หุ้นทอง
Special Report : ราคาทองคำพุ่งทุบสถิติใหม่ ใกล้ 70,000 บาท จากประเด็นความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์


 

จุดสูงสุดใหม่ในประวัติศาสตร์มาถึงแล้ว กับทองคำไทยของวันที่ 14 ม.ค. 2569 ที่ราคาทองคำแท่งขายออก ปรับขึ้นมาถึงบาทละ 68,850 บาท ขณะที่ราคาทองรูปพรรณ ขายออกอยู่ที่บาทละ 69,650 บาท เข้าไปแล้ว เรียกได้ว่าราคาทองคำขยับเข้าใกล้ 70,000 บาทเข้าไปทุกที และมีโอกาสเป็นจริงในเร็ว ๆ นี้อีกด้วย หากว่าความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ยังดำเนินต่อไปเป็น Theme หลักในปี 2569 นี้
 
จะเรียกว่าปีนี้ เป็นปีแห่งม้าทองคำก็คงจะไม่กล่าวเกินจริงนัก เพราะตั้งแต่เริ่มต้นปี 2569 เป็นต้นมา เพียงเดือนแรกเท่านั้น ราคาทองคำโลกพุ่งทะยานขึ้นไม่หยุด จนราคา Gold Spot ได้พุ่งทุบสถิติใหม่ที่ 4,639 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำไทยก็พุ่งทำจุดสูงสุดใหม่ที่ 68,850 บาทตามไปติด ๆ เช่นกัน

สำหรับราคาทองคำไทย โดยในสถานการณ์ที่ทองคำกำลังอยู่ในโซนขาขึ้นนั้น เป็นผลมาจากทั้งในช่วงค่ำคืนที่ผ่านมา มีการรายงานตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐ หรือ ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (CPI) ออกมาตามคาดการณ์ที่ 2.7% และไม่ได้มีทิศทางที่สูงขึ้นเทียบกับช่วงเดือนที่แล้ว หนุนนำให้ธนาคารกลางสหรัฐ หรือ Fed มีความสามารถในการดำเนินปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงต่อได้ ซึ่งนักลงทุนต่างคาดการณ์ว่า ทาง Fed จะมีการปรับลดดอกเบี้ย 2 ครั้ง ครั้งละ 0.25% ในปีนี้ เป็นผลบวกต่อการถือครองทองคำ เนื่องจากต้นทุนการถือทอง (ซึ่งไม่ให้ดอกเบี้ย) ต่ำลง
 
ในขณะเดียวกัน ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ที่มีความตึงเครียดขึ้นมากเป็นพิเศษตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นปี จากการที่สหรัฐบุกโจมตีเวเนซุเอลา พร้อมเข้าบริหารประเทศและทรัพยากรน้ำมันอย่างเสร็จสรรพ เป็นตัวอย่างชั้นดีของการใช้อำนาจนิยมที่สุดโต่งของโดนัล ทรัมป์ ประธานาธบดีสหรัฐ ว่าจะไปสุดทางได้แค่ไหน เพราะยังมีคิวของดินแดนกรีนแลนด์ที่ถ้าหากทรัมป์เข้าซื้อไม่ได้ ก็ไม่ปฏิเสธความเป็นไปได้ที่จะใช้กำลังเข้ายึดแดนที่เป็นจุดยุทธศาสตร์ของภูมิภาคอาร์กติกแห่งนี้ รวมถึงการประท้วงที่ใหญ่ที่สุดในรอบหลายปีที่อิหร่าน จากการที่ผู้คนเกิดความไม่พอใจต่อภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ (เงินเฟ้อสูง ค่าครองชีพพุ่ง) และประเด็นการเมืองที่เกิดการเรียกร้องเสรีภาพและต่อต้านอำนาจเด็ดขาดของรัฐ โดยการประท้วงนี้ ลุกลามจนเกิดการปะทะอย่างหนัก ทำให้มีผู้เสียชีวิตเกิน 2,000 คน จากการใช้กำลังปราบปรามของรัฐต่อผู้ชุมนุมทั่วทุกจังหวัดของอิหร่าน  
 
โดยทางฝั่งพี่ใหญ่อย่างสหรัฐ ก็เข้ามาร่วมวงด้วยอย่างไม่ต้องสงสัย เนื่องจากรัฐบาลเตหะรานของอิหร่าน ขัดแย้งกับสหรัฐมานานอยู่แล้ว โดยทรัมป์ออกโรงสนับสนุนผู้ชุมนุม ด้วยการออกมาบอกให้ผู้ประท้วงในอิหร่าน “เดินหน้าประท้วงต่อไป” และ “ความช่วยเหลือกำลังมา” พร้อมจี้ให้รัฐบาลอิหร่านหยุดทำร้ายประชาชน ทั้งการยกเลิกการเจรจากับเจ้าหน้าที่อิหร่านทั้งหมด ทรัมป์เตือนว่าผู้ที่ใช้ความรุนแรงต่อผู้ประท้วงจะต้องจ่ายราคาแพง
 
