แบงก์-นอนแบงก์
ธนาคารไทยเครดิต ผนึกสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน ลงนาม MOU เสริมแกร่งความรู้ทางการเงิน และการบริหารทุนชุมชน มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิต ปูรากฐานเศรษฐกิจชุมชนให้เติบโตอย่างยั่งยืน


ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) เดินหน้าตอกย้ำจุดยืนในการเป็นธนาคารเพื่อสังคมและความยั่งยืน จับมือสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. (ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) "ด้านการส่งเสริมความรู้ทางการเงิน และการบริหารจัดการทุนชุมชน เพื่อส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน" โดยมี นายกฤษดา สมประสงค์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน และ นางสาวกฤษณา อร่ามกุลชัย กรรมการ ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารระดับสูงจากทั้งสององค์กรเข้าร่วมพิธีลงนาม จัดขึ้นเมื่อวันที่ 13 มกราคม 2569 ณ ห้องประชุมไพบูลย์วัฒนศิริธรรม สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน 

ความร่วมมือในครั้งนี้เกิดขึ้นจากวิสัยทัศน์ที่สอดคล้องกันของทั้งสองหน่วยงาน ที่เล็งเห็นว่า “ความรู้ทางการเงิน” คือรากฐานสำคัญของการพัฒนาคุณภาพชีวิต โดยธนาคารไทยเครดิต ในฐานะสถาบันการเงินที่มีความเชี่ยวชาญ จะนำองค์ความรู้และเครื่องมือทางการเงินเข้าไปสนับสนุนภารกิจของ พอช. ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนและองค์กรชุมชนทั่วประเทศ

 
วัตถุประสงค์หลักของบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ มุ่งเน้นใน 3 มิติสำคัญ ได้แก่:
 
1. การสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงิน: พัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ความเข้าใจด้านการเงินและการบริหารจัดการหนี้สินอย่างถูกวิธี พร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้นี้สู่ชุมชนอย่างเป็นระบบ
 
2. การยกระดับผู้ประกอบการชุมชน: มุ่งเน้นการติดอาวุธทางปัญญาให้แก่ผู้ประกอบการในชุมชน ทั้งในด้านการบริหารจัดการธุรกิจ การวางแผนการตลาด และการจัดการการเงิน เพื่อให้ธุรกิจชุมชนสามารถเติบโตและแข่งขันได้
 
3. การเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน: สนับสนุนการบริหารจัดการชุมชนให้มีประสิทธิภาพ รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนและด้านอื่นๆ ที่จะช่วยส่งเสริมให้คุณภาพชีวิตของประชาชนดีขึ้น

 
นายกฤษดา สมประสงค์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)  กล่าวว่า “พอช. รู้สึกเป็นเกียรติที่ธนาคารไทยเครดิตมาร่วมมือในการมุ่งมั่นสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน ให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น พอช. มุ่งสร้างความเข้มแข็งขององค์กรชุมชน ซึ่งยังมีจุดอ่อนเรื่องความรู้ในการบริหารจัดการการเงินที่เข้มแข็ง ธนาคารไทยเครดิต มีจุดแข็งที่จะมาเติมเต็มให้ความรู้และสนับสนุนการบริหารจัดการด้านการเงินให้องค์กรชุมชน เป็นโอกาสที่เราจะเดินหน้าไปด้วยกันในการสร้างความเข้มแข็งขององค์กรชุมชน สร้างอาชีพ รายได้ที่มั่นคงแข็งแรง สร้างชุมชนที่เป็นศูนย์เรียนรู้การพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน  เป็นหุ้นส่วนในการพัฒนาระบบเศรษฐกิจชุมชนสร้าง Social  Enterprise ที่เข้มแข็งร่วมกันต่อไป”

นางสาวกฤษณา อร่ามกุลชัย กรรมการ ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า "หัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนความร่วมมือในครั้งนี้ คือการนำโครงการ ‘ตังค์โต Know-how’ ซึ่งเป็นโครงการด้านความรับผิดชอบต่อสังคมของธนาคารที่ประสบความสำเร็จในการส่งเสริมด้านการเงินให้เป็นเรื่องเข้าใจง่าย เข้ามาเป็นกลไกหลักในการทำงานร่วมกัน โดยธนาคารมีความพร้อมอย่างยิ่งที่จะสนับสนุนทีมวิทยากรและผู้เชี่ยวชาญ เพื่อเข้าไปถ่ายทอดองค์ความรู้ให้แก่บุคลากร ผู้นำชุมชน และเครือข่ายของ พอช. อย่างเต็มที่ ทั้งในมิติของการบริหารจัดการเงินส่วนบุคคล การแก้ไขปัญหาหนี้สิน ตลอดจนการบริหารธุรกิจและการตลาดยุคใหม่ เพื่อเป้าหมายในการสร้าง 'นักบริหารจัดการการเงินชุมชน' ที่เข้มแข็ง และส่งต่อความยั่งยืนนี้กลับคืนสู่สังคม”

