิคม (WHA AMATA) กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ (DELTA HANA KCE) และกลุ่มพลังงานหมุนเวียน (GULF GPSC GUNKUL)

3. Geopolitical Relief Play สำหรับผู้ที่รับความเสี่ยงได้สูงและต้องการเก็งกำไรระยะสั้น หากผลการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ ออกมาในรูปแบบรัฐบาลแบ่งแยก (Divided Government) คาดจะช่วยให้ตลาดคลายกังวลต่อปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ลงได้บ้าง ส่งผลให้ต้นทุนพลังงานปรับลง และหนุนการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจและกำลังซื้อในตะวันออกกลาง ได้แก่ สายการบิน (AAV THAI) โรงไฟฟ้า SPP (GPSC BGRIM) การแพทย์ (BH BDMS)

4. Laggard & Earnings Play ซึ่งเน้นความปลอดภัยโดยโฟกัสหุ้นที่คาดกำไร 3Q26 จะเติบโตแกร่งทั้ง YoY และ QoQ ควบคู่กับราคาหุ้นบนกระดานที่ยัง Laggard เพื่อรับ Margin of Safety ที่สูง และมีฐานะทางการเงินแข็งแกร่ง ได้แก่ AOT AP BCH BDMS CPN TRUE TU

Daily Top Picks

BGRIM: ปัจจัยสนับสนุนระยะสั้นจากต้นทุนก๊าซฯ ที่ปรับลงตามราคาน้ำมันโลก และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ลดลง บริษัทมีโอกาสเติบโตในหลายด้านผ่านการขยายกำลังการผลิตตาม PDP2026, โอกาส Direct PPA กับ Data Center และการรุกธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและ SMR ในระยะยาว เป้าหมายระยะสั้นที่ 19.90 บาท

ERW: ปัจจัยสนับสนุนระยะสั้นจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ที่ผ่อนคลายขึ้น หลังสหรัฐฯ-อิหร่านมีแนวโน้มจะกลับไปใช้ช่องทางการทูต และราคาน้ำมันที่ลดลงผ่อนคลายต้นทุนการเดินทาง คาดกำไรปกติใน 3Q26F ที่ 110 ลบ. (+42%YoY และ +66%QoQ) และคาดจะเติบโตต่อเนื่องและทำจุดสูงสุดของปีใน 4Q26F เป้าหมายระยะสั้นที่ 3.60 บาท


 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 03 พ.ย. 2569 เวลา : 11:42:03
03-11-2026
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ November 3, 2026, 5:01 pm