นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กำหนดนโยบายเร่งรัดการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บภาษี เพื่อให้การจัดเก็บภาษีอากรเป็นไปด้วยความถูกต้อง และป้องกันการหลีกเลี่ยงภาษี
ด้าน ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้มอบนโยบายให้กรมศุลกากรเพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมการนำเข้า - ส่งออก โดยการตรวจสอบการชำระภาษี พิกัดอัตราศุลกากร และถิ่นกำเนิดสินค้า เพื่อให้การจัดเก็บภาษีมีความครบถ้วนและถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด

ตามนโยบายดังกล่าว นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร และนางสาวสุนทรียา ทวิชาประสิทธิ์ รองอธิบดีกรมศุลกากร จึงให้เข้มงวดในการตรวจสอบสินค้าและการใช้สิทธิพิเศษทางภาษีอากร นายธนกฤต ลิ้นทอง ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรท่าเรือกรุงเทพ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 สำนักงานศุลกากรท่าเรือกรุงเทพ ได้ทำการตรวจสอบสินค้าตามใบขนสินค้าขาเข้า สำแดงสินค้ารวม 26 รายการ ปริมาณรวม 660 แพคเกจ น้ำหนัก 52,877.390 กิโลกรัม มูลค่า 8,601,805.84 บาท ผลการตรวจสอบ พบสินค้ารายการที่ 20 สำแดงเป็น ท่อสแตนเลส (STAINLESS STEEL PIPES) ปริมาณ 704 C62 น้ำหนัก 18,678.070 KGM. มูลค่า 2,031,212.67 บาท ไม่ได้ชำระอากรทุ่มตลาด โดยสินค้ามีลักษณะเป็น ท่อทำด้วยเหล็กกล้าไม่เป็นสนิม เกรด 304 ชนิดเชื่อมตะเข็บ มีภาคตัดขวางเป็นวงกลม ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 325 มิลลิเมตร 273 มิลลิเมตร และ 159 มิลลิเมตร มีแหล่งกำเนิดจากสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งต้องเรียกเก็บอากรตอบโต้การทุ่มตลาด ตามประกาศคณะกรรมการการพิจารณาการทุ่มตลาดและการอุดหนุน ในอัตราร้อยละ 145.31 ของราคา ซี ไอ เอฟ เป็นเหตุให้อากรตอบโต้ทุ่มตลาดขาด 2,951,555.13 บาท และภาษีมูลค่าเพิ่มขาด 206,608.86 บาท รวมค่าภาษีอากรที่ขาดทั้งหมด 3,158,163.99 บาท
กรณีเป็นความผิดฐานสำแดงเท็จ ตามมาตรา 202 และมาตรา 252 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 และพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ พ.ศ. 2542 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 ประกอบประกาศคณะกรรมการพิจารณาการทุ่มตลาดและการอุดหนุน เรื่อง ผลการพิจารณาทบทวนความจำเป็นในการใช้บังคับอากรตอบโต้การทุ่มตลาดต่อไป ตามมาตรา 57 กรณีสินค้าหลอดและท่อทำด้วยเหล็กกล้าไม่เป็นสนิมที่มีแหล่งกำเนิดจากสาธารณรัฐเกาหลี สาธารณรัฐประชาชนจีน ไต้หวัน และสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม พ.ศ. 2565
ข่าวเด่น