หุ้นทอง
ก.ล.ต. มีแนวคิดเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับ บล. ในการจัดการทรัพย์สินของลูกค้าที่ติดต่อไม่ได้ เพื่อให้การจัดเก็บมีความปลอดภัย ลูกค้าสามารถติดตามและตรวจสอบเพื่อใช้สิทธิได้


สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อหลักการปรับปรุงหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการจัดการทรัพย์สินของลูกค้าที่บริษัทหลักทรัพย์ติดต่อไม่ได้ เพื่อให้ทรัพย์สินของลูกค้ามีความปลอดภัย ลูกค้าสามารถติดตามและตรวจสอบเพื่อใช้สิทธิได้ พร้อมทั้งเพิ่มความยืดหยุ่นให้ผู้ประกอบธุรกิจในการจัดการทรัพย์สินของลูกค้าดังกล่าว

ที่ผ่านมา ก.ล.ต. ได้ปรับปรุงหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการดูแลรักษาทรัพย์สินของลูกค้าของผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์และตัวแทนสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (ผู้ประกอบธุรกิจ) โดยผ่อนปรนให้ผู้ประกอบธุรกิจสามารถดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกค้าได้ในบางกรณีโดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากลูกค้า อย่างไรก็ดี ยังพบข้อจำกัดในทางปฏิบัติในกรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจได้ใช้ความพยายามแล้ว แต่ไม่สามารถติดต่อลูกค้าและไม่สามารถหาผู้ประกอบธุรกิจรายอื่นเพื่อรับโอนทรัพย์สินได้ ส่งผลให้ไม่สามารถเลิกกิจการหรือคืนใบอนุญาตประกอบธุรกิจได้ ดังนั้น เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว ก.ล.ต. จึงเสนอปรับปรุงหลักเกณฑ์และเปิดรับฟังความคิดเห็นหลักการ โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้

(1) เพิ่มเติมกรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจสามารถโอนทรัพย์สินของลูกค้าไปยังผู้ประกอบธุรกิจรายอื่นโดยไม่ต้องขอความยินยอมจากลูกค้า ให้ครอบคลุมกรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจประสงค์จะคืนใบอนุญาตทั้งหมดแต่ยังไม่เลิกกิจการ

(2) กรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ได้ใช้ความพยายามในการติดต่อลูกค้าและโอนทรัพย์สินไปยังผู้ประกอบธุรกิจรายอื่นแล้ว แต่ไม่สามารถดำเนินการได้ ให้สามารถนำส่งรายชื่อเจ้าของหลักทรัพย์ให้แก่ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ศูนย์รับฝากฯ) เพื่อให้นายทะเบียนหลักทรัพย์ออกใบหลักทรัพย์และเก็บรักษาใบหลักทรัพย์แทนผู้ประกอบธุรกิจ

(3) กำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจที่ขอออกใบหลักทรัพย์ ต้องเปิดเผยข้อมูลการดำเนินการกับทรัพย์สิน และในกรณีที่ไม่สามารถติดต่อลูกค้าได้ให้ผู้ประกอบธุรกิจแจ้งผ่านทางเว็บไซต์ของตนเองหรือช่องทางที่ลูกค้าสามารถสืบค้นได้ในภายหลังเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 6 เดือน

(4) กำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจรายงานผลการดำเนินการกับทรัพย์สินลูกค้าที่ติดต่อไม่ได้ในทุกกรณีต่อสำนักงาน ก.ล.ต.

(5) กำหนดให้ศูนย์รับฝากฯ ทำหน้าที่จัดเก็บข้อมูลเจ้าของหลักทรัพย์ที่ติดต่อไม่ได้และไม่สามารถโอนทรัพย์สินไปยังผู้ประกอบธุรกิจรายอื่นได้ และพร้อมเปิดเผยให้เจ้าของหลักทรัพย์ทราบ ตามวิธีการที่ศูนย์รับฝากฯ กำหนด

ทั้งนี้ การปรับปรุงหลักเกณฑ์ดังกล่าว ก.ล.ต. ได้เผยแพร่เอกสารรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างกฎหมายในเรื่องดังกล่าวไว้ที่เว็บไซต์ ก.ล.ต. https://www.sec.or.th/TH/Pages/PB_Detail.aspx?SECID=1137 และระบบกลางทางกฎหมาย https://law.go.th/listeningDetail?survey_id=NjQyNERHQV9MQVdfRlJPTlRFTkQ= โดยผู้ที่เกี่ยวข้องและผู้สนใจสามารถแสดงความคิดเห็นได้ที่เว็บไซต์ หรือทาง e-mail: sawarin@sec.or.th arthipha@sec.or.th wasin@sec.or.th หรือ dusit@sec.or.th จนถึงวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 14 ม.ค. 2569 เวลา : 15:56:13
15-01-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ตลาดหุ้นปิด (14 ม.ค.69) บวก 9.00 จุด ดัชนี 1,244.30 จุด

2. ประกาศ กปน.: 16 ม.ค. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล โรงงานผลิตน้ำสามเสน 2

3. ตลาดหุ้นปิดภาคเช้า (14 ม.ค.69) บวก 9.62 จุด ดัชนี 1,244.92 จุด

4. ทองนิวยอร์กปิดเมื่ือคืน (13 ม.ค.69) ลดลง 15.60 ดอลลาร์ หลังพุ่งแรงรับ CPI ต่ำกว่าคาด

5. ทองนิวยอร์กปิดเมื่ือคืน (13 ม.ค.69) ลดลง 15.60 ดอลลาร์ หลังพุ่งแรงรับ CPI ต่ำกว่าคาด

6. MTS Gold คาดราคาทองคำยังคงทำจุดสูงสุดใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับแนวโน้มขาขึ้น ประเมินแนวรับไว้ที่บริเวณ 4,590-4,570 เหรียญ ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ระดับ 4,640-4,660 เหรียญ

7. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 31.40-31.65 บาท/ดอลลาร์

8. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (13 ม.ค.69) ลบ 398.21 จุด หุ้นการเงินร่วงฉุดตลาด เหตุทรัมป์จ่อกำหนดเพดานดอกเบี้ยบัตรเครดิต

9. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (14 ม.ค.69) บวก 4.35 จุด ดัชนี 1,239.65 จุด

10. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (14 ม.ค.69) อ่อนค่าลงเล็กน้อย ที่ระดับ 31.54 บาทต่อดอลลาร์

11. ทองเปิดตลาดวันนี้ (14 ม.ค. 69) พุ่งขึ้นแรง 650 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 69,650 บาท

12. พยากรณ์อากาศวันนี้ (14 ม.ค.69) ประเทศไทยอุณหภูมิสูงขึ้น 1 - 3 องศา แต่ยังคงมีอากาศเย็นถึงหนาวบริเวณประเทศไทยตอนบน "ยอดดอย - ยอกภู" 5 องศา

13. ตลาดหุ้นปิด (13 ม.ค.2569) ลบ 6.90 จุด ดัชนี 1,235.30 จุด

14. ตลาดหุ้นปิดภาคเช้า (13 ม.ค.69) ลบ 5.63 จุด ดัชนี 1,236.57 จุด

15. MTS Gold คาดราคาทองคำยังคงอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น (Uptrend) ประเมินแนวรับไว้ที่บริเวณ 4,550-4,530 เหรียญ ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ระดับ 4,630-4,650 เหรียญ

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ January 15, 2026, 6:24 am