การนำความเชี่ยวชาญของภาคเอกชนมาผนวกกับเครือข่ายที่เข้มแข็งของภาครัฐในครั้งนี้ จะช่วยให้องค์ความรู้ทางการเงินไม่ได้หยุดอยู่แค่ในห้องอบรม แต่จะถูกกระจายและถ่ายทอดต่อไปยังสมาชิกในชุมชนในรูปแบบ “พี่สอนน้อง” หรือ “ผู้นำสอนลูกบ้าน” ซึ่งจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมทางการเงินในระดับฐานรากอย่างแท้จริง" โดยมีกำหนดระยะเวลาดำเนินการต่อเนื่อง 3 ปี นับตั้งแต่วันที่ลงนาม สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจจริงของทั้งสองฝ่ายในการทำงานร่วมกันในระยะยาว โดยจะมีการประเมินผลการดำเนินงานร่วมกันอย่างต่อเนื่องเพื่อให้สอดคล้องกับบริบทของเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป 

การร่วมมือระหว่างธนาคารไทยเครดิตและสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนในครั้งนี้ จึงถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญ ระหว่างภาคเอกชนและภาครัฐในการร่วมกันแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนและการสร้างอาชีพที่มั่นคง เริ่มต้นจากจุดที่เล็กที่สุดแต่สำคัญที่สุดคือ “ชุมชน” เพื่อนำไปสู่สังคมไทยที่มีสุขภาพทางการเงินที่ดีและพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนในอนาคต
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 16 ม.ค. 2569 เวลา : 11:27:52
17-01-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ประกาศ กปน.: 29 ม.ค. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล ถนนสรงประภาตัดถนนเชิดวุฒากาศ

2. ตลาดหุ้นปิด (16 ม.ค.69) บวก 14.21 จุด ดัชนี 1,275.60 จุด

3. ตลาดหุ้นปิดภาคเช้า (16 ม.ค.69) บวก 3.38 จุด ดัชนี 1,264.77 จุด

4. MTS Gold คาดราคาทองคำเข้าสู่ช่วงการปรับฐานในระยะสั้น ในรูปแบบ "Sideways" ประเมินกรอบระยะสั้น แนวรับที่บริเวณ 4,580 - 4,550 เหรียญ ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ระดับ 4,620 - 4,650 เหรียญ

5. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (15 ม.ค.69) ลบ 12 ดอลลาร์ นักลงทุนขายสินทรัพย์ปลอดภัย คลายกังวลอิหร่าน

6. พยากรณ์อากาศวันนี้ (16 ม.ค.69) ประเทศไทยอุณหภูมิสูงขึ้น 1-2 องศา แต่ยังคงมีอากาศเย็นถึงหนาวในภาคเหนือและภาคอีสาน "ยอดดอย" 6 องศา

7. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (15 ม.ค.69) บวก 292.81 จุด รับแรงซื้อหุ้นแบงก์ ผลประกอบการ แกร่งเกินคาด

8. ทองเปิดตลาดวันนี้ (16 ม.ค. 69) ลดลง 50 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 69,250 บาท

9. ตลาดหุ้นไทยเปิด (16 ม.ค. 69) ลบ 1.26 จุด ดัชนี 1,260.13 จุด

10. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 31.35-31.60 บาท/ดอลลาร์

11. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (16 ม.ค.69) อ่อนค่าลงเล็กน้อย ที่ระดับ 31.40 บาทต่อดอลลาร์

12. ประกาศ กปน.: 20 ม.ค. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล ถนนสุขุมวิทสายเก่า

13. ตลาดหุ้นปิด (15 ม.ค.69) บวก 17.09 จุด ดัชนี 1,261.39 จุด

14. MTS Gold คาดราคาทองคำยังเคลื่อนไหวในกรอบ "Sideway Up" ประเมินแนวรับไว้ที่บริเวณ 4,590-4,570 เหรียญ ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ระดับ 4,645-4,665 เหรียญ

15. ตลาดหุ้นปิดภาคเช้า (15 ม.ค.69) บวก 7.70 จุด ดัชนี 1,252.00 จุด

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ January 17, 2026, 12:04 pm