แม้ทรัมป์จะไม่ได้ชี้ชัดว่า “ความช่วยเหลือที่กำลังมา” จะเป็นรูปแบบไหน แต่ทั่วโลกมีความกังวลกับการประท้วงในอิหร่านว่า ทางสหรัฐอาจอยู่ในระหว่างการพิจารณาว่าจะใช้กำลังทางการทหารเข้าแทรกแซงหรือไม่ ซึ่งในระหว่างการพิจารณานี้ ทรัมป์มีการทำ Secondary Sanctions หรือการไม่ลงโทษอิหร่านโดยตรง ด้วยการที่ทรัมป์เปิดฉากใช้มาตรการทางเศรษฐกิจ ว่าประเทศไหนมีการค้ากับทางอิหร่าน จะโดนขึ้นภาษี 25% หากทำการค้ากับสหรัฐ ซึ่งจีนและอินเดีย โดนลูกหลงเต็ม ๆ เพราะจีนมองอิหร่านเป็นพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ในตะวันออกกลาง และยังเป็นผู้ซื้อน้ำมันอิหร่านรายใหญ่ที่สุด ขณะที่อินเดียก็พึ่งพาน้ำมันราคาถูกจากอิหร่าน และยังมีโครงการท่าเรือ Chabahar ที่เชื่อมเอเชียกลางอีกด้วย

ดังนั้นการใช้อำนาจกดดันอิหร่านนั้นไม่เพียงแต่จะลดอิทธิพลของรัฐบาลอิหร่านเพียงเท่านั้น แต่ยังเป็นการสยบขั้วอำนาจใหม่โดยใช้ “การค้า + เงินดอลลาร์สหรัฐ + ตลาดบริโภคสหรัฐ” เป็นอาวุธทางการเมือง ซึ่งแน่นอนว่าจีนก็ไม่มีทางอยู่เฉย โดยทางการจีนออกแถลงเตือนไปถึงสหรัฐว่า จีนเองพร้อมจะใช้มาตรการที่จำเป็นทั้งหมด เพื่อปกป้องสิทธิและผลประโยชน์อันชอบธรรม ตรงนี้เองที่นับเป็นความเสี่ยงว่าปีม้าทองคำนี้ อาจจะมาพร้อมกับสงครามการค้าที่นำโดยสหรัฐ-จีนอีกระลอกใหญ่ อันเป็นความไม่แน่นอนที่ในทางกลับกันก็คอยหนุนนำการถือครองทองคำ ซึ่งเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยมากขึ้นไปอีก ทั้งนี้ ราคาทองคำไทยปัจจุบัน นอกจากได้อานิสงส์จากความไม่แน่นอนดังกล่าว ยังได้แรงหนุนจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่า (ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 31.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ) โดยทางฮั่วเซ่งเฮง คาดการณ์กรอบราคาทองคำโลก ในแนวรับที่ระดับ 4,585 - 4560 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์ ส่วนแนวต้านอยู่ที่ระดับ 4,660 - 4,690 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์ ขณะที่ทองคำไทย แนวรับอยู่ที่ระดับ 68,500 - 68,350 บาท ส่วนแนวต้านอยู่ที่ระดับ 69,200 - 69,450 บาท

LastUpdate 14/01/2569 19:42:47 โดย : Admin
15-01-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ตลาดหุ้นปิด (14 ม.ค.69) บวก 9.00 จุด ดัชนี 1,244.30 จุด

2. ประกาศ กปน.: 16 ม.ค. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล โรงงานผลิตน้ำสามเสน 2

3. ตลาดหุ้นปิดภาคเช้า (14 ม.ค.69) บวก 9.62 จุด ดัชนี 1,244.92 จุด

4. ทองนิวยอร์กปิดเมื่ือคืน (13 ม.ค.69) ลดลง 15.60 ดอลลาร์ หลังพุ่งแรงรับ CPI ต่ำกว่าคาด

5. ทองนิวยอร์กปิดเมื่ือคืน (13 ม.ค.69) ลดลง 15.60 ดอลลาร์ หลังพุ่งแรงรับ CPI ต่ำกว่าคาด

6. MTS Gold คาดราคาทองคำยังคงทำจุดสูงสุดใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับแนวโน้มขาขึ้น ประเมินแนวรับไว้ที่บริเวณ 4,590-4,570 เหรียญ ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ระดับ 4,640-4,660 เหรียญ

7. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 31.40-31.65 บาท/ดอลลาร์

8. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (13 ม.ค.69) ลบ 398.21 จุด หุ้นการเงินร่วงฉุดตลาด เหตุทรัมป์จ่อกำหนดเพดานดอกเบี้ยบัตรเครดิต

9. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (14 ม.ค.69) บวก 4.35 จุด ดัชนี 1,239.65 จุด

10. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (14 ม.ค.69) อ่อนค่าลงเล็กน้อย ที่ระดับ 31.54 บาทต่อดอลลาร์

11. ทองเปิดตลาดวันนี้ (14 ม.ค. 69) พุ่งขึ้นแรง 650 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 69,650 บาท

12. พยากรณ์อากาศวันนี้ (14 ม.ค.69) ประเทศไทยอุณหภูมิสูงขึ้น 1 - 3 องศา แต่ยังคงมีอากาศเย็นถึงหนาวบริเวณประเทศไทยตอนบน "ยอดดอย - ยอกภู" 5 องศา

13. ตลาดหุ้นปิด (13 ม.ค.2569) ลบ 6.90 จุด ดัชนี 1,235.30 จุด

14. ตลาดหุ้นปิดภาคเช้า (13 ม.ค.69) ลบ 5.63 จุด ดัชนี 1,236.57 จุด

15. MTS Gold คาดราคาทองคำยังคงอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น (Uptrend) ประเมินแนวรับไว้ที่บริเวณ 4,550-4,530 เหรียญ ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ระดับ 4,630-4,650 เหรียญ

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ January 15, 2026, 6:32 am