เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
วิจัยกรุงศรีวิเคราะห์ "เศรษฐกิจโลกและไทย การเมืองญี่ปุ่นอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน ขณะที่นโยบายการเงินล่าสุดของจีนส่งผลบวกจำกัด ส่วนไทยพึ่งแรงหนุนจากนโยบายการเงินมากขึ้น"


ญี่ปุ่น: สถานการณ์ทางการเมืองของญี่ปุ่นก้าวสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ หลังรัฐบาลประกาศว่ามีแผนจะยุบสภาในสัปดาห์นี้โดยคาดว่าจะนำไปสู่การเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ การเคลื่อนไหวอาจเป็นกลยุทธ์เพื่อขยายฐานที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎรเพื่อให้รัฐบาลมีเสถียรภาพมากขึ้น โดยอาศัยจังหวะที่รัฐบาลยังมีคะแนนนิยมสูงถึง 70% อย่างไรก็ตาม ยังมีความเสี่ยงจากภายในและภายนอกประเทศ (i) การรวมตัวกันตั้งพรรคใหม่ของฝ่ายค้านในการชิงที่นั่งในสภาฯ (ii) ความขัดแย้งกับจีนเรื่องไต้หวันหลังจีนประกาศจำกัดการส่งออกสินค้าที่ใช้ได้สองทาง (Dual-use) เช่น โดรน ระบบนำทาง รวมถึงแร่หายากบางชนิด ประเด็นดังกล่าวคาดว่าจะมีผลกระทบต่ออุตสาหกรรมป้องกันประเทศของญี่ปุ่น รวมถึงภาคธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ ที่พึ่งพาวัตถุดิบจีน โดยข้อมูลในปี 2567 บ่งชี้ว่าญี่ปุ่นพึ่งพาการนำเข้าแร่หายากจากจีนสูงถึง 70%

 
จีน: การส่งออกยังเติบโตดีแม้เผชิญภาษีนำเข้า ขณะที่การผ่อนคลายทางการเงินล่าสุดอาจส่งผลบวกจำกัด  จีนลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ต่อ (Relending) ลง 0.25% โดยมีผลวันที่ 19 ม.ค. พร้อมจัดสรรวงเงินกู้ต่อเป็นการเฉพาะให้แก่ SMEs มูลค่า 1 ล้านล้านหยวน ทั้งนี้ คาดว่าแรงหนุนจากการเร่งส่งออกสินค้าล่วงหน้าในปีนี้อาจอ่อนกำลังลง และยังเสี่ยงเผชิญภาษีนำเข้าเซมิคอนดัคเตอร์และสินค้าสวมสิทธิ์ในระยะข้างหน้า ขณะที่การลดอัตราดอกเบี้ยล่าสุดอาจช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้แก่ธุรกิจกลุ่มเปราะบางได้บ้าง แต่ผลบวกต่อเศรษฐกิจในภาพรวมอาจจำกัด หากยังขาดแรงส่งทางด้านอุปสงค์
 
 
ไทย: ธปท.ลดเงินนำส่ง FIDF เหลือ 0.32% ช่วยพยุงสภาพคล่องระบบการเงินในปีนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประกาศปรับลดอัตราเงินนำส่งของสถาบันการเงินเข้ากองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (FIDF) จากเดิม 0.46% ต่อปี เหลือ 0.32% ต่อปี โดยมีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 31 ธันวาคม 2569 

การปรับลดเงินนำส่งเข้า FIDF ล่าสุดสะท้อนการผ่อนคลายภาวะการเงินผ่านมาตรการลดต้นทุนของสถาบันการเงินโดยตรง ในบริบทที่อุปสงค์ภายในประเทศยังฟื้นตัวเปราะบาง นโยบายการคลังเผชิญข้อจำกัด และสินเชื่อภาคธุรกิจโดยเฉพาะ SMEs ยังหดตัวต่อเนื่อง มาตรการดังกล่าวจึงช่วยเสริมประสิทธิภาพนโยบายการเงิน นอกเหนือจากการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย อย่างไรก็ตาม วิจัยกรุงศรียังคงมุมมองว่าธปท.มีโอกาสปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายได้อีก 1 ครั้งสู่ระดับ 1.00% ภายในปีนี้ เนื่องจากเศรษฐกิจฟื้นตัวต่ำกว่าศักยภาพและแรงกดดันเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับต่ำ โดยมีแนวโน้มใช้นโยบายแบบผสมผสานมากขึ้น ผ่านมาตรการเฉพาะจุด (Targeted Policy) ควบคู่กับดอกเบี้ยนโยบาย รวมถึงการกำกับดูแลกิจกรรมทางการเงินที่มีความเสี่ยงเฉพาะด้าน เช่น การซื้อขายทองคำผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อจำกัดความผันผวน และการเก็งกำไรเกินควร อันเป็นการรักษาเสถียรภาพของระบบการเงินโดยรวม
 
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 20 ม.ค. 2569 เวลา : 16:02:52
20-01-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ตลาดหุ้นปิด (20 ม.ค.69) บวก 13.17 จุด ดัชนี 1,296.37 จุด

2. ตลาดหุ้นปิดภาคเช้า (20 ม.ค.69) บวก 18.63 จุด ดัชนี 1,301.83 จุด

3. MTS Gold คาดราคาทองคำยังคงอยู่ในแนวโน้ม "Sideway Up" ประเมินกรอบระยะสั้น แนวรับที่บริเวณ 4,650- 4,620 เหรียญ ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ระดับ 4,700-4,720

4. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 31.10-31.35 บาท/ดอลลาร์

5. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (20 ม.ค. 69) ทรงตัวไม่เปลี่ยนแปลง ที่ระดับ 31.25 บาทต่อดอลลาร์

6. พยากรณ์อากาศวันนี้ (20 ม.ค.69) ภาคเหนือและภาคอีสานตอนบนยังคงมีอากาศเย็นถึงหนาว "ยอดดอย" หนาวถึงหนาวจัด 2 องศา มีน้ำค้างแข็งบางแห่ง

7. ทองเปิดตลาดวันนี้ (20 ม.ค. 69) "คงที่" ทองรูปพรรณ ขายออก 69,850 บาท

8. ตลาดหุ้นไทยเปิด (20 ม.ค.69) บวก 0.71 จุด ดัชนี 1,283.91 จุด

9. ตลาดหุ้นไทยปิด (19 ม.ค.69) บวก 7.60 จุด ดัชนี 1,283.20 จุด

10. ตลาดหุ้นไทยปิด (19 ม.ค.69) บวก 7.60 จุด ดัชนี 1,283.20 จุด

11. ประกาศ กปน.: 29 ม.ค. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล ถนนสรงประภาตัดถนนเชิดวุฒากาศ

12. ตลาดหุ้นปิด (16 ม.ค.69) บวก 14.21 จุด ดัชนี 1,275.60 จุด

13. ตลาดหุ้นปิดภาคเช้า (16 ม.ค.69) บวก 3.38 จุด ดัชนี 1,264.77 จุด

14. MTS Gold คาดราคาทองคำเข้าสู่ช่วงการปรับฐานในระยะสั้น ในรูปแบบ "Sideways" ประเมินกรอบระยะสั้น แนวรับที่บริเวณ 4,580 - 4,550 เหรียญ ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ระดับ 4,620 - 4,650 เหรียญ

15. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (15 ม.ค.69) ลบ 12 ดอลลาร์ นักลงทุนขายสินทรัพย์ปลอดภัย คลายกังวลอิหร่าน

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ January 20, 2026, 8:13 